ที่ทำงานภรรเมีย มีเสื้อแดงอยู่คนเดียว ***อย่าพูดเรื่องการเมืองกะคนนี้ ไม่งั้นได้รบกันแน่ เพราะตะแกใส่อารมณ์สุดๆ ***อย่ารู้ว่า ตรงไหนมีของฟรี หรือประมูลของใช้สำนักงานราคาถูกๆ ตะแกต้องเอาให้ได้ ไม่ได้มีเคือง ***อย่าให้รู้ว่ามีสิทธิ์กู้อะไรได้บ้าง ตะแกกู้ดะ เงินเดือน ห้าหมื่นเก้า หักใช้หนี้แล้วเหลือไม่ถึงห้าพัน แถมยังกู้ยืมเงินพนักงานที่มีอาชีพเสริมให้กู้ยืมเงินอีกด้วย ***ถ้าต้องออกเงินเพื่อส่วนรวม เช่นขอให้ออกคนละร้อยสองร้อยต่อเดือนใว้ซื้อกาแฟซองติดสำนักงาน ตะแกไม่เอาด้วย บอกว่าตะแกไม่กินกาแฟ ***ทำอาหารกลางวันไปกินเอง แต่จะกินก่อนเที่ยง(คนเดียว) ยกเว้นรู้ว่ามีกับข้าว(คนอื่น)ที่ถูกใจ ก็จะรอกินพร้อมกัน ***อาศัยติดรถเพื่อนไปที่ทำงานด้วย แต่ไม่เคยให้เงินค่าน้ำมัน นิสัยแบบนี้คุ้นๆบ้างไหมครับ
เพจเวรเนี่ย คือมันมีอิทธิพลมากในตอนนี้ ถือเป็นเพจเรือธงในการต่อต้านรัฐบาลและวันนี้มันก็หางโผล่แล้วว่า โกงเท่าไหร่ไม่ว่าขอให้ได้ประโยชน์ แล้วคนก็เอออวยกันเข้าไป อนิจจาเถอะประเทศนี้ ทำไมคนที่ ignorance สูงจึงเสียงดังอยู่เสมอ หยุดดัดจริตประเทศไทย คุณควรบอกตัวเองมากกว่าว่า เลิกดัดจริตเองซักที
ภาพจากมิตรสหาย เห็นเรียกร้อง กันมามาก เลยลัดคิวให้อย่างเร่งด่วน กับเรื่องที่พวกเสื้อแดงชอบเล่นใส่ร้าย จ่าสิบตรีอภิสิทธิ์ หนีทหาร เอ๊ะ..... ว่าแต่ทุจริตประพฤติมิชอบ จนต้องถูกปลดออก มันเข้าข่ายทุจริตคอรัปชั่น เข้าข่ายการโกง เหมือนกัน กับที่พวกเราต่อต้านไหมเนี้ยยย
ความเห็นในการวินิจฉัยคดี คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ ระหว่าง อัยการสูงสุด(โจทก์) พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ที่ ๑ กับพวกรวม ๒๗ คน(จำเลย) (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายศิริชัย วัฒนโยธิน) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูลย์) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายวิรุฬห์ แสงเทียน) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายมานัส เหลืองประเสริฐ) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายพันวะสา บัวทอง) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) ความเห็นในการวินิจฉัยคดี (นายชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์) คดีหมายเลขแดงที่ อม.๕๕/๒๕๕๘ (คดีกรุงไทย) โดย ผู้ดูแล_อม. มือลั่นอีกแล้ว นี่ก็มาจากศาลฎีกา
