เรื่องการหาเสียง ลองคิดกันว่าถูกต้องไหม

กระทู้ใน 'สภากาแฟ' โดย ่johnyoter, 25 Jun 2015

  1. chaidan

    chaidan อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    281
    OK
    สมมุติว่ามีผู้สมัครคนที่ 3 ทำเหมือนคนที่ 2 เลยโดยจัดปราศัยนโยบาย ให้วัน เวลา ตรง กันกับ ที่คนที่ 2 จัดเลยนะครับ
    แต่ว่า ไอ้ผู้สมัครคนที่ 3 เนี้ย เสือกจ่ายเงินให้มากกว่า ผู้สมัครคนที่ 2 ซะ 2 เท่า ....
    ให้มาฟังนโยบายของคนที่ 3 เหมือนกัน ....
    ถ้าคุณเป็นผู้สมัครคนที่ 2 คุณจะทำยังไงครับ ?
     
    JSN likes this.
  2. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    นั่นก็คือการจูงใจให้เลือกอยู่ดีครับ พอคนรู้ว่าที่นี่จ้างให้ไปฟังคนก็จะแห่มา ทีนี้พรรคอื่นที่ไม่ได้จ้างก็แย่สิครับ ในที่สุดมันวนมาที่คำตอบเดิมนะครับ
     
  3. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ถ้ามีเงินก็เกทับเลยครับ แต่ถ้าไม่พอก็เลื่อน
     
  4. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    อ้าวแบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับผู้สมัครท่านอื่นสิครับ สรุปวิธีการของคุณคือใช้เงินจูงใจทั้งหมดเลยใช่มั้ยครับ
     
  5. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ผมก็วนมาที่คำตอบเดิมครับ ความได้เปรียบเสียเปรียบมันเกิดขึ้นได้ในการแข่งขันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ
     
  6. chaidan

    chaidan อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    281
    ตกลง คุณใช้เงินหาเสียงนะครับ
    ไม่ได้ใช้ นโยบาย
    :rock:

    :clap:
     
  7. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ก็จูงใจให้มาฟังปราศรัยไงครับ
     
  8. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ใช้ทั้งคู่ครับ ใครไม่ใช้
     
    chaidan likes this.
  9. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    ต่อมาก็เริ่มจูงใจให้เลือกครับ ถ้าคนที่เขาไม่ได้จะเลือกพรรคที่จ้างคนมาฟังแต่ดันไปรับเงินและเข้าไปฟังดันเปลี่ยนใจขึ้นมา ก็เหมือนกับการจ่ายเงินเพื่อให้เลือกตัวเองอยู่ดีครับ
     
  10. redfrog53

    redfrog53 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,466
    คงไม่ลงทุนขนาดนี้นะ กลัวจะตายก่อนเข้าสภาฯ


    “สไปเดอร์แมน”ปีนตึกหาเสียง หลังลงสมัครรับเลือกตั้งในอินเดีย
    [​IMG]

     
    ่johnyoter likes this.
  11. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    เปลี่ยนใจเลือก เพราะฟังนโยบาย ปราศรัย ผมว่าไม่ผิดนะครับ
     
  12. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    ถ้าฟังเฉยๆ แต่เป็นการจ้างไปฟังไงครับ เท่ากับจูงใจให้ไปเลือกครับ แล้วพรรคที่ไม่ได้จ้างจะเสียเปรียบมั้ยครับ มันไม่เป็นธรรมครับ มันคือการเอาเปรียบคู่แข่ง
     
  13. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    พรรคที่ไม่มีเงินซื้อโฆษณาทีวีก็เสียเปรียบครับ ผมว่ามันวนนะ
     
  14. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    คุณก็เลิกวนสิครับ ก็คุณดันเอาไปเปรียบกับคนรวยคนจน มีผลสิครับ พรรคเล็ก พรรคใหญ่ งั้น พรรคที่ไม่มีเงินจ้างคนไปฟังก็เสียเปรียบใช่มั้ยครับ เลิกวนได้แล้วนะ เพราะยิ่งพูดยิ่งวน
     
  15. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ได้เปรียบเสียบเปรียบเป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน แต่ต้องอยู่ในกติกาเดียวกัน
     
    Last edited: 25 Jun 2015
  16. pikoonwan

    pikoonwan อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    13 May 2015
    คะแนนถูกใจ:
    788
    จะผิดไม่ผิดถ้าจะให้ชัวร์ลองไปปรึกษา กกต. เลยครับ

    มาตรา 44 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองใด หรือให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด ด้วยวิธีการดังนี้

    (1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ แก่ผู้ใด

    (2) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถาบันการศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด

    (3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ

    (4) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด

    (5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด
    ......................................................................................................


    ลองอ่านดูดีๆ นะครับ กฎหมายเลือกตั้ง ตั้งแต่ วรรค 1-5 มันก็ชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้วครับ ต่อให้คุณยังไม่ได้ให้แค่คุณ
    สัญญาว่าจะให้ คุณก็โดนแล้วแหละครับ แต่ต่างกับการโฆษณาที่คุณว่าจ้างทำป้าย อันนั้นจะไปกฎหมายอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการโฆษณา แต่เขาจะจำกัดเรื่องงบประมาณการโฆษณาไว้ คุณพยายามเอาเรื่องนโยบายการขายสินค้าของบริษัทมาเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง มันคนละอย่างกันครับ ดูให้ออก อันนั้นมันธุรกิจครับ แต่ก็ใช่ว่าเป็นธุรกิจแล้วจะทำอะไรก็ได้
    ธุรกิจทุกชนิดทุกประเภท มีหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่อย่าง สคบ. ถ้าเป็นอาหารก็ กรมอนามัย ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย เขาก็จะมีมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มอก.

    สมมติผมจ้างคนมาดูผมขายของ โดยสาธิตสินค้าอะไรสักอย่าง ผมก็จ้างได้และผมก็ไม่ผิด เช่นเดียวกับที่คุณบอกว่าจ้างคนมารับจ้างกรี๊ดนั่นแหละ แต่ถ้าเมื่อไรสินค้าผมเอาไปให้คนที่ผมจ้างมาเอาไปใช้ แล้วเกิดผลเสีย ผมก็จะโดน สคบ. เล่นงาน

    เพราะฉะนั้นเรื่องชาติกับเรื่องธุรกิจอย่าเอามาเป็นเรื่องเดียวกัน

     
  17. ridkun_user

    ridkun_user อำมาตย์น้อย Staff Member

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    4,648
    ต่อให้มีคนเดียวลงสมัคร ซื้อเสียงให้มาเลือกให้ครบก็ยังผิด การเลือกตั้งไม่ใช่การซื้อขาย หลักประชาธิปไตย ตัวแทนมาทำหน้าที่แทนประชาชน ถ้าจ่ายเงินซื้อตำแหน่งมาก็น่าจะเห็นได้ชัดแล้วว่าไม่มีความเป็นตัวแทนปวงชนครับ
     
    อู๋ คาลบี้ และ redfrog53 ถูกใจ.
  18. redfrog53

    redfrog53 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,466
    ก้อให้จัดเป็นกิจกรรมอื่นแทน เช่น ว่ายน้ำข้ามเจ้าพระยา โชว์ท่าตกคลองแสนแสบ
     
    อู๋ คาลบี้ และ pikoonwan ถูกใจ.
  19. ควันหลง

    ควันหลง อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,786
    สรุปจขกท.จะเอาให้ซื้อเสียงไม่ผิดจนได้นั่นแหละ ตะแบงไปให้มันถูก พอเถอะครับ
     
    Anduril และ อู๋ คาลบี้ ถูกใจ.
  20. tonythebest

    tonythebest อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,730
    เคยได้ยินว่า การหาเสียงประเภท สัญญาว่าจะให้ ก็เป็นการซื้อเสียง
    ขณะที่การหาเสียงชูนโยบายค่าแรง 300 ปริญญาตรี 15000
    เจ้าของกระทู้มองว่า มันเป็นการซื้อเสียงหรือไม่ครับ และถ้าคุณเป็น กกต
    คุณจะให้เป็นความผิดหรือไม่ครับ
     
  21. เผด็จการที่รัก

    เผด็จการที่รัก อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,076
  22. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    - ใช่ครับผมมองว่าเป็นการซื้อเสียงเชิงนโยบาย
    -ถ้าเป็นกกต. ไม่น่าจะผิดเพราะกฏหมายไม่ได้ห้าม

    ผมเกลียดการซื้อเสียงเพราะเป็นการดูถูกสติปัญญาครับ
     
  23. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ครับยอมแล้วครับ ซื้อเสียงผิดกฎหมายครับ
     
  24. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ฉันใดก็ฉันนั้นครับ ไม่มีเงินจ้างคนมาฟังก็ไปใช้วิธีเรียกร้องความสนใจแบบอื่น
     
  25. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ถ้าประชาชนอยากเลือกคนที่แจกเงินเป็นตัวแทนของเขา ไม่เท่ากับละเมิดสิทธิเหรอครับ จะไม่ละเมิดและไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนเหรอครับ
     
  26. tonythebest

    tonythebest อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,730
    กฏหมาย วัดจากเครื่องมือชี้วัด
    อาจเป็นรูปแบบ ตัวอักษร หรือการกระทำส่อสื่อ
    แต่บางครั้ง ก็ต้องใช้การประมวลผล วิเคราะห์ ไปจนถึงการโหวต
    เพราะเรามักมีข้อแม้ ข้ออนุโลม ไปจนถึงข้อบิดพริ้วตัวบทกฏหมาย
    ดังที่เราเห็น การบกพร่องโดยสุจริต เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน
    จากทุกฝั่งฝ่ายแหละ

    ศาลยังต้องมีหลายชั้น มีตุลาการไว้หลายคน ก็คงไว้ตอบโจทย์นี้

    ผมนึกไปถึงสมาชิกเก่าของเราคนนึง
    ที่มักใช้ช่องโหว่ของกติกา บิดพริ้วให้ตัวเองอยู่บ่อยๆ
    จนจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน
    ผมยังเคยโดนเธอใช้แง่มุมความเป็นหญิง มาเล่นงานเอาเหมือนกัน
    เรื่องพวกนี้ จะมองว่าเธอผิด ก็คงไม่ถูก
    เพราะกติกาบางอย่าง มันมีช่องโหว่
    และเรามีกติกาเยอะประเภทเกินไป

    กติกาทางกฏหมาย
    กติกาทางศีลธรรม
    กติกาทางเพศ
    กติกาทางสังคม

    บางครั้ง การอ้างถึงกติกาคนละอย่างกัน ก็ย่อมต้องให้สังคมชี้วัด
    ว่าอะไรผิดอะไรถูก และสมควรต้องใช้กติกาไหนมาวัด

    เราจึงมีกฏหมาย จึงมีรัฐธรรมนูญ
    แต่เราก็พลาดตรงที่ คนไทยเราเก่งเกินไป สำหรับกฏหมายและรัฐธรรมนูญที่เรามี
    คนบางกลุ่ม จึงสามารถพลิกการซื้อเสียงที่ผิดกฏหมาย
    ให้เป้นวิธีการที่ถูกกฏหมายได้ง่ายๆ

    ซึ่งผมไม่แน่ใจ ว่าเป้นเพราะกฏหมายเราอ่อนด้อย
    หรือเพราะคนไทยเรามันช่างพลิกแพลง
    เราจึงเจอคนที่ไม่ได้ทำผิดกฏหมาย
    แต่ทำในสิ่งที่กฏหมายห้าม (อะไรซักอย่างเนี่ยแหละ)

    สมาขิกเก่าคนนั้น เธอก็ทำแบบนั้นแหละครับ
     
  27. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    ซึ่งกติกาก็มีเหตุผลที่ว่า การใช้เงินจูงใจไม่ว่าวิธีใด ผิดกฎหมายทั้งสิ้น
     
  28. ridkun_user

    ridkun_user อำมาตย์น้อย Staff Member

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    4,648
    สิทธิในระบอบประชาธิปไตยย่อมมีได้จำกัดครับ พระ คนบ้า คนติดคุก ก็ไปเลือกตั้งไม่ได้ การไปการเลือกผู้แทนเพราะเขาให้เงิน ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันทำลายระบบของสภา ไม่มีใครที่จะมีสิทธิทำแบบนั้นได้หรอกครับ
     
    อู๋ คาลบี้ และ JSN ถูกใจ.
  29. อู๋ คาลบี้

    อู๋ คาลบี้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    15 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,204
    การเลือกตั้งนี่แข่งขันที่นโยบายการเมืองไม่ใช่เหรอ ?
    ถ้าคนสนใจการเมือง รู้หน้าที่ อยากมีส่วนร่วมทางการเมือง เงินค่าเดินทางไม่จำเป็นเลย ก็ต้องเข้ามาฟัง
     
    JSN likes this.
  30. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ผมไม่ได้ให้เงินจูงใจเขาให้เลือกผม ผมให้เงินเขามาฟังและตัดสินใจเอาเองจากนโยบาย วนอีกแล้วครับ
     
  31. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    พระ เพราะสังคมเรายกให้นักบวชไม่ต้องยุ่งกับการเมือง
    คนบ้า ไม่มีสติสัมปชัญญะ รับรองโดยจิตแพทย์ ไม่มีความสามารถในการตัดสินใจ
    คนติดคุก ติดคุกรับโทษอยู่ถูกริดรอนสิทธิเป็นการลงโทษอยู่แล้ว
    สามอันบนเข้าใจครับ

    ส่วนคนซื้อเสียง ทำลายระบบของสภา ยังไงครับ? ก็สามารถเข้ามาใช้ความรู้ความสามารถทำงานในสภาได้ เหมือนคนที่ไม่ได้ซื้อเสียงเข้ามา
     
    Last edited: 25 Jun 2015
  32. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ถ้าคนไหนคิดไม่จำเป็นไม่รับก็ได้ครับไม่ได้บังคับ มาฟังเฉยๆได้ แต่ถ้าคนไหนจำเป็นก็รับไปครับ ไปบังคับเขาไม่ได้
     
  33. อู๋ คาลบี้

    อู๋ คาลบี้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    15 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,204
    นึกถึงปีนตึกเพื่อส่งโพยข้อสอบ

    [​IMG]
     
    pikoonwan และ ่johnyoter ถูกใจ.
  34. อู๋ คาลบี้

    อู๋ คาลบี้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    15 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,204
    ภาษาไทยดิ้นได้ + คนเก่งเรื่องเลี่ยงบาลี
    เลยต้องเขียนกฎหมายหลายชั้น อุดช่องโหว่ ยืดยาวซับซ้อน
     
  35. pikoonwan

    pikoonwan อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    13 May 2015
    คะแนนถูกใจ:
    788
    สรุปจะให้การซื้อเสียงถูกต้องให้ได้ ตามสบายครับแต่คุณต้องไปอยู่ประเทศอื่นนะ เพราะที่เมืองไทยการซื้อเสียง
    มันผิดกฎหมาย สรุปแค่นี้แล้วกัน ส่วนที่ว่าทำลายระบบสภายังไง การซื้อเสียงใช้เงินซึ่งปัจจุบันมันไม่ใช่แค่ใช้เงิน
    ของตัวเองแล้ว แต่มีระบบนายทุนหนุนหลังอยู่ แล้วนายทุนนี่แหละก็จะคอยควบคุมนักการเมืองและประชาชน
    ให้เสพติดเงินซื้อเสียง ไม่อย่างนั้นมันจะมี สส. ย้ายพรรค ย้ายกลุ่ม ย้ายคณะ ผสมพันธุ์ เซ้งพรรค เหมือนโสเภณี
    อยู่อย่างนี้เหรอ ที่คุณพูดมาส่วนหนึ่งก็ถูกนะ คนซื้อเสียงก็อาจจะเก่งใช้ความรู้มาทำงานในสภาได้ แต่คนเก่ง
    แล้วอัปรีย์นี่ประเทศไทยมีเยอะมากครับจะเอากี่หาบ ส่วนคนซื้อเสียงแล้วมาทำงานในสภาแล้วไม่โกงเลยนี่ผม
    เกิดมาก็ไม่เคยเห็นสักที เพราะอะไรก็เพราะเงินซื้อเสียงมันเป็นเงินของนายทุนไง นักการเมืองบางกลุ่มก็เลย
    ต้องทำตนเสมอเหมือนทาส (ขี้ข้า) จนถึงทุกวันนี้
     
  36. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    เงินหาเสียงของ ปธน อเมริกาก็ของนายทุนครับ
    และถ้าสส.คนไหนเป็นแค่ลูกน้องนายทุน ทำงานเพื่อแต่ผลประโยชน์ของนายทุน ไม่มีผลงาน ถ้าประชาชนเห็นแล้วไม่ชอบก็ไม่ถูกเลือกครับ

    ปล.
    ครับผมรู้ว่าซื้อเสียงผิดกฏหมาย ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมมันผิด
     
    Last edited: 26 Jun 2015
  37. pikoonwan

    pikoonwan อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    13 May 2015
    คะแนนถูกใจ:
    788
    ถูกครับ แต่ดูพื้นฐานสังคมด้วยสิครับ ผมว่าอย่างน้อย นักการเมืองอเมริกาก็เห็น
    ประโยชน์ของประเทศเขาเป็นตัวตั้ง อย่างน้อยก็ไม่คิดถึงขนาดจะทำลายประเทศ
    ตัวเองได้ลงคอหรอก ถึงแม้เงินที่ใช้หาเสียงจะเป็นของนายทุนก็เถอะ

    ออกกฎหมายให้คดีทุจริต 7หมื่นคดีในแผ่นดินนี้เป็นโมฆะ อเมริกามีไหม
    ออกกฎหมายให้ผู้ก่อการร้ายไล่ยิงฆ่าปล้นสะดมพ้นผิด อเมริกามีไหม
    ออกกฎหมายให้คนเผาห้าง สถานที่ราชการพ้นผิด อเมริกามีไหม

    คำตอบมีแค่ 2 อย่างคือ มีกับไม่มี
     
  38. pikoonwan

    pikoonwan อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    13 May 2015
    คะแนนถูกใจ:
    788
    แยกให้ออกครับระหว่างความนิยมกับความถูกต้อง เมื่อได้รับความนิยมแล้วแท่นกรองที่เขาเอามากรองก็คือความถูกต้อง
    เพราะปลายทางของคนที่ซื้อเสียงเข้าไปก็คือการโกง ในโลกนี้ไม่มีหรอกเพาะเมล็ดไม่หวังกินผล ผมไม่เคยเห็นจริง ๆ นะ
    ขออภัยที่ต้องพูดแบบนี้
     
  39. redfrog53

    redfrog53 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,466
    เขาเรียกว่า ระดมทุน ไม่ใช่แบบการขอบริจาคช่วยไม่ให้จอดับ
     
    JSN likes this.
  40. redfrog53

    redfrog53 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,466
    เลยต้องส่งตีความ ขนาดแจงว่า สามารถทำได้ ยังต้องส่งฝ่ายกฏหมาย ส่งฝ่ายกำลังพล แก้ไขตามกฏข้อประชุม กลัวเซนต์แล้วมีปัญหานะ ต้องให้รอบครอบ
     
  41. chaidan

    chaidan อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    281
    ก็อย่างยกตัวอย่าง ผู้สมัครคนที่ 3 ไงครับ ผิดต่อ ผู้สมัครคนที่ 2 ไหมละครับ
     
  42. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    คุณก็เลิกวนสิครับ ผมวนให้อีกรอบนะ ทำแบบนั้นย่อมมีผลในการจูงใจให้เลือกตนครับ ในแง่จิตวิทยามันมีผลครับ
     
  43. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    นั่นเขาระดมทุนครับ อันนั้นระบบของเขา จะเอาของเขามาเทียบของเราได้ยังไงครับ
    การซื้อเสียงคือการใช้เงินจูงใจให้เลือก และเป็นการเลือกที่ไม่ได้เป็นเสียงบริสุทธิ์ เพราะถ้าไม่ให้เงินก็ไม่เลือกจริงมั้ยครับ
     
  44. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    เรายัดคำว่าคนเลว คนที่จะเข้าไปโกง ให้คนที่เข้าสภาด้วยการซื้อเสียง
    (เพราะตอนนี้ผิดอย่างเดียวคือ ซื้อเสียง เพราะกฏหมายห้าม แต่ถ้ากฏหมายไม่ห้าม ก็ไม่ผิดใช่หรือไม่)

    แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า คนซื้อเสียงเป็นคนเลว และไม่มีความสามารถในการทำงานการเมืองหรือเปล่า ถึงแม้คนที่ไม่ได้ซื้อเสียงแต่ใช้เงินหาเสียงไปเยอะ อาจจะเข้าไปโกงเหมือนกัน
     
  45. 5555

    5555 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    18 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    3,450
    หลายปีที่ผ่าน ยังเห็นไม่พออีกรึ
    คนทั้ง 2 ประเภทมันต่างกันตรงไหน
    คนบางคน พรรคบางพรรค หรือ หลายพรรค มีพฤติกรรมทั้ง 2 อย่าง มีใครที่บริสุทธิ์ผุดผ่องมั่งรึ

     
  46. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคนที่เข้าไปโกง มาจากการซื้อเสียง (ถ้าพิสูจน์ได้มันคงไม่ได้เข้าไปหรอก555) คนที่ไม่ซื้อก็โกงเหมือนกัน ดังนั้น เราต้องกันคนที่ไม่ซื้อออกไปด้วยตรรกะเดียวกันกับที่ กรองคนซื้อเสียงออก (ไม่เหลือใครเลยงานนี้ #ตรรกะผมป่วย)
     
  47. 5555

    5555 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    18 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    3,450


    อืมม์หือ.....เขียนเข้าไปด้ายยย
    555

     
  48. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    พิสูจน์ได้หรือไม่ ลองไปอ่านคำพิพากษาให้ยุบพรรคทรท.กับพปช.สิ
     
  49. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    อันนี้แน่นอนครับ ว่าผิดกฏหมาย ว่าโกงการเลือกตั้ง เพราะกฏหมายเขียนไว้ว่าห้าม

    แต่ไม่ใช่ที่ผมสงสัย ผมสงสัยว่า ทำไมการซื้อเสียงถึงผิดกฏหมาย ทำไมถึงโยงไปเรื่องการโกง หรือการถอนทุนคืน ในเมื่อเดี๋ยวนี้ การใช้เงินหาเสียงปกติ ก็ใช้เงินเยอะเช่นเดียวกัน แล้วเขามิต้องไปถอนทุนคืนเหมือนกันหรือ
     
  50. ่johnyoter

    ่johnyoter สมาชิกทั่วไป

    สมัคร:
    12 Mar 2015
    คะแนนถูกใจ:
    246
    5555 จริงๆจากหัวข้อกระทู้แค่ถามว่า จ้างให้คนมาฟังปราศรัยถูกหรือเปล่า ไหง๋มาเป็นแบบนี้ได้ ผมกลายเป็นคนเห็นด้วยกับการซื้อเสียงไปซะละ
     
    5555 และ ปู่ยง ถูกใจ.

Share This Page