ได้หนังสือประวัติสงครามโลกครั้งที่ 1 - 2 จากน้าเย็นดีใจมาก

กระทู้ใน 'ห้องนั่งเล่น' โดย อาวุโสโอเค, 21 ต.ค. 2014

  1. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    เรื่องของเรื่องวันนี้น้าเย็นแกแจกหนังสือ ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 - 2 จาก
    http://www.mediafire.com/view/lt5ffc7d7gif1i7/สงครามโลก_1_และ_2_(ฉบับสมบูรณ์).pdf
    ดีใจมากครับ เลยเอามาแบ่งปัน นึกถึงคำสอนอาจารย์ที่บอกว่า กงล้อประวัติศาสตร์ย่อมหมุนวนมาที่เดิม เลยพาลจินตนาการถึงทักษิณที่พยายามยึดครองประเทศไทยด้วยทรัพยากรทุกอย่างที่มี ในช่วงแรก ดูเหมือนประชาชนจะต่อต้านน้อย แต่เมื่อกาลต่อมาทำไมถึงการต่อต้านมากขึ้น พอได้เทียบเคียงกับประวัติศาสตร์ยุคนั้นถึงเริ่มเข้าใจมากขึ้น :)
    หากเทียบกับหลักพุทธแล้วคำตอบง่าย ๆ ที่ชัดเจนคือ มันเป็นธรรมดาของโลก ทุกอย่างมีเหตุ ปัจจัย ให้เป็นไป เกร็ดประวัติศาสตร์หลายตอนไม่ใช่อย่างที่ฝรั่งพยายามสรุปว่ามาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม เช่นเหตุการณ์ตอนฮิตเลอร์มีชัยที่ฝรั่งเศส บังคับให้ฝรั่งเศสเอาขบวนรถไฟที่เยอรมันเซ็นยอมแพ้สมัยพ่ายในตอนจบสงครามโลกครั้งที่ 1 มาตั้งที่เดิมและให่ฝรั่งเศสเซ็นยอมแพ้ โดยตัวฮิตเลอร์ไม่ได้เข้าไปเซ็นเอง เป็นการแก้แค้นที่ฝังใจชาวเยอรมัน การที่ฮิตเลอร์เปิดสมรภูมิรบกับรัสเซีย ในช่วงท้ายสงครามโลกเพราะประเมินสถานการณ์ผิด เป็นต้น:cool:
    การที่แม้วลอกเลียนกลยุทธ์เหล่านี้แต่ไม่สำเหนียกในความผิดพลาดที่ได้รู้ ในทางการยุทธ์ถือว่าผิดพลาด ไม่สามารถกลบช่องโหว่ที่เกิดขึ้นได้ และยิ่งซ้ำร้ายเมื่อในระยะหลังได้แสดงความลุแก่อำนาจในการผลักดัน พรบ นิรโทษกรรม เพื่อตัวเองให้พ้นผิด แต่สุดท้ายฝันสลาย แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะพยายามกอบโกยทรัพย์แผ่นดินไปมากมาย ยึดครองอำนาจรัฐโดยทุกวิถีทาง จนข้าราชการหลายคนก็หลงไหลได้ปลื้ม ลืมหลักนิติรัฐ นิติธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกัน นักการเมืองยอมถวายหัวให้ ประชาชนมองตากันปริบ ๆ ขณะที่ สส สว บินไปพบแม้วที่ต่าง ๆ เพื่อรับเงิน :mad:
    ภาพเหล่านั้นยังติดอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคน การที่บอกว่าเสื้อแดงนั้นลืมง่าย นั้นไม่จริง เมื่อวานจตุพรยังออกมาพร่ำพรรณาถึงความขมขื่นที่ได้รับตลอดเวลาที่ รัฐบาลปูมีอำนาจ ปัญหาคือรู้อยู่เต็มอกแต่ไม่กล้าทำ จนทุกอย่างมันหลุดไปแล้วถึงพิราบรำพันถึงอดีต คุยนักคุยหนาว่ายังยิ่งใหญ่ อ้าว..... ว่าจะคุยเรื่องหนังสือจากน้าเย็น ไหงหลุดไปได้ไงหว่า :eek:

    บ๋อย .... เก็บตังค์:p
     
    bird, อาบังคนเหนือ, kyo_10Mz และอีก 4 คน ถูกใจ
  2. Words of the Buddha

    Words of the Buddha อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,860
    :D พระศาสดาตรัสไว้ มีเกิด ย่อมมีดับ ใครไหนจะไปเชื่อว่าวันหนึ่ง มหาปฐพี, แม้แต่เขาสิเนรุอันยิ่งใหญ่ก็จะต้องถึงกาลมอดละลายหายไป... หากไม่ได้เห็นเช่นเรา... เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ในสังสารวัฏนี้...