ขอแก้นะครับ สุวรรณภูมิ ขนาดตัวอาคารยังสร้างในสมัย บรรหาร ส่วนทักษิณ ก็แค่ว่างศิลาฤกกับตกแต่งครับ ถ้าจะบอกว่าเป็นของแกทั้งหมดมันก็ดูยังไงยังไง ส่วนหนี้ IMF ใช้มากสุดสมัย ชวน ครับ ใช้ไปถึง 70 % ขิงปริมาณหนี้ทั้งหมด ส่วนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน นี่ผมว่าดีนะ แต่ถามว่าต่างกับทุน KING หรือ อานันทมหิดล ตรงไหนครับ แล้วเงินในตลาดเข้าไปอยู่ในหวยเยอะคึ้นนี้มันดีต่อระบบเศรษฐกิจยังไง? ส่วน ดันราคายางขึ้นโลละ 120 บาท อันนี้มั่วนะครับ ที่ผ่านมาสมัยทักษิณราคาไม่เคยเหยียบ 90 สนับสนุนผู้ประกอบการ SME นี่เขาทำทุกรัฐบาลครับ OTOP ดีครับ ส่วนคอมพิวเตอร์ที่ว่าก็ไม่ได้ครบวงจรนะครับ ยุคนั้นมีแต่โรงเรียนในกรุงเทพ กับ โรงเรียนดัง
คอมพิวเตอร์นี่ มีส่งถึงต่างจังหวัดด้วยค่ะ แต่บังเอิญว่าไฟฟ้ายังไปไม่ถึงโรงเรียนนั้น ไม่มีที่จะเก็บด้วย ต้องกองตากแดดตากฝน
ดีใจจัง พวกเรามีเรื่องใหม่ ที่จะด่าแม้วโกงอะไรเพิ่มขึ้นแล้ว แม้วมันเลวจริงๆ ขายไปได้ไงธนาคารกรุงไทยสมบัติของชาติแท้ๆ อย่างนี้ เราก็ส่งให้ตำรวจสากลตามจับแม้วได้แล้วสิ คดีขายธนาคารกรุงไทยของชาติ ไม่ใช่คดีทางการเมือง
ขอแก้ด้วยนะครับ สนามบินสุวรรณภูมิ เฉพาะงานฐานรากและเสาตอม่อ ไม่เกี่ยวกับตัวอาคาร เป็นผลงานของ ปชป. ทั้งหมดครับ หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก บริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำทั่วโลก ให้การยกย่องยอมรับในงานฐานรากและเสาตอม่อ ของ ปชป. มักเชิญคนในพรรคไปเป็นที่ปรึกษาเสมอๆ เพราะความเชี่ยวชาญในด้านนี้เป็นที่ประจักษ์ไกลไปทั่วโลก
ทำไมถึงเอารูปมาไม่หมดล่ะ เค้าจะได้เห็นไปเลยว่าใครเซ็นปลด แปลกนะ ถอดยศมาร์คเพราะมาร์คมันชั่ว แต่ถอดยศแม้วนี่ เพราะแม้วโดนกลั่นแกล้ง หยุดดัดจริตเถิดควายแดงไทย
คือใบสั่งให้ควายแดงไซเบอร์ทำตอนนี้ก็คือ ไม่ต้องไปสู้แล้วเรื่องทักษิณโกงเพราะหลักฐานเยอะและชัดจนแถไม่ไหว ให้สู้ว่าทักษิณไม่ใช่แค่คนเดียวที่โกง ใครๆเขาก็โกงกันทั้งนั้น เราจึงได้เห็นโพสท์แนวใหม่ของควายแดงไซเบอร์กันเกลื่อน แต่ดูไปแล้วยากที่จะลากความสนใจของสาธารณชนออกจากประเด็นทักษิณจอมโกงไม่ได้ เดี๋ยวคงต้องมีใบสั่งให้ควายแดงไซเบอร์เปลี่ยนยุทธศาสตร์อีก
หนึ่งในข่าวครึกโครมใหญ่ของเช้าวันที่ 1 มีนาคม 2555 คงหนี้ไม่พ้น ซากโครงการทางรถไฟและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือที่รู้จักกันดีว่า”โครงการโฮปเวลล์” ได้เกิดเหตุระทึกขวัญบริเวณถนนกำแพงเพชร 6 เมื่อแผ่นปูนขนาดใหญ่บริเวณถนนกำแพงเพชร 6 พังถล่มลงมา แต่เดชะบุญไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือล้มตาย หากย้อนรอยกลับไปดูความเป็นมาของโครงการโฮปเวลล์นับเป็นเวลากว่า 21 ปีเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2532 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม โดยนายมนตรี พงษ์พานิช ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เชิญชวนให้เอกชนเสนอตัวลงทุนก่อสร้างโครงการ มีเรื่องเล่าว่า โครงการมูลค่าหมื่นล้าน รัฐมนตรีหนีบกระดาษ 3 ผ่านเข้าไปหาอนุมัติจากครม.ผ่านฉลุย!!! 9 พฤศจิกายