CIA ในการเมืองระบอบทักษิณ

กระทู้ใน 'สภากาแฟ' โดย กระต่ายในจันทร์, 2 Feb 2015

  1. กระต่ายในจันทร์

    กระต่ายในจันทร์ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    13 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    3,710
    เมื่อปลายสัปดาห์ ผมตระเวนไปเรื่อยๆ ถึงสุดตะวันออกเฉียงใต้ แล้วย้อนไปอีสาน ก่อนล่องกลับกรุงเทพฯ ก็ต้องขอบคุณ คุณ "ผักกาดหอม" ที่ทำงานแทน
    เห็นแฟนๆ ล้อมวงคุยกับคุณผักกาดหอมอุ่นหนาฝาคั่ง และคุณผักกาดหอมก็คุยได้อรรถรสครบเครื่องแกง ผมก็แอบดีใจ จะได้มอบพื้นที่ตรงนี้ให้
    "เป็นนายวง" ถาวรไปเลย!
    ส่วนผม ล่วงมาป่านนี้แล้ว รู้จักประเทศไทยแค่ในพื้นที่ไม่กี่ตารางไมล์ จะได้แปรสภาพเป็น "สวะลอยน้ำ" ไปติด-ไปแตะ ตรงโน้น-ตรงนี้ ส่งท้ายชีวิตที่ "สั้นนัก" ให้สมกับความตั้งใจที่ไม่เคยมีอะไรสมใจมาก่อนเลย
    การได้พักเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน ทำให้ผมมีเวลาอ่าน "เอกสารบันทึก" เก่าๆ ที่กองไว้ท่วมหัว
    รวมทั้งเอกสารบันทึกเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไทย ที่รับคำสั่งทำเนียบขาว-กระทรวงต่างประเทศของเขา ใน "ภารกิจเฉพาะเรื่อง-เฉพาะเป้าหมาย" แล้วรายงานผลกลับไป
    ก็ต้องขอบคุณ "วิกิลีกส์" ที่นำเอกสารมาตีแผ่!
    "เบื้องหลัง-เบื้องลึก" สัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ จากอดีต สู่ปัจจุบัน ยันอนาคต พูดได้คำเดียวว่า เบื้องหน้าที่สวยงามด้วยคำว่ามหามิตรและประชาธิปไตย
    เบื้องหลังมันคือ ความเลวทราม และอสัตย์!
    ทุกอย่าง คือการใช้ "ชาติ-ประชาชน" เป็นทุนแลกเปลี่ยนระหว่างผลประโยชน์ทางอำนาจครองโลก-ครองธุรกิจของสหรัฐฯ
    กับผลประโยชน์และอำนาจครองประเทศ ของกลุ่มนักการเมือง+กลุ่มทุนไทย!
    ที่นายแดเนียล รัสเซล เข้ามาแสดงบทการทูต "มะริกันระยำ" ก็ดี ที่คนสถานทูตสหรัฐฯ เปิดเผยตัวตนว่า...ตัวการใหญ่นอกชาติ "ตัวจริง" ที่บงการ-ชักใย "แดงทั้งแผ่นดิน" นั้น
    -ไม่ใช่เขมรฮุน เซน
    -ไม่ใช่โอบามา ไม่ใช่รัฐบาลและประชาชนอเมริกัน
    แต่มันคือ CIA ซึ่งใต้หน้ากาก มันคือตัวการขับเคลื่อนแผน New World Order ขององค์กรจัดระเบียบโลกใหม่...เป้าหมาย
    "รัฐบาลโลก" ภายใต้คำสั่งเดียว!
    สมาคมฟรีเมสัน สมาคมอิลลูมินาติ (ที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่าอยู่เบื้องหลังฆ่าหมู่กรณีชาร์ลี เอบโด) สมาคม Skull and Bones จนถึง Council on Foreign Relations = CFR
    เหล่านี้คือ ขบวนการจักรวรรดินิยมทุนครองโลกผู้มีอำนาจบงการสหรัฐฯ และมี CIA เป็นตัวปฏิบัติการลับที่ถูกส่งไปซุกตัวตามจุด และตามประเทศกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก แม้ขณะนี้
    และขบวนการเปลี่ยนโลกนี้ ว่ากันที่จริงแล้วอยู่ภายใต้คำสั่งจาก "อำนาจเหนือ" อีกชั้นหนึ่ง
    นั่นคือ......อำนาจที่เกี่ยวพัน "ศาสนา" โดยตรง!
    ถ้าเรายอมรับว่าโลกกลม ก็ต้องยอมรับการหมุนกลับของ "สงครามครูเสด" ในแต่ละครั้งด้วย
    "กรุงเยรูซาเลม" จาก ค.ศ.๑๐๙๕ จนถึงวันนี้...ค.ศ.๒๐๑๕ ยังเป็นปาฏิหาริย์แห่งคำถาม ที่ต้องใช้สงครามเป็นคำเฉลย
