ภาพชุด "เยิ่น ต๊ะ หัว" สักการะศาลท้าวมหาพรหม http://www.nationtv.tv/main/content/social/378472191/ เยิ่น ต๊ะ หัว นักแสดงชื่อดังจากเกาะฮ่องกง เดินทางมาสักการะพระพรหมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ เพื่อเป็นกำลังใจแก่คนไทยและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การต้อนรับ ทั้งนี้ เยิ่น ต๊ะ หัว เป็นนักแสดงชื่อดังชาวฮ่องกง ผู้รักและชื่นชอบเมืองไทยเคยได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง "PTU" (ตำรวจดิบ) และเมื่อเร็วๆนี้ เคยร่วมแสดงในหนังสั้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการ ทศพิธธรรมราชา บอกรัก และเคารพในหลวง โดยไม่คิดค่าตัวแต่ประการใด
Kapookdotcom @kapookdotcom (1) เยิ่น ต๊ะ หัว นักแสดงชื่อดังฮ่องกง เข้าสักการะท้าวมหาพรหม เพื่อเป็นกำลังใจและเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยว pic.twitter.com/NxbhZKoJEM (2) โดยนายเยิ่น ต๊ะ หัว เผยทุกครั้งที่มาเที่ยวเมืองไทยจะมาสักการะองค์พระพรหมเอราวัณ ตนรักคนไทย รักเมืองไทยเป็นอย่างมาก คนไทยมีรอยยิ้มสดใส (3) นายเยิ่น ต๊ะ หัว กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเที่ยวไทยเยอะ ๆ อยากให้นานาชาติรับรู้ว่าเมืองไทยสงบสุข pic.twitter.com/cANV9p2C6k
JS100 @js100radio 17.43น.ผู้ว่าททท. มั่นใจเรียกความเชื่อนทท.กลับมาเที่ยวไทยมากกว่าเป้าหมาย28ล้านคน js100.com/en/site/news/v… #ข่าวPNC pic.twitter.com/o0BsCFPOLn
Siriwan Jane เยิ่นต๊ะหัว สักการะพระพรหมเอราวัณ เวลา 1600 น. 22 ก.ย. นี้ ให้สัมภาษณ์ใจหล่อมาก ว่า วันนี้ตั้งใจสวมเสื้อลายผีเสื้อ เพราะคิดว่าเมืองไทย เป็นเมืองที่มีสีสัน ให้เห็นถึงความอะเมซิ่ง ของประเทศไทย ตอนนี้รู้สึกว่าเมืองไทย ได้กลับคืนสู่ความสงบแล้ว อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยว ทุกๆ ชาติให้กลับมาเที่ยว เมืองไทยเหมือนเดิม เมื่อคืนมาถึงเมืองไทยแอบไปท่องเที่ยว ไปกินข้าวมันไก่ แล้วได้เจอนักท่องเที่ยวหลายๆ คน ส่วนตัวไม่คิดว่าคนจีน จะเป็นเป้าหมายการก่อการร้าย และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทย สามารถดูแลสถานการณ์ได้ ส่วนตัว ทุกครั้งที่มาเมืองไทย คือเป้าหมาย คือการได้มาสักการะศาลท่านท้าวมหาพรหม อยากเชิญชวนทุกคน ให้มาเมืองไทย นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เช่นวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ถ้ามีโอกาสครั้งหน้า มาเมืองไทยอีก อยากมาโชว์ฝีมือการทำอาหารไทย "หมีเซียะ" เข้าสักการะในเวลา 1800 น. Ms. MICHELLE YIM (หมีเซียะ) นักแสดงชาวฮ่องกง เข้าสักการะพระพรหมเอราวัณโดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การต้อนรับและร่วมสักการะท้าวมหาพรหมเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดที่ผ่านมาและเป็นการฟื้นฟูภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงกลับมาท่องเที่ยวในเมืองไทย ภาพ คณาธิศ ศรีหิรัญเดช #NationPhoto #ชั่วโมงที่26 ทุกคืนวันจันทร์ - พฤหัสบดี 22.30 น. ทางช่อง #NOW26
คาเธ่ย์ หมี 18.00 น. "หมีเซี๊ยะ" ดาราฮ่องกงชื่อดัง แต่งชุดนางรำของไทย พร้อมรำสักการะ องค์พระพรหมเอราวัณ ที่แยกราชประสงค์ / @ NationPhoto & Namsifa
Nopadol Prompasit ฮ่องกงประกาศลดระดับไทยจากสีแดงเป็นเหลืองแล้ว หลังเยิ่นต๊ะหัว และหมีเซียะ มาสักการะพระพรหมเอราวัณ // ขอบคุณกัลยาณมิตรทั้ง 2 มาก
NationPhoto เยิ่น ต๊ะ หัว และ หมี เซี๊ยะ 2 นักแสดงจากเกาะฮ่องกง เดินทางมาสักการะพระพรหมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ เพื่อเป็นกำลังใจแก่คนไทยและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภาพ #ฐานิสสุดโต #NationPhoto
อ๋อ คลิปข้างบนนั่น บางคนบ่องว่ามะช่ายข้าวมันไก่ประตูน้ำ แต่เป็นข้าวมันไก่ซุ่ยเฮง วัดสุทธิฯ ก็ว่ากันไปปป
NOW26_กรุงเทพธุรกิจ @NOW26_ktnews "เยิ่น ต๊ะ หัว"สักการะพระพรหม ขอพรและขอให้โลกสงบสุข ...ผมรักเมืองไทย... bit.ly/1Ltclpx #NOW26 #ktnews pic.twitter.com/0EQlRTjldp Nalinee Siriked @Nalinee_PLE "หมี เซียะ" สักการะองค์ท้าวมหาพรหม ก่อนรำดอกบัวถวาย pic.twitter.com/216PM0W7mq