    :p ไปขอรับ ไปนั่งมาทิกันเห๊อะ... เด๋วเกิดหลงไปในยุคที่เสื่อมกว่านี้ ถึงเสื่อมโคตรๆ... มันจะยิ่งกว่านี้อีกมากมายนัก เอิ๊กๆๆๆ
     
  3. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    จิตยังไม่สงบพอจะหนีไปทางโลกุตระน่ะสิครับพี่มหา แต่เมื่อภารกิจนี้เบาบางลงจะตัดทางสมมุติซักพักครับ
     
  4. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,917
    Location:
    เชียงใหม่
    กำลังหาทางปลูกกระต๊อบน้อยๆ ไว้ มีเครื่องครัว และ สุขภัณฑ์ ตามมีตามเกิด เผื่อใครอยาก หยุดชีวิตที่สมมุติ มาหาวิถีทางสงบ ทางธรรมชาติบ้าง ไม่สอนธรรมะ แต่ให้มาทะเลาะกับตัวเอง ตั้งชื่อไว้ในใจแล้ว "กระต๊อบเสรีชนคนชรา"
     
  5. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    ขอบพระคุณขอรับหลวงพ่อ เอาไว้ลางานซักอาทิตย์จะไปนั่ง นอน ทบทวนตัวเองดูขอรับ แต่ช่วงนี้ภารกิจทางโลกมากเหลือเกิน
     
    กีรเต้ likes this.
  6. Words of the Buddha

    Words of the Buddha อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,860
    :D ดูกระพ๊มจิ่ ปากก๊ะด่า เย็นมาก๊ะนั่งมาทิ เคี๊ยกๆๆๆ

    :p เรียกมหาพอว่า เรียกพี่นี่เดี๋ยวขี้กลากขึ้นหัวกระพ๊มพอดีขอรับ... คิกๆๆๆ
     
  7. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    ได้ครับท่านมหา 55555 อยากลองนั่งสมาธิกำหนดจิตตัวเองเหมือนกัน แต่ช่วงนี้จิตไม่ค่อยสงบ

    รู้สึกว่าห่วงโน่น ห่วงนี่ไปหมด สงสัยช่วงนี้ต้องหัดปล่อย ๆ บ้าง
     
    กีรเต้ และ Words of the Buddha ถูกใจ.
  8. Words of the Buddha

    Words of the Buddha อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,860
    :D สาธุขอรับ พระศาสดาตรัสถึงอานาปานสติ คือแหล่งแห่งปัญญาทั้งมวล... แต่ก่อนกระพ๊มก็ไม่เคยคิดว่า การหยุดคิดนี่เป็นการสร้างปัญญาหรอกขอรับ... แต่พอเริ่มปฏิบัติตามปฏิปทาพระศาสดา (ย้ำ!... ปฏิปทาของพระศาสดานะขอรับ) ถึงเริ่มเข้าใจคำตรัสของพระองค์ขอรับ ทุกวันนี้ปัญหามา ปัญญาเกิดจากอานาปานสตินี่แหละขอรับ...

    :) แต่อย่าไปคิดว่านั่งไม่ได้เพราะไม่นิ่งนะขอรับ อานาปานสติพระศาสดาตรัสไว้ 9 ระดับ... 8 ระดับมีการเคลื่อนที่ของจิตทั้งสิ้นขอรับ เพียงมีการ "เกิดขึ้น" แล้ว "ดับไป" ในทุกๆขั้นของสมาธิขอรับ...

    :p มิบังอาจสอนสั่ง แนะนำเฉยๆนะขอรับ...
     
  9. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    มีคำกล่าวว่า " ปุถุชนเจริญอานาปานสติได้ยากมาก ถ้าเจริญอานาปานสติผิด สังสารวัฏฏ์ที่ยาวอยู่แล้ว ก็ยิ่งยาวออกไปอีกนับชาติไม่ได้ " จริงหรือไม่ครับท่านมหา
     
    กีรเต้ และ Words of the Buddha ถูกใจ.
  10. Words of the Buddha

    Words of the Buddha อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,860
    :D ถ้าตามคำพระศาสดาอันเป็นพุทธวจน... อานาปานสติพระศาสดาก็คือการให้จิตรู้อยู่กับลมหายใจ จิตอันไม่นิ่งก็จะแว่บไปแว่บมา พระศาสดาเปรียบจิตกับลิงที่อยู่ในราวป่า ท่องเที่ยวไปโดยการโดดจับกิ่งโน้น ปล่อยกิ่งนี้ไปเรื่อยๆ... นั่นคือธรรมชาติของจิต หรือ มโน หรือวิญญาณ... ที่พระศาสดาตรัสว่าคือ... สิ่งเดียวกัน... ขอรับ