    ริชาร์ด ใจสิงห์ ขนาดนั้น ยังไม่สามารถหยิบ "ส้มในลัง" ขึ้นมาปอกใส่ปากได้ ถึงวันนี้เหลือวิสัยที่ใครจะตอบได้ว่า
    ต้องสงครามอีกกี่ครั้ง และครั้งไหน เป็นครั้งตอบโจทย์ "เยรูซาเลม" นครปาฏิหาริย์แห่งคำถาม!?
    มีใครสังเกตมั้ยว่า "สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ" ที่เรียกกันติดปากว่า CIA นั้น รัฐสภาสหรัฐฯ เขาเปลี่ยนชื่อใหม่ร่วม ๒๐ ปีมาแล้ว เขาเปลี่ยนเป็นว่า
    "ศูนย์ข่าวกรองกลาง จอร์จ เอช. ดับเบิลยู บุช"!
    บุชผู้พ่อ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ ๔๑ และต่อมา "บุชผู้ลูก" นายจอร์จ บุช เป็นประธานาธิบดี คนที่ ๔๓ ตรงกับสมัยที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ นั่นแหละ
    เขาเคยเป็น "ผู้อำนวยการ CIA" มาก่อน และคน CIA นับถือประมาณว่าบิดาของ CIA เหมือนอัยการที่ทักษิณยกระดับฐานะเท่าศาล จนคนอัยการพวกหนึ่งถือว่า ทักษิณคือบิดาอัยการ
    การเปลี่ยนชื่อ "ข่าวกรองกลางสหรัฐฯ" เป็น ข่าวกรองกลาง จอร์จ เอช. ดับเบิลยู บุช นั่นคือคำตอบว่า
    บุชผู้พ่อ มีบารมีระดับ "บิดา CIA" จริงหรือไม่?
    บุชผู้พ่อ กับทักษิณ มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง เคยไปมาหาสู่กันที่เมืองไทย และบุช นอกจากเป็นที่ปรึกษาคาร์ลไลน์สกรุป ซึ่งเป็นกลุ่มทุนธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม แบงก์ และพลังงาน แล้ว.....
    บุช คือสมาชิกสมาคม Skull and Bones และ CFR ระดับหัวหน้าผู้มีอำนาจปฏิบัติการขณะนี้!
    และขณะนี้......
    สหรัฐฯ บริหารด้วยอำนาจประธานาธิบดีโอบามา หรือด้วย "อำนาจเหนือ" คือ อำนาจ CFR โดยมี CIA เป็นมือปฏิบัติการ เป็น "ความเคลื่อนไหว" ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง?
    นั่นคือ "ลีลามหามิตร" ที่เปลี่ยนไปกับไทยเราเวลานี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ ไม่ได้มาจาก "ประธานาธิบดีโอบามา"
    แต่มาจาก "อำนาจเหนืออำนาจ" ใช้คนและนโยบาย CIA ในคอนโทรลบุชผู้พ่อเข้ามาในคราบ "ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ"
    และในคราบ "เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ในไทย"!
    ระดับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยนายโอบามา ต้องไม่ใช่ "การทูตป่าเถื่อน" อย่างที่นายแดเนียล รัสเซล ทำ
    ยิ่งแทรกแซงกิจการภายใน ส่งเจตนาจงใจ ยุยง ปลุกปั่นให้เกิด "เรด สปริง" คือแดงทั้งแผ่นดิน.....
    ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่สถานทูต ออกเดินสายไปพบปะขบวนการเสื้อแดง ระบอบทักษิณ ทั้งในอีสาน ในกรุงเทพฯ ชนิดซึ่งๆ หน้าท้าทายกฎอัยการศึก
    ระดับรัฐบาล โดยนายโอบามา........ยิ่งไม่ทำ
    เพราะที่ทำนี่ คือ........สหรัฐฯ "ตัวการ" ชักใยระบอบทักษิณ "ล้มสถาบัน-เปลี่ยนแผ่นดิน" ชัดๆ!
    จะสังเกตว่า โอบามาไม่พูดอะไรเลยกับ "เหตุที่เกิด"
    มีแต่ "เจน ซากี" โฆษกกระทรวงต่างประเทศ พูดอยู่คนเดียว?
    ขณะนี้ ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องแปลความใดๆ ว่า สหรัฐฯ โดย CIA กับการเมืองระบอบทักษิณ ร่วมผลประโยชน์ในไทยกันมาตลอด ใช่หรือไม่?
    ดังนั้น เมื่อผลประโยชน์ในไทย ในภูมิภาคนี้ ผ่านการใช้ไทยเป็นศูนย์ปฏิบัติการ กำลังจะเสียไปพร้อมอำนาจระบอบทักษิณ
    CIA จึงออกตัวแรง!
    และฟันธงได้เลย ตั้งแต่สมัยนางคริสตี เคนนีย์ เป็นเอกอัครราชทูต ไม่เพียงตัวนางเคนนีย์ สาย CIA เท่านั้น
    ที่ปรากฏเป็นข่าว มีเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ เดินทางไปพบปะ คลุกคลี เรียกว่าสนับสนุนขบวนการเสื้อแดงในอีสานชนิดเปิดเผย ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า นั้น
    ไม่ใช่สั่งการจาก "ทำเนียบขาว"
    แต่เป็นสั่งการจากขบวนการ CFR ที่มี CIA เป็นมือปฏิบัติการ!
    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในไทย มีกี่ร้อย-กี่พัน ผมไม่ทราบ
    แต่บอกได้ว่า...ที่ใช้คำว่า เจ้าหน้าที่สถานทูต นำคณะเจ้าหนาที่นั้น-นี้ จากสหรัฐฯ ลงพื้นที่ พบปะขบวนการแดงทั้งแผ่นดิน ระบอบทักษิณนั้น
    เป็นพวก CIA ในคราบ เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ!
    สถานทูตสหรัฐฯ และบ้านพักเจ้าหน้าที่ จะอยู่ถนนวิทยุ แต่ผมอยากจะถาม...ถามใครก็ได้ ทั้งระดับรัฐบาลไทย และกลุ่มทุนอีลิตไทยว่า........
    รู้ใช่มั้ย.......
    CIA เช่าโรงแรมระดับ ๔-๕ ดาว ย่านราชดำริ เป็น "กองบัญชาการลับ" ชนิดยกฟลอร์ อยู่กันชนิด "นอกและเหนือกฎหมายไทย" มานานนับเป็นปีๆ แล้ว
    หรือเป็น.....สิบๆ ปีแล้วด้วยซ้ำ!?
    ไม่ต้องตกใจกันไป เพราะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย สำหรับ CIA กับกลไกเหนือการเมืองและประเทศไทย
    ไม่ต้องย้อนไปถึง พ.ศ.๒๔๘๘ หรอก เอาแค่ พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็พอ "เอกสารบันทึก" ที่เปิดเผยได้หลัง ๕๐ ปีผ่านไป มีไว้ตอนหนึ่ง ดังนี้
    -USA ให้ความช่วยเหลือไทยมาก แลกกับการตั้งหน่วยงานในไทย และสามารถเข้าถึงหน่วยงานไทยได้ทั้งหมด
    -เป็นยุค CIA ครองไทย
    ครับ...เท่านี้ก็คงเห็นภาพในความเป็นไปขณะนี้ สหรัฐฯ โดย CIA ทำกับไทย บนคำที่เขาอ้างว่า "ไม่เข้าข้างฝ่ายใด"
    ฉะนั้น เราต้องมีสติ ต้องแยกแยะในการรับมือ และการตอบโต้ ระหว่างความเป็นสหรัฐฯ กับความเป็นสหรัฐฯ ของคนกลุ่มหนึ่งในคราบ CIA
    เพราะบนความเป็นสหรัฐฯ กับไทย ตัดกันไม่ขาด เป็นศัตรูกันไม่ได้ เท่ากับไว้เนื้อเชื่อใจกันก็ไม่ได้ เช่นกัน
    เหมือนประเทศไทย บนความเป็นเหลือง แดง ขาว ดำ กปปส.หรือ นปช.และไม่ว่าระบอบไหน
    ตัดความเป็นคนไทย "ร่วมประเทศไทย" กันไม่ได้เช่นกัน!
    ที่ต้องทำความเข้าใจกันให้ตรง....
    การเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง!
    แต่การทัพ คือกองทัพไทย กับกองทัพสหรัฐฯ รวมทั้งประชาชนสหรัฐฯ ไม่มีอะไรแตกแยก ไม่มีใครมองใครเป็นศัตรู
    ทุกอย่างคบหาและเป็นไปเหมือนเดิม โดยเฉพาะกิจการระหว่าง "ทหารต่อทหาร"
    ฉะนั้น คอบรา โกลด์ เราอย่าเอาการเมืองไปสรุปทหารอเมริกัน.
    http://www.thaipost.net/news/020215/102461
    นี่คือสิ่งที่ป๋าเปลว สีเงิน แห่งไทยโพสต์ได้เขียนไว้
    เป็นไงบ้าง ทะลุทะลวงบ่วงบาศก์ดีไหม สำหรับผม
    ป๋าเปลวเป็นเน็ตไอดอลทางความคิดเลยเชียวแหละ
    แล้วเพื่อนๆในบอร์ด คิดยังไงกับเรื่องนี้ทั้งเหลือง แดง
    หรือสลิ่ม หรือ กปปส หรือลิเบอรัล ................
     