Sirisak Borisutsawat รวบแล้วทั้งเสื้อเหลือง-ฟ้า 'บิ๊กแป๊ะ'บินรับตัวมาเลย์ | เดลินิวส์ „เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดคลี่คลายคดีระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ ได้พบเบาะแสใหม่ในการติดตามตัวคนร้าย โดยพบว่ามีหนึ่งในกลุ่มคนร้ายผู้ร่วมขบวนการ ไปเลือกซื้ออุปกรณ์ในการประกอบระเบิดที่ร้านทำท่อแป๊ป ย่านสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย ช่วงบ่ายวันที่ 4 ส.ค. จากนั้นชุดสืบสวนได้ไปตรวจสอบภายในร้านดังกล่าว พร้อมทั้งขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบว่า มีชายชาวตะวันออกกลางรูปร่างสูงสันทัด จมูกโด่ง คิ้วเข้ม สวมเสื้อยืดคอปกแขนสั้น ลายทางสีฟ้า-ดำ นุ่งกางเกงยีนขายาว เข้ามาเลือกซื้ออุปกรณ์ประเภทท่อแป๊ปเหล็ก และได้สั่งทำเกลียวหมุนปิดฝาท่อหัวท้ายกว่า 10 ชุด ซึ่งทางร้านก็ดำเนินการจัดทำให้ พอได้สินค้าตามต้องการชายดังกล่าวก็เดินออกจากร้านไป โดยเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวเจ้าของร้านมาสอบปากคำเพื่อหารายละเอียดอีกครั้ง ขณะเดียวกัน มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ว่า ในวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. และว่าที่ผบ.ตร. พร้อมคณะได้ขึ้นเครื่องบิน บินด่วนไปประเทศมาเลเซีย เนื่องจากได้รับการประสานงานจากทางการมาเลเซีย เพื่อให้มารับชายเสื้อเหลือง เบื้องต้นทราบชื่อว่า นายนาริ ไม่ทราบนามสกุล ผู้ต้องหาลอบวางระเบิดที่ศาลพระพรมเอราวัณ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา และชายเสื้อฟ้า ชื่อนายซูแบร์ อับดุลลา ผู้ต้องหาลอบวางระเบิดที่ท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เปิดปากให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุนำระเบิดไปวางตามสถานที่ดังกล่าวจริง และมีรายด้วยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมคณะจะนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนขึ้นเครื่องบินกลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 23 ก.ย.“ อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/349770 รายงาน: ลิงลพฯ/สื่ออาสา
ว้าว หมีเซียะ ยังเช้งอยู่เลย นึกไม่ออกเลยจริง ๆ พี่เค้าทำได้ไง จำได้ตอนผม ยังอึราดกางเกงอยู่เลย แกก็สวยงาม อร่ามตา ในชุดอึ้งย้งแล้ว กาลเวลา พรากความสวยงาม แกไม่ได้เลยนะ ย้งยี้ ยังอยู่ในใจก๊วยเจ๋ง ได้ตลอดจริง ๆ เออ ฟังว่าแกชอบ "สปา" ผมว่า สงสัยคนฮ่องกง จะชอบจริง เพื่อนเจ้านายผม เค้าเป็นคนฮ่องกง ก็ชอบ สปา นะ ชอบขนาด เปิด สปา เองซะเลย นั่งทำได้ทั้งวัน ทุกวัน (เออ มันเป็นไงนะ เกิดมาไม่เคยเลย บางคนบอก สบายยังกะจะลอยได้เชียว)
มวลมหาประชาแดงจะมีปฏิกริยาต่อหน้าหนึ่งข่าวสดฉบับนี้ว่ากระไรหนอ พาดหัวข่าวบนคือการเล็งสอบสวนแพะ รูปด้านล่างเป็นหมีเซี้ยะตัวปลอม
อ่ะ จัดให้ไปเลย เต็ม ๆ หมีเซียะ ศึกสองนางพญา 武侠帝女花 มังกรหยก 1976 射鵰英雄傳 จิ๋นซีฮ่องเต้ 秦始皇 ฉบับนี้่จำได้ฉายทางช่อง 7 สัก 4 ทุ่มได้มั่ง เรื่องนี้รู้สึกว่าเธอจะเล่นเป็นคนรักของมือสังหารจิงเคอ ที่แสดงโดย หลิวสงเหยิน และ ชอลิ้วเฮียง ถล่มวังค้างคาว 楚留香之蝙蝠傳奇 เยิ่นต๊ะหัว ในบท โอทิฮวย นะพี่สุกิต มะช่ายยยชอลิ้วเฮียง ชอลิ้วเฮียง นั่นคือ เหมียวเฉาเหว่ย ตะหาก
มีเสื้อแดงเคลมรึยังว่าเพราะนักโทษทักษิณบินไปเจรจาที่ฮ่องกงให้มาช่วยเมืองไทย แบบว่าแม่งชอบเคลมเอาดีใส่ตัวอ่ะ
งานนี้คงไม่กล้ามังครับ เพราะเท่าที่สังเกตุเห็นขณะนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สอบสวนได้ลึกขึ้น จับตัว ประกาศจับผู้ต้องหาได้มากขึ้น แดงมันเริ่มเงียบ ตอนนี้กำลังเร่งและเล่นเรื่องรวมตัวประท้วง"บิ๊กตู่"ที่อเมริกา ขุดเรื่องเก่าๆขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสี กปปส ขณะเดียวกันไอ้ปวินก็ออกหน้ามากขึ้น หลังจากที่กลุ่มไอ้จารุพงศ์ สุนัย แป๊กจากการจัดประชุมที่บ่อนในลาสเวกัส
มีคนบางคนพยายามจะสรุปทิศทางของคดีที่ตำรวจทำว่าเป็นยังไง คิดว่าตัวเองแน่ น่าจะตะล่อมได้ เจอ ท่าน ประวุฒิ เข้าไป ไม่ได้กินท่านหรอก ดูแล้วได้แต่หัวเราะ ใครดูตอนนี้แล้วเข้าใจ ช่วยอธิบายผมที
หมีเซียะ - Michelle Yim Thai fans [font=helvetica, arial, sans-serif]หมีเซียะ - Michelle Yim Thai fans[/font] [font=helvetica, arial, sans-serif]ขอบคุณเจ๊ที่เป็นกำลังใจ และไม่ทอดทิ้งคนเราชาวไทยในยามที่มีวิกฤตินะคะ .. ขอบคุณที่เป็นมิตรแท้ให้กับคนไทย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ติดตามเจ๊มา ยิ่งได้อ่านสัมภาษณ์ ได้สัมผัส ได้รู้จัก ยิ่งรักเธอมากๆค่ะ .. ขอบคุณในความมีน้ำใจต่อคนไทย เจ๊มาแบบไม่มีค่าตัว มาด้วยใจ พวกเราก็ปลื้มใจและซึ้งในน้ำใจมากๆค่ะ พวกเรารักเจ๊นะคะ ; )) [/font]
เวบขยะของไอ้ลาวอพยพ กระบอกเสียงของกลุ่มไทยขายชาติไอ้จารุพงศ์ สุนัข จอม ฯลฯ หลายสิบวันมานี้ไม่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเหตุระเบิดราชประสงค์ วนไปวนมาแต่ข่าว"บิ๊กตู่" ไปอเมริกา กับบ้ายสี กปปส
Isranews ------------------------------ คดีลอบวาง ระเบิด 2 จุดกลางกรุงเทพฯมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพบหลักฐานว่า ชายเสื้อเหลืองที่นำระเบิดไปวางบริเวณศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่น่าจะเป็น นายอาเดม คาราดัก หรือ บิลาล เติร์ก มูฮำหมัด ผู้ต้องหาคนแรกที่ถูกจับกุมได้ในอพาร์ทเมนท์ย่านหนองจอกนั่นเอง มีรายงานตรงกันของหน่วยงานความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญซึ่งส่วนหนึ่งเป็นภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ ได้มาใหม่ว่า "ชายเสื้อเหลือง" ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาที่นำระเบิดไปวางบริเวณศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ เมื่อค่ำวันที่ 17 สิงหาคม 2558 จนมีผู้เสียชีวิต 20 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่าร้อยรายนั้น อาจเป็น นายอาเดม คาราดัก หรือ นายบิลาล เติร์ก มูฮำหมัด ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เป็นคนแรก นายอาเดม ถูกจับกุมได้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2558 คาห้องพักบนชั้น 4 ของพูลอนันต์อพาร์ทเมนท์ ย่านหนองจอก โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นอุปกรณ์และสารเคมีตั้งต้นที่สามารถนำไป ประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องได้จำนวนมาก รวมทั้งหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตอีกนับร้อยเล่ม ซึ่งทางการไทยกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอมหรือไม่ หลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่ได้มาและยืนยันว่า นายอาเดม คือ "ชายเสื้อเหลือง" ก็คือ ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณสวนลุมพินีและละแวกใกล้เคียง ซึ่งจับภาพได้ว่า ชายเสื้อเหลืองหลังก่อเหตุระเบิด ได้เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่สวนลุมพินี จากนั้นได้เข้าไปในห้องน้ำของสวนสาธารณะ ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่มีภาพยืนยันเพียงแค่นี้ แต่ต่อมาได้ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพิ่มเติม พบว่านายอาเดมไปปรากฏตัวอยู่ใกล้กับห้องน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย โดยในมือถือถุงพลาสติกใส่ของบางอย่าง ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เทคนิคขยายภาพจนทราบว่าภายในถุงเป็นเสื้อสีเหลือง จากหลักฐาน ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่า ชายเสื้อเหลืองอาจเป็นนายอาเดม โดยหลังจากก่อเหตุระเบิดได้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำในสวนลุมพินี จากนั้นได้ขึ้นรถกลับไปยังที่พักย่านหนองจอก โดยไม่ได้หลบหนีไปไหนเลย เพราะมั่นใจว่าไม่มีใครจำตนเองได้ เนื่องจากเขาได้พรางตัวด้วยการสวมวิกกับแว่นตาขนาดใหญ่ ต่อมาเจ้า หน้าที่ได้นำหลักฐานที่ได้มาใหม่ไปยืนยันกับนายอาเดม ซึ่งถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 11 และมีรายงานว่า นายอาเดม ได้ยอมรับสารภาพในเบื้องต้นแล้วว่าเป็นชายเสื้อเหลืองจริง แต่อำพรางตัวด้วยการปลอมตัว สวมวิก และใส่แว่นตา จากนั้นนายอาเดมได้ยอมไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ รวมทั้งทดลองใส่วิกและแว่นตา พบว่ามีลักษณะคล้ายชายเสื้อเหลืองมาก โดยที่แขนของนายอาเดมยังมีแผลเป็น ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ชายเสื้อเหลืองสวมปลอกแขนปกปิดเอาไว้ด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานทำให้เกิดระเบิดจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ มีรายงานด้วย ว่า แม้นายอาเดมจะเป็นผู้ต้องหารายแรกที่ถูกจับกุมได้ แต่ตลอดมาเขาไม่ได้ให้การเป็นประโยชน์มากนัก ส่วนใหญ่มักจะนิ่ง ไม่ยอมตอบคำถาม คำให้การของเขาส่วนมากเป็นการให้การเมื่อจำนนต่อหลักฐานของเจ้าหน้าที่ สำหรับวัตถุระเบิดที่ใช้ คาดว่าไม่ใช่ระเบิดแบบตั้งเวลา แต่มีระบบจุดระเบิดด้วยวิธีอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่า นายเมอไรลี่ ยูซูฟู ผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งที่จับกุมได้ขณะหลบหนีข้ามแดนไปยังกัมพูชา บริเวณชายแดนด้านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 เป็นผู้กดจุดชนวนระเบิด
เรื่องเล่าข่าวที่น่าสนใจ นายอาเดม คาราดัก หรือ นายบิลาล เติร์ก มูฮำหมัด ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เป็นคนแรก รับสารภาพว่าเป็น "ชายเสื้อเหลือง" หลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่ได้มาและยืนยันว่า นายอาเดม คือ "ชายเสื้อเหลือง" ก็คือ ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณสวนลุมพินีและละแวกใกล้เคียง ซึ่งจับภาพได้ว่า ชายเสื้อเหลืองหลังก่อเหตุระเบิด ได้เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่สวนลุมพินี จากนั้นได้เข้าไปในห้องน้ำของสวนสาธารณะ ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่มีภาพยืนยันเพียงแค่นี้ แต่ต่อมาได้ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพิ่มเติม พบว่านายอาเดมไปปรากฏตัวอยู่ใกล้กับห้องน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย โดยในมือถือถุงพลาสติกใส่ของบางอย่าง ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เทคนิคขยายภาพจนทราบว่าภายในถุงเป็นเสื้อสีเหลือง จากหลักฐานดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่า ชายเสื้อเหลืองอาจเป็นนายอาเดม โดยหลังจากก่อเหตุระเบิดได้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำในสวนลุมพินี จากนั้นได้ขึ้นรถกลับไปยังที่พักย่านหนองจอก โดยไม่ได้หลบหนีไปไหนเลย เพราะมั่นใจว่าไม่มีใครจำตนเองได้ เนื่องจากเขาได้พรางตัวด้วยการสวมวิกกับแว่นตาขนาดใหญ่
ไอ้ทนาย ขยะแผ่นดินอยู่ใหน ออกมาเห่าหอนช่วยลูกความของมึงหน่อยเร้วววววววว หากคดีเป็นที่สิ้นสุดแล้วและผู้ต้องสงสัยได้กระความผิดจริง ไอ้ทนายอีปปรีย์ตัวนี้ก็สมควรที่จะต้องได้รับโทษด้วยในฐานะที่ช่วยเหลือผู้ก่อการวินาศกรรมในประเทศ แล้วก็อย่าลืมสอบสวนเค้นเอาเบื้องหน้าเบื้องหลังที่มันเข้ามาช่วยผู้ต้องสงสัยรายนี้ด้วย
มันมาแล้วครับ ตามคำเรียกร้อง ทนาย "อาเดม" ไม่เชื่อ! ลูกความสารภาพเป็นชายเสื้อเหลืองวางบึ้ม ชี้แขนซ้ายไม่มีแผลเป็น วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 10:03:03 น. แฟ้มภาพ-นายชูชาติ กันภัย ทนายความ อาเดม ไม่เชื่อ อาเดมรับเป็นชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม ระบุแขนซ้ายไม่มีแผลเป็นแน่นอน เผย เมื่อวานเจ้าหน้าที่งดเยี่ยม เพราะป่วยหนักเป็นความดัน และไข้หวัด เตรียมเยี่ยมอีกครั้งจันทร์นี้ นายชูชาติ กันภัย ทนายความนายอาเดม คาราดัค ผู้ต้องหา “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งระบุว่า นายอาเดม ออกมายอมรับว่าเป็นชายเสื้อเหลืองที่นำกระเป๋าเป้ไปวางที่ศาลท้าวมหาพรหม จนเกิดเหตุระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ส.ค.58 โดยนำจุดสังเกตเรื่องการพรางตัวใส่วิก และรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายมาอ้างอิงนั้น นายชูชาติ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกมาชี้แจงจากพนักงานสอบสวน และจากการเข้าเยี่ยมเมื่อวาน(23 ก.ย. 58) ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้งดเยี่ยมเนื่องจากนายอาเดม ป่วยหนักจนต้องมีแพทย์มาตรวจ ซึ่งพบว่าป่วยเป็นไข้หวัด และความดันสูง ประกอบกับนายอาเดมไม่ยอมรับประทานอาหาร ส่วนตัวเดินทางไปพบอาเดม 2 ครั้ง เบื้องต้น จากการเข้าพบอาเดมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 58 ยังให้การปฏิเสธเรื่องระเบิดอยู่ และยังไม่มีการยอมรับเรื่องเป็นชายเสื้อเหลือง แต่ถ้านายอาเดมรับสารภาพจริง ก็ต้องดูเหตุผลประกอบว่า รับด้วยเหตุผลใด อาจมีการโน้มน้าวให้รับสารภาพหรือไม่อย่างไร เพราะส่วนตัวดูจากรูปลักษณ์ของนายอาเดม เทียบกับชายเสื้อเหลืองในวันเกิดเหตุ สรีระร่างกายคนละเรื่องกันเลย และคนในภาพวงจรปิดมีลักษณะไหล่กว้าง และไหล่ตรง แต่นายอาเดมเป็นคนตัวเล็ก ไหล่ตก ใบหน้าก็คนละแบบ และเท่าที่พูดคุยกับนายอาเดมเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 58 จากการสังเกตแขนซ้ายนายอาเดมไม่มีแผลเป็นเท่าที่ดูอย่างคร่าวๆ ไม่มีแน่นอน และส่วนตัวยังรู้สึกงงว่าข่าวออกมาได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม นายชูชาติจะเดินทางไปเยี่ยมนายอาเดม อีกครั้งในเวลา 08.30 ของวันจันทร์ (28 ก.ย. 58) เพื่อสอบถามรายละเอียดเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
การเข้ามาน่าสงสัย อาจต้องการปิดปาก ไม่ให้โยงถึงตัวการใหญ่หรือเปล่า อยู่ดีๆ จะมาอาสาเป็นทนายโดยไม่ได้เรียกร้องเป็นไปได้ไง แล้วทำไมต้องเป็นทนายเสื้อแดง ถ้านายคนนี้เป็นทนายอาสาสมัคร ก็อาจไม่น่าสงสัย ความรู้สึก ยังไงก็คิดว่าเป็นพวกเสื้อแดงที่ทำ
ผบ.ตร. ยังไม่ยืนยัน "อาเดม" เป็นชายเสื้อเหลืองมือบึ้มจริง หลังมีกระแสสารภาพ วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 12:42:09 น. แฟ้มภาพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ยืนยัน "นายอาเดม คาราดัก" เป็นชายเสื้อเหลือง ตามที่มีกระแสข่าวรับสารภาพ โดยขอให้พยานหลักฐานชัดเจนมากกว่านี้ พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า พนักงานสอบสวน ได้มีการตั้งสมมติฐาน ตั้งแต่วันแรกที่สามารถจับกุมนายอาเดม คาราดัก หรือ บิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ได้ ว่ามีความคล้ายคลึงกับชายเสื้อเหลืองผู้ก่อเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ แต่นายอาเดมให้การปฏิเสธ จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่ล่าสุด ได้รับรายงานทางวาจาจากฝ่ายสืบสวนว่า พบหลักฐานหลายอย่าง ที่สามารถยืนยันการกระทำผิด และหักล้างคำให้การเดิมของนายอาเดมได้ อาทิ ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องน้ำบริเวณสวนลุมพินี ที่คาดว่า นายอาเดม เข้าไปเปลี่ยนชุดหลังก่อเหตุระเบิด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ จึงยังไม่สามารถสรุปได้จนกว่าจะมีหลักฐานยืนยันคำให้การที่ชัดเจนมากกว่านี้ และจากการสอบสวนนายอาเดม ยังไม่ให้การซัดทอดไปถึง นายเมียไรลี ยูซูฟู หรือผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ แต่ตำรวจเชื่อมั่นว่า ดำเนินการมาถูกทางตั้งแต่เริ่มแรก พร้อมเห็นว่า หากไม่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ตั้งแต่แรก อาจมีการก่อเหตุอีกหลายจุด เนื่องจาก พบอุปกรณ์ สารเคมี เตรียมประกอบวัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุจำนวนมาก
อยากรู้ว่า จนป่านนี้ไอ้สำนักข่าวเด้งดึ๋งเนี่ย มันยังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่อีกหรือเปล่าว่าชาวบ้านเขาอยากเห็นความสงบมากกว่าความยุติธรรม แบบที่ไอ้ดนัย กับไอ้ยุ้ย มันพยายามสะกดจิตตัวเองอยู่ทุกวัน
“ประวุฒิ” งง “อาเดม” สารภาพกับใคร ไม่อยากเชื่อซูมภาพถุงเจอเสื้อเหลือง โฆษก ตร.เผยยังไม่รู้ “อาเดม” สารภาพเป็นชายเสื้อเหลืองกับใคร แค่ได้ยินจากสื่อ ต้องหาหลักฐานมายืนยัน และรอผลสอบของ บช.น.ที่ส่งชุดสอบสวนเข้า มทบ.11 ชี้กรณีซูมภาพเห็นเสื้อเหลืองในถุงพลาสติกสีขาวที่นายอาเดมถือ หากจริงคงเจอนานแล้ว ย้ำขณะนี้ยังยืนยันไม่ได้ ต้องรอการสอบสวนให้รัดกุม แต่ยอมรับคำให้การของผู้ต้องหามีแนวโน้มดี วันนี้ (24 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีนายอาเดม คาราดัก หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ให้การรับสารภาพว่า เป็นชายเสื้อเหลืองคนที่นำระเบิดไปวางที่ศาลท้าวมหาพรหมย่านราชประสงค์ว่า ตนยังไม่ทราบประเด็นนี้ แต่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนไปยัง มทบ.11 แล้วเพื่อทำการขยายผลในประเด็นนี้ ในรายละเอียดต้องให้พนักงานชุดสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ การสอบปากคำผู้ต้องหาจะมีการบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาไว้ตลอดอยู่แล้ว อย่างในกรณีที่เป็นข่าวออกมาก็ต้องมีการสอบสวนพยานหรือหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมกว่านี้เพื่อหาหลักฐาน และอาจมีนำกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้มาย้อนดูอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูลักษณะของเสื้อผ้าของผู้ต้องหาที่อาจพบในภาพกล้องวงจรปิด ส่วนนายอาเดมจำนนด้วยหลักฐานใดนั้น เป็นเรื่องในรายละเอียดต้องขอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ต้องดูว่าจำนนด้วยหลักฐานหรือไม่ รับสารภาพหรือไม่ยังไม่ทราบ ส่วนจะเป็นเพราะหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีทำให้นายอาเดมรับสารภาพหรือไม่นั้น หากนายอาเดมรับสารภาพจริงก็ต้องไปดูว่าที่รับสารภาพเป็นเพราะหลักฐานหรือคำให้การของบุคคลอื่น เบื้องต้นในรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ขอให้ได้รับการยืนยันชัดเจนก่อน เพราะหากพูดว่าเขารับสารภาพหรือเป็นผู้ชายที่ใส่เสื้อสีเหลืองในที่เกิดเหตุจริงต้องมีหลักฐานและจะต้องมีการออกหมายจับและแจ้งข้อหาแต่ขณะนี้ยังไม่มี พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า การให้การของนายอาเดมมีแน้วโนมดีขึ้น แต่ยังไม่สามรถบอกรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตาม คำรับสารภาพของนายอาเดมยังไม่ชัดเจน จะรับจริงหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ต้องขอได้ยินจากปากหรือเห็นหลักฐานก่อนว่านายอาเดมรับสารภาพกับใคร เพราะได้ยินจากสื่อมวลชนทั้งสิ้น ส่วนการให้การสอดคล้องกับหลักฐานมีอยู่ใช่หรือไม่นั้น ตนว่าไม่ใช่ว่าการให้การสอดคล้องกับหลักฐานที่มีอยู่แต่จะเป็นหลักฐานไปยืนยันคำให้การมากกว่า ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดในสวนลุมพินีที่บอกว่าพบนายอาเดมยืนถือถุงพลาสติกสีขาวอยู่นั้นยังไม่ทราบต้องขอดูรายละเอียดก่อน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผลการตรวจดีเอ็นเอบอกว่าไม่ตรงกับชายเสื้อเหลืองนั้น ไม่ตรงคือคนร้ายเข้ามาในห้องพักที่พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์แต่ไม่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือไว้ ไม่ได้ไม่ตรงแล้วคนร้ายไม่ได้เข้ามา ไม่ใช่ เพราะตอนนี้เรายังไม่มีวิธีการยืนยันตัวคนร้ายได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนและไม่สามารถยืนยันอะไรได้ ส่วนข่าวว่ามีการพาตัวนายอาเดมไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องมีการปิดถนน ส่วนการประสานงานมาเลเซียจะมีอีกในเร็วๆ นี้ ส่วนที่ทางการมาเลเซียจับผู้ต้องสงสัยได้ 8 คนนั้น เป็นการจับในขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบว่าได้มีการพยายรามนำพาผู้ต้องหาที่ทางการไทยต้องการตัวหลบหนีไปหรือไม่ด้วย “เรายังไม่สามารถยืนยันอะไรได้เลย ผมไม่ทราบว่าสื่อมวลชนนำข่าวดังกล่าวมาจากที่ไหน เพราะหากมีการซูมถุงพลาสติกสีขาวเจอเสื้อสีเหลืองจริงคงจะเจอตั้งนานแล้ว ส่วนที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ออกมายืนยันว่านายอาเดมเป็นชายเสื้อเหลืองเพราะมีหลักฐานไม่ครบแต่มีหลักฐานบางส่วนใช่หรือไม่นั้น เพราะว่าหากให้ข้อมูลเร็วเกินไปจะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ลำบาก เพราะฉะนั้นก็ต้องรอให้การสืบสวนสอบสวนมีความรัดกุม หากใช่ก็คือใช่ หากไม่ใช่ให้ข้อมูลไปก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่ทั้งนี้มีแน้วโน้มที่น่าจะดี ส่วนหากนายอาเดมปลอมตัวจะคล้ายภาพสเกตช์หรือไม่นั้น ก็มีส่วนคล้ายกัน แต่ก็พูดยากเพราะผู้ต้องหาทุกคนที่มีภาพสเกตช์ออกมาก็คล้ายกันทุกคน” พล.ต.ท.ประวุฒิระบุ http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9580000108063 หึ หึ
ขอฮึฮึ ด้วยคนครับ สอบเค้น “บิลา” จนรับสารภาพ มีรายงานต่อไปว่า ชุดสืบสวนจึงประสานเจ้าหน้าที่ทหารขอเข้าสอบสวนนายบิลาในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีตลอดทั้งคืน ซักถามข้อมูลนายบิลาอย่างละเอียด และนำพยานหลักฐานมาใช้ในการสอบสวน โดยนำวิกผมปลอมและแว่นตากรอบสีดำแบบเดียวกับมือระเบิดเสื้อเหลืองใช้ในวันวางระเบิดแยกราชประสงค์มาให้นายบิลาสวมใส่และวัดส่วนสูงนายบิลาเทียบกับส่วนสูงขอบสีทางเข้าร้านสะดวกซื้อ กับภาพคนร้ายที่ได้จากกล้องวงจรปิดปรากฏว่าตรงกัน จึงสอบเค้นนายบิลาตลอดทั้งคืน จนยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นชายเสื้อเหลืองที่วางระเบิดแยกราชประสงค์เอง เปิดปากสวมวิกกับแว่นพรางตัว มีรายงานด้วยว่า นายบิลาให้การย้อนเหตุการณ์วันเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ว่า หลังจากนำกระเป๋าเป้ใส่ระเบิดไปวางไว้ที่ม้านั่งในศาลท้าวมหาพรหมแล้ว เดินออกมาเรียก จยย.รับจ้างในซอยมหาดเล็กหลวงไปลงที่สวนลุมพินี เดินเข้าไปในห้องน้ำของสวนลุมพินีถอดวิกผมและแว่นตาที่ใส่อำพรางตัวออก เปลี่ยนเสื้อจากสีเหลืองไปสวมเสื้อสีเทา แล้วเอาเสื้อและอุปกรณ์พรางตัวใส่ถุงพลาสติกสีขาวเดินออกมาจากสวนลุมพินี ชุดสืบสวนจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบย้อนหลัง พบภาพนายบิลาสวมเสื้อเทาถือถุงพลาสติกสีขาวเดินออกมาจากสวนลุมพินี แล้วเรียกแท็กซี่หนีกลับไปซ่อนตัวที่ห้อง 414 พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ย่านมีนบุรี และยังสอดรับกับภาพกล้องวงจรปิดขณะที่มือระเบิดเสื้อเหลืองหยิบถุงพลาสติกสีขาวออกจากกระเป๋าเป้ก่อนเดินหนีออกมาจากบริเวณศาลท้าวมหาพรหม นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังตรงกับข้อมูลทางเทคนิคที่ยืนยันว่า นายเมียไรลี ยูซูฟูกับนายบิลาอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ช่วงเกิดเหตุระเบิด พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำอย่างละเอียดและรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา เพื่อเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติม หรือขอหมายจับใหม่จากศาลจังหวัดมีนบุรีต่อไป http://www.thairath.co.th/content/527480
ผมว่าสุดยอดเคล็ดวิชา "บัวหิมะพันปี" แบบในหนังกำลังภายในนี่ต้องมีจริงแหงมๆ คนอายุ 60 กว่า ยังใสปิ๊งขนาดนี้
เรื่องเล่าข่าวที่น่าสนใจ วงจรปิดสวนลุม มัด 'อาเดม' ลอกคราบชุดเหลืองที่ห้องน้ำ ชุดสืบสวน บชน. ลุยหาหลักฐานโยงคำสารภาพ 'อาเดม คาราดัค'เอี่ยวบึ้มพระพรหมฯ พบเบาะแสวงจรปิด ชายเสื้อเหลือง เดินเข้าสวนลุมพินี ก่อนลอกคราบในห้องน้ำ กลายเป็นชายหัวเกรียน เจาะประเด็นปลอกแขนสัญลักษณ์ให้คนกดบึ้ม . จากกรณีชุดสืบสวนตำรวจนครบาลเข้าซักถาม นายอาเดม คาราดัค หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด เพิ่มเติมที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 ซึ่งผู้ต้องหารับว่า "เป็นชายชุดเหลืองที่วางระเบิด" โดยมีการนำเอาวิกผม และแว่นตากรอบดำไปให้ผู้ต้องหาสวมใส่ ปรากฏว่า มีส่วนคล้ายกับชายเสื้อเหลืองที่ก่อเหตุวางระเบิดที่แยกราชประสงค์เป็นอย่างมากมาก โดยส่วนสูงของนายอาเดมกับชายเสื้อเหลือง ที่ปรากฏในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก็ใกล้เคียงกัน ซึ่งหลังวางระเบิดแล้วได้นั่งจักรยานยนต์รับจ้างไปลงที่ "สวนลุมพินี" เพื่อถอดวิกผม แว่นตา และเครื่องแต่งกาย ก่อนจะสวมใส่ชุดใหม่แทน จากนั้นเดินทางกลับไปที่พักย่านหนองจอก ขณะที่หลายฝ่ายได้ขอให้ชุดสืบสวนเร่งหาพยานหลักฐาน ซึ่งมีความชัดเจนมากกว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมาแล้วนั้น . ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนได้ออกค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในทันที เพื่อสนับสนุนคำสารภาพของนายอาเดมด้วยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสวนลุมพินีจนกระทั่งพบว่า วงจรปิดจับภาพชายเสื้อเหลืองที่นั่งซ้อนท้ายจยย.รับจ้าง มาลงที่ลานจอดรถเล็ก ๆ ช่วงป้ายรถประจำทาง ถนนราชดำริ ห่างจากแยกราชดำริเล็กน้อย ซึ่งปกติจะมีร้านขายอาหารอีสานอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย แต่ในวันเกิดเหตุร้านดังกล่าวไม่มาขาย สภาพแวดล้อมค่อนข้างมืด . จากนั้นชายเสื่อเหลืองได้เดินเข้าไปในสวนลุมพินี ผ่านเข้าช่องทางประตู 5 ตรงข้ามกับ รพ.จุฬาฯ เข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ด้านในเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและถอดชุดอำพรางตัวออกทั้งหมด กลายเป็นชายที่มีผมเกรียน ไม่ใส่แว่นตา ส่วนเสื้อเปลี่ยนจากสีเหลือง เป็นเสื้อยืดคอกลมสีเทาหม่น ส่วนกางเกงเปลี่ยนจากกางเกงขาสามส่วนสีเข้ม เป็นกางเกงยีนขายาว แล้วเดินอ้อมมาทางหัวมุมห้องน้ำดังกล่าว โดยในมือได้ถือถุงพลาสติกสีขาวคาดว่า จะใส่สิ่งของอำพราง เดินผ่านประตู 4 ภายในสวนลุมพินี ซึ่งอยู่ด้านหลังลานพระรูป ร.6 แล้วออกจากสวนลุมพินีประตูด้านหน้า ถนนพระราม 4 ฝั่งตรงข้ามอาคารอื้อจือเหลียง ซึ่งทางชุดสืบสวนจะได้เร่งหาภาพวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีต่อไป . ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่าทหารเตรียมเข้าทำการบันทึกปากคำนายอาเดม ที่ มทบ.11 ตามขั้นตอนการสืบสวนสืบสวน กรณีให้การรับสารภาพว่าเป็นชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิด แต่ชุดยังไม่สามารถสอบปากคำนายอาเดมได้ เนื่องจากนายอาเดมมีโรคประจำตัว และเกิดอาการป่วยเป็นไข้หวัดและความดันสูง พักรักษาอาการป่วยที่สถานพยาบาลของเจ้าหน้าที่ทหารภายใน มทบ.11 สถานที่ควบคุมผู้ต้องหาดังกล่าว . ด้านนายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม กล่าวยืนยันว่า นายอาเดมปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ใช่ชายเสื้อเหลือง ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นเพียงกระแสข่าว เนื่องจากไม่เคยได้ยินทางการไทยแถลงข่าวว่านายอาเดมเป็นผู้นำระเบิดไปวาง อีกทั้งรูปร่างของคนร้ายกับนายอาเดมก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยคนร้ายมีรูปร่างสูง ไหล่กว้าง และตรง ส่วนนายอาเดมเป็นคนรูปร่างเล็ก ไหล่ตกลู่ และไม่พบว่าแขนซ้ายของนายอาเดมมีรอยแผลเป็นเหมือนชายเสื้อเหลือง จึงเป็นไปไม่ได้ว่านายอาเดมจะเป็นคนร้ายที่นำระเบิดไปวาง ล่าสุดตนได้เดินทางไปเยี่ยมนายอาเดมที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี มณฑลทหารบกที่11 (มทบ.11) แต่ไม่ได้พบเนื่องจากนายอาเดม มีอาการป่วย เป็นไข้หวัดและความดันสูง ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 28 ก.ย.นี้ จะเดินทางไปเยี่ยมนายอาเดมอีกครั้ง . ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมในประเด็นที่ชายเสื้อเหลืองสวมปลอกแขนทั้งสองข้างนั้น ไม่ได้เป็นการปกปิดแผลเป็นแต่อย่างใด เพราะนายอาเดมไม่มีบาดแผลบนแขน แต่เป็นการให้สัญลักษณ์กับผู้ร่วมขบวนการที่รอจุดชนวนระเบิดอยู่ใกล้กับศาลท้าวมหาพรหมเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีประชาชนค่อนข้างมาก และอาจมีคนสวมเสื้อเหลืองหลายคน ส่วนขั้นตอนหลังจากให้ทหารทำบันทึกปากคำนายอาเดมแล้ว พนักงานสอบสวนจะต้องเข้าไปทำการสอบสวนใหม่อีกครั้ง ว่าคำให้การตรงกับทหารหรือไม่ หากตรงกันก็เป็นขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนลุมพินีเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือฆ่าคนตายโดยเจตนาและพยายามฆ่า ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป.“ อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/350179
ตอนนี้กลุ่มไหนดิ้นเรื่องมือระเบิดราชประสงค์ ก็กลุ่มนั้นละครับที่มีเอี่ยวกับคนลงมือ ไม่รู้ว่าน้าเหลี่ยมกับพรรคพวกยังหลับสบายกันดีหรือเปล่า
เมื่อวานอ่านข่าวก็ งง กับสื่อ เหมือนกันครับว่า คนร้ายสารภาพว่าเป็นชายเสื้อเหลือง ทางตำรวจกำลังเร่งเข้าไปสอบ ตกลงคนร้ายสารภาพกับใคร?
งงกับสื่อกับแหล่งข่าว ในข่าวมีมูลแค่นิดเดียวที่เหลือมโนกันเองแน่ ไม่มีใครให้ข้อมูลมาทั้งหมดหรอก สาระสำคัญต่อมาคือ แล้ว เจ้าเสื้อกางเกงรองเท้าที่เปลี่ยน วิก แว่น ปลอกแขน เอาไปไว้ไหน หรือเผาแล้ว ถ้าไม่มีสำนวนก็อ่อนอยู่ดี ถึงขนาดอ้างว่ารับสารภาพ คงต้องบอกแล้วแหละ
ผมว่าตำรวจเขาคงจะมีข้อมูลอยู่นะครับ ช่วงนี้ ลับ ลวง พราง มันเยอะ คนตามลุ้น ก็ลุ้นให้สาวไปถึงตัวบางการให้ได้ไวๆ คนส่วนใหญ่เขาก็คงจะกลัวว่าจะเป็นมวยล้ม เพราะความเชื่อถือของตำรวจไทยแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าจะกู้ศักดิ์ศรี(ที่ตำรวจเลวๆ บางกลุ่มชอบถามหา) คืนมาได้หรือเปล่า (ดูจากคดีเกาะเต่าแล้วก็น่าหนักใจแทนคนวงการสีกากีซะจริงๆ)
เกรงใจ เจ้าของกระทู้ แต่มันอดไม่ได้ ขอแก้ข่าว กะ " ฟี " หน่อย (apollo อะล่ะ) เยิ่นต๊ะหัว เค้าเล่นเป็น " คุณชายวังค้างคาว" หรือ ง้วนซุ่ยฮุ้น ว่าที่ ผู้นำจอมยุทธ์ ฝ่ายธรรมะ ลูกเลี้ยงของแม่ชี ซือไท่กู่เหมย เค้าจำเรื่องนี้ได้ เพราะเค้าจำฉากที่ ง้วนซุ่ยฮุ้น กำลังจะ อะจึ๋ย กับองค์หญิงเสี่ยวจิ้ง (องเหม่ยหลิน) เพื่อรวบหัวรวบหาง การเป็นทายาทฮ่องเต้ เค้าจำได้ว่าฉากนั้น เล่นเอาเด็กประถม อย่างเค้าถึงกับ ตบะแตก ธาตุไฟเข้าแทรก แต่จริง ๆ ตอนมาดูอีกรอบ ทางช่อง เจนิฟู้ด เออ ก็แค่ เอามือเผยอ เสื้อแค่นั้น แต่ตอนนั้น จำได้ หืย สั่นไปทั้งตัวอะ
หมีเซียะ - Michelle Yim Thai fans มีข่าวเจ๊ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีนนะคะหนนี้ อินเตอร์มากๆ ^^ Pat Hemasuk เพจใครเคยออกตัวแรงด่าเรื่อง CCTV ของคุณชายสุขุมพันธุ์ ก็เตรียมตัวเงิบกันได้กันได้เลยนะครับ หลักฐานมัดตัว นายอาเด็ม คาราดัก รายทางมาจากกล้องของ กทม.ทั้งนั้น ส่วนคนที่เคยออกทีวีด่าเช้าด่าเย็นว่ากล้อง กทม.พัง และไม่เคยใช้หลักฐานจาก กล้องของ กทม.นั่น พิจารณาจากกรณีน้องตั๊นที่พูดสองวันไม่ตรงกันก็พอเดาได้ว่าอัลไซเมอร์. เครดิตภาพ เดลินิวส์
Nation TV - เว็บไซต์สถานีข่าวอันดับ 1 ของเมืองไทย "ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อให้สอดคล้องกับคำสารภาพ อาเดม คาราดัก ผู้ต้องหาวางบึ้มราชประสงค์ พบว่ามีชายหน้าตาคล้ายกับ "อาเดม" เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำสวนลุมพินี ก่อนขึ้นแท็กซี่จากสวนลุมฯไปลงตลาดมีนบุรีนี่เป็นภาพของชายต้องสงสัย หลังจากชุดสืบสวน นำหลักฐานเข้าไปสอบคำซักถาม อาเดม คาราดัก โดยส่วนสูงของนายอาเดม กับชายจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงกัน ก่อนที่ อาเดม จะรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด และยอมรับว่ามีการอำพรางใบหน้า จากนั้นโดยสารวินจักรยานยนต์รับจ้างไปลงที่สวนลุมพินี แล้วเข้าไปในสวนลุมพินี เพื่อถอดวิกผม แว่นตา และเครื่องแต่งกายออก เพื่อสวมใส่ชุดใหม่แทน ก่อนที่จะเดินทางกลับไปที่พักย่านหนองจอก" อ่านต่อที่: http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378472418/
ภากร นครกุลเชษฐ์ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เผย พนักงานสอบสวนขอศาลทหารออกหมายจับ ผู้ต้องหาคดีระเบิดกลางกรุงอีก 10 รายขึ้นไป ฐานความผิด ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดและมีผู้เสียชีวิต