    ... จุดประสงค์ของการทำอานาปานสติ... คือการเห็นการ "เกิด" และ "ดับ" ไปตามลำดับขั้นตอนขอรับ ถึงได้กล่าวว่าความนิ่ง... ไม่มี... การเกิดดับพระศาสดาตรัสบอกเป็นลำดับชั้นของสมาธิที่เรียก "สมาบัติ" นั่นแหละขอรับ เจริญอานาปานสติผิด นั่นก็คือไม่ได้ปฏิบัติตามปฏิปทาที่พระศาสดาตรัส ย่อมยังต้องว่ายเวียนเป็นธรรมดาขอรับ... แต่ถ้าบิดเบือนคำพระศาดานั่น พระศาสดาตรัสถึงผลกรรมที่ได้รับคือนรกตลอดหนึ่งกัปป์ขอรับ...

    ... อานาปานสติ... พระศาสดาตรัสอยู่สามสิบกว่าพระสูตร สรุปได้ว่า "เมื่อเธอทั้งหลายสู่ป่า สู่โคนไม้ สู่เรือนว่างก็ตาม นั่งคู้ขาเข้ามาโดยรอบ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่น (บางพระสูตรตรัส... ดำรงสติเฉพาะหน้า) มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก เมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ชัดว่าหายใจเข้าสั้น เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าหายใจออกสั้น ทำความรู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง หายใจเข้า ทำความรู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง หายใจออก ทำกายสังขารให้รำงับอยู่ หายใจเข้า ทำกายสังขารให้รำงับอยู่ หายใจออก ทำจิตสังขารให้รำงับอยู่ หายใจเข้า ทำจิตสังขารให้รำงับอยู่ หายใจออก" ...

    :) หลักมีแค่นี้แหละขอรับตามคำพระศาสดา ทำประกอบกับการ "ละนันทิ" คือความเพลิน นั่นคือเมื่อจิตหลุดไปคิด ก็รีบละ "อย่าเพลิน" กลับมาอยู่กับลมต่อ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ มันจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับตามคำพระศาสดาขอรับ...
     
  11. ควันหลง

    ควันหลง อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,786
    หัวกระทู้ "สงครามโลก" ก่ะว่าเข้ามาแล้ว ต้องมีเนื้อหาสงครามสายฟ้าแลบ แปล๊บๆ เป็นแน่ แต่ไหงเนื้อในเป็น "สนทนาธรรม" ได้หล่ะเนี่ยย

    เชอะ...คุณหลอกดาว :(
     
    bird, Words of the Buddha, อาวุโสโอเค และอีก 1 คน ถูกใจ.
  12. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,917
    Location:
    เชียงใหม่
    ช่าย เอิ้กๆๆๆ
     
  13. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    อุดส่ามาเป็นฝ่ายทำมะยังโดนอีก
    [​IMG]
     
    Words of the Buddha likes this.
  14. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    ที่สำคัญคือสติใช่ไหมครับ การไม่ยึดกับอารมณ์ที่มากระทบระหว่างเจริญ อานาปานสติ หากเปรียบง่าย ๆ ก็คือ มีสติรู้ทันความเปลี่ยนแปลง มองความเปลี่ยนแปลงอย่างเข้าใจและยอมรับ เช่นจากนั่งสบายเป็นเหน็บกินขา จากเหน็บกินเป็นขาชา จากขาชาเป็น... จนไม่มีตัวตนนั่งอยู่ แต่ก็มีสติในการเจริญสติต่อเนื่องตามที่ตั้งใจ
     
    Words of the Buddha likes this.
  15. Words of the Buddha

    Words of the Buddha อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,860
    :D พระศาสดาตรัสให้ภิกษุเดินสลับนั่งขอรับ นั่งเมื่อยก็เดิน เดินเมื่อยก็นั่ง... หรือพระสูตรตรัสบอกให้มีสติในทุกการกระทำ ยืน เดิน นั่ง นอน ไปจนกระทำกาละ (ตาย) เพราะไม่มีใครรู้หรอกขอรับมันจะเกิดขึ้นตอนไหน...

    ... อานาปานสติ ถ้าถอดตามคำพระศาสดา คือให้มีสติอยู่กับลมหายใจขอรับ พระองค์ตรัสว่า "ลมคือกาย กายคือลม" หรือที่เรียกว่า "กายคตาสติ" ขอรับ พูดง่ายๆคือเมื่อจิตมันไม่นิ่งตามธรรมชาติของมัน เวลาทำอานาฯ เมื่อระลึกรู้ได้... ก็ดึงกลับมายังกาย (ลม) เหมือนเดิม ตัวอย่างอธิบายแบบพระอาจารย์ท่านก็คือเมื่อรู้ลม นั่นคืออยู่กับนามรูป (รูป) เมื่อมีความคิดอันใดแว๊บเข้ามาก็คือหลุดไปนามธรรม (เวทนา สัญญา สังขาร) ก็คือรูปดับ... นามเกิด... เมื่อระลึกรู้ตัว (ละนันทิ) ก็กลับมาอยู่กับลมเหมือนเดิม... นั่นก็คือนามดับ... รูปเกิด... ทำซ้ำๆๆๆๆๆๆ ไปเช่นนี้เรื่อยๆ... แค่นั้น... แล้วจะเริ่มเข้าใจลำดับขั้นสมาบัติตามคำพระองค์เองขอรับ...

    :) แค่มีสติรู้เดิน นั่ง ยืน นอน... นั่นก็คือสมาธิแบบหนึ่งในสติปัฐฐานสี่แล้วขอรับ ขอยืนยันว่าตั้งแต่ศึกษามาพระศาสดาไม่เคยบอกว่าให้นั่งอย่างเดียว นั่งให้เหน็บกินเหมือนขามันหายไปเอง... ไม่มีขอรับ... นั่นเข้าข่ายทรมานกายที่พระศาสดาก็เคยไปเรียนกับพวกเดียรถีย์อื่นๆมาก่อนจะตรัสรู้แล้วขอรับ... ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เกิดมาเดินยังไงก็อย่างนั้น นั่งยังไงก็อย่างนั้น... ไม่มีท่ามาตรฐานบังคับขอรับ... พระองค์ตรัสแค่ตามข้างต้นที่กระพ๊มโพสก่อนหน้านี้... แค่นั้นแหละขอรับ... ธรรมพระศาสดาอิงสัจจะความจริงของโลก ของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม... ไม่ใช่แต่ตัวพระองค์เองเป็นผู้กำหนดขอรับ... พระองค์เป็น "สัพพัญญู" คือผู้รู้แจ้ง ไม่ได้เป็นผู้กำหนดให้โลกนี้เป็นไปอย่างหลายๆคนคลาดเคลื่อนความเข้าใจไปขอรับ...
     
  16. Words of the Buddha

    Words of the Buddha อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,860
    :D นึกขึ้นได้อีกพระสูตร ที่กล่าวถึงภิกขุรูปหนึ่งเพียรเดินจงกรมจนเท้าแตก เลือดไหลเต็มทางเดิน พระศาสดาทราบความจึงเสด็จไปตรัสถึงการกระทำความเพียรที่ให้ธาตุขันธ์เสมอๆกันไป ไม่ตึง ไม่หย่อน เปรียบเหมือน "สายพิณ" ที่ตึงพอดี... คุ้นๆมั้ยขอรับ "ทางสายกลาง" ไงขอรับ...
     
  17. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,521
    น่าจะใช่ครับ แต่เรื่องเขาเล่าว่าทำให้ผมสับสน เช่นเอาเกร็ดประวัติหลวงปู่มั่นตอนธุดงค์แล้วไม่สบายในป่า

    ท่านได้นั่งสมาธิเพื่อบำบัดโลกทั้งคืน จนเป็นที่มาของโพชชงค์คถา (ถ้าจำไม่ผิด) จำได้ว่าในหนังสือกล่าวไว้ว่า

    ท่านนั่งเอาเป็นเอาตาย จนอาการไม่สบายหายไป เอ...หรือผมจำสับสนครับท่านมหา
     
    Words of the Buddha likes this.
  18. Words of the Buddha

    Words of the Buddha อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,860
    :D ไม่ขอวิจารณ์ขอรับ เนื่องจากที่เคยสัมผัสศึกษาเพียงผิวเผินถึงพระที่ขึ้นชื่อเป็นเกจิ เป็นพระโบราณจารย์ที่คนทั่วไปเคารพยกย่องว่าเป็นอรหันต์เสียด้วยซ้ำตั้งแต่หลวงพ่อโต หลวงปู่เสาร์ ฯลฯ ... ล้วนแต่เป็นการเขียนแต่งโดยศิษย์ทั้งสิ้น... จึงไม่สามารถวิเคราะห์คำบอกสอนได้ว่า... ท่านเหล่านั้นพูด, สอน, มีปฏิปทาเช่นนั้นจริงหรือเปล่าขอรับ

    :rolleyes: เห็นแต่เขียนอ้างถึงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหารย์นั่น โน่น นี่กันเสียส่วนมาก ปฏิปทา, วัตรปฏิบัติท่านกระทำอย่างไรจึงได้ชื่อว่าเป็นพระสุปฏิปันโนนั่น... แทบไม่มีกล่าวถึงเลยขอรับ เลยไม่ขอยุ่งดีกว่า ถ้าจะตอบได้ก็เฉพาะที่มีหลักฐานที่มาที่ไปชัดเจนนั่นแหละขอรับ

    ;)
     
  19. stormtrooper

    stormtrooper อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    20 Jan 2015
    คะแนนถูกใจ:
    310
    ตอนที่แม่บอกให้ผม “เอาไปทิ้งเถอะ หนังสือพวกนี้ ไม่ได้ใช้แล้ว” ก็หลายปีมาแล้ว น่าจะเป็นช่วง 2539 หรือหลังจากนั้นไม่แน่ใจ ความจำค่อนข้างเลือนลาง แต่จำได้ว่าเป็นหนังสือชื่อ “ศึกทะเลทราย” (เล่ม 1) คนแปลใช้นามปากกาว่า “ชุติ” กับอีกเล่ม เป็นชีวประวัติของจอมพล Erwin Rommel จอมพลที่ทั้งเยอรมันและฝ่ายสัมพันธมิตรต่างยกย่อง ผมยังจำได้เลย (เพราะเคยอ่านตั้งแต่เด็ก) ถ้อยคำที่โควตมาจาก Winston Churchill “ก่อนหน้า El Alamein ไม่มีคำว่าชนะ หลังจาก El Alamein ก็ไม่มีคำว่าพ่ายแพ้” แต่ไม่เข้าใจตัวเองตอนนั้น ทิ้งไปได้ไงวะ แล้วก็ไม่เข้าใจแม่เหมือนกัน แม่ไม่เคยเปิดอ่านเนื้อหาข้างในเลยเหรอ มีภาพถ่าย เนื้อหาทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการสู้รบ ถึงจะแปลมาก็เถอะ มันก็ยังเป็นบันทึกเรื่องราวที่ เป็นเรื่องที่น่าศึกษา ยังคงมีคนกล่าวถึงจนปัจจุบัน

    คิดดูอีกที คงไม่ใช่หรอก หนังสือสองเล่มนี้พ่อผมเป็นคนซื้อมา สมัยก่อนยังไม่มีวัฒนธรรม consumer แบบสมัยนี้ หนังสือในบ้านมีไม่มาก แล้วผู้หญิงจะไม่สนใจสิ่งที่ผู้ชายอ่านเลยเหรอ น่าจะเป็นเพราะการสู้รบใช้กำลังเข้าแลกเป็นสิ่งที่แม่...
     
  20. stormtrooper

    stormtrooper อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    20 Jan 2015
    คะแนนถูกใจ:
    310
    สองคนนั้นเค้าทะเลาะกันครับ ก็หลายครั้งอยู่ ไม่บ่อยนัก ก็แค่สาดคำพูดแรง ๆ ใส่กัน แม่ก็เป็นฝ่ายแพ้ตลอด

    หลังจากพ่อจากไปตอนผมอยู่ ป.5 แม่ก็กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในครอบครัว ขี้เกียจเล่าต่อ
     
    Last edited: 17 Mar 2015
  21. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,917
    Location:
    เชียงใหม่
    เสียดายหนังสือเรื่องหนึ่ง "คนไทยในกองทัพนาซี" หาไม่ได้แล้ว เล่าถึงการใช้ชีวิต ของคนไทยที่ไปเป็นนักเรียนทหารที่ประเทศเยอรมัน สำเร็จและรับราชการกับกองทัพเยอร์มันช่วงสงครามโลกครั้งที่สองพอดี (อ่านเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว)
     
  22. ควันหลง

    ควันหลง อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,786
    เคยเห็นตามแผงหนังสือ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ครับ พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สารคดี ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีจำหน่ายอยู่มั้ย น่าจะหาได้ไม่ยากครับ เพราะผมก็ได้อ่านฟรี ในห้องสมุดเหมือนกัน
     
  23. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,917
    Location:
    เชียงใหม่
    เข้า กทม ถ้ามีเวลาจะลองหาดู
     

Share This Page