  2. หงส์เฒ่าเสาร์ธรรม

    หงส์เฒ่าเสาร์ธรรม อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    24 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,645
    สำหรับผมเช่นกันครับ
     
  3. อาบังคนเหนือ

    อาบังคนเหนือ อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    2 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,019
    อ่านจนจบ......แล้วจะให้เมกากระทำกับเราฝ่ายเดียวรึ.......โดยที่เมกาไม่ปรามคนของเค้าเลย(CIA)....งงแหะ
     
  4. Redbuffalo010

    Redbuffalo010 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    3 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    6,457
    CIA มันยิ่งใหญ่มากครับ แต่วิธีการ"ซ้อมทรมาน"นักโทษไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่สมัยสงครามเวียตนาม ปลายปีที่แล้วรัฐสภาสหรัฐได้เผยแพร่รายงานการทรมานนักโทษของ CIA สมัยประธานาธิบดี"บุชผู้ลูก" จากเหตุการณ์ 11/9 ซึ่งแม้แต่โอบามา เมื่ออ่านรายงาน 500 หน้าจบลง ก็ยังยอมรับว่า"โหดเหี้ยม"
    Screen Shot 2015-02-02 at 3.46.48 PM.png
    CIA และคณะกรรมการข่าวกรองวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา พยาหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่า"ทรมาน" ในรายงานต่างๆ โดยจะใช้แทนด้วยคำว่า "ปรับปรุงเทคนิคการซักถาม" เพื่อสอบปากคำผู้ต้องสงสัย
    ภาพ: Getty
    Screen Shot 2015-02-02 at 3.46.23 PM.png
    มีผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 5 คน ในคุกของ CIA ที่ถูกทรมานด้วยวิธีที่มีชื่อว่า “Rectal feeding and rehydration” "การให้อาหารและเครื่องดื่มเกลือแร่ทางทวารหนัก" จากรายงานทำให้รู้ว่าผู้ที่ถูกทรมานด้วยวิธีการนี้คือผู้ต้องสงสัยในคดีระเบิดโจมตีเรือรบ USS Cole ของอเมริกา ผู้ต้องสงสัยจะถูกจับนอนตะแคงคว่ำหน้า ศรีษะจะอยู่ต่ำกว่าก้น จากนั้นก็จะฉีดสารเหลวสวนเข้าไปในระบบขับถ่ายทางทวารหนัก
    ภาพประกอบ: Realfirstaid
    Screen Shot 2015-02-02 at 4.00.00 PM.png

    จมน้ำตายบนบกหรือกดน้ำ คือวิธีทรมานนักโทษที่น่ากลัวที่สุดของ CIA พวกเค้าจะจับผู้ต้องสงสัยนอนบนเก้าเตียงที่ลาดเอียงจากนั้นก็จะเอาผ้าปิดหน้า จมูก ปาก จากนั้นก็ราดน้ำบนผ้า ซึ่งจะทำให้ผู้ต้องสงสัยไม่สามารถหายใจได้เหมือนกับขณะจมน้ำ การราดน้ำแต่ละครั้งประมาณครั้งละ 40 วินาที ทำไปเรื่อยๆในขณะที่สอบปากคำ จุดมุ่งหมายคือทำให้ผู้ต้องสงสัยกลัวจนถึงขีดสุด
    ภาพ: Fitnews
    Screen Shot 2015-02-02 at 4.09.08 PM.png

    CIA ยังใช้วิธีการจับผู้ต้องสงสัยแช่น้ำเย็น Khalid Sheikh Mohammed, ผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวโทษว่าวางแผนก่อวินาศกรรม 11/9 กล่าวว่าเค้าเคยถูกทรมานขณะร่างกายเปลือยเปล่าและถูกจับยัดเข้าไปในถุงพลาสติคก่อนที่จะถูกยัดใส่ลงไปในอ่างที่บรรจุน้ำเย็นจัดเป็นเวลาหลายนาทีก่อนที่จะถูกลากขึ้นมา และหลายคนก็สงสัยว่าGul Rahman คงจะเสียชีวิตด้วยวิธีการนี้ในปี 2002 เพราะจากการชัณสูตรศพ ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตเนื่องจากร่างกายสูญเสียความร้อน
    ภาพ: NYtimes



     
  5. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,917
    Location:
    เชียงใหม่
    มีมานานแล้วในการเมืองไทย เพียงแต่ว่าช่วงไหนที่จะมีข่าวออกมาเท่านั้น
     
  6. Maratiraj

    Maratiraj อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    11 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    986
    ไม่ผิดกฏหมายของอเมริกา
    เพราะทั้งหมดทั่งมวลที่กล่าวมานั้น
    ไม่ได้ทำในประเทศอเมริกา
     
  7. ลมสุริยะ

    ลมสุริยะ อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    28 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    411
    คิดกลับกันว่า
    ถ้าประเทศไทยของเรา พวกที่ชนะเลือกตั้งทุกครั้งเป็นพวกไม่หงออเมริกาแล้ว
    อเมริกาจะมีท่าทีอย่างไรหนอ...
     
  8. Maratiraj

    Maratiraj อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    11 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    986
    เจอ 6 Step Inw แทน

    1. แซงชั่นทางเศรษฐกิจ โจมตีตลาดหุ้น ค่าเงิน (นอกจากฝ่ายตรงข้ามเกิดหายนะแล้ว ตนเองยังรวยขึ้นอีกด้วย)
    2. บ่อนทำลายทางการเมือง การปกครอง ปลุมระดมชนกลุ่มน้อย ฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล ก่อม็อบประท้วง แบ่งแยกดินแดน
    3. แทรกแซงทางการเมือง มีการจับอาวุธต่อสู้ สงครามกลางเมือง
    4. แทรกแซงทางการทหาร ในรูปของ กองกำลังนานาชาติ
    5. ตักตวงผลประโยชน์ ค่าอาวุธในการช่วยเหลือ จัดตั้งรัฐบาลหุ่น
    6. ถอนกำลังกลับ เกิดสงครามกองโจร ต่อต้านรัฐบาลหุ่น
     

Share This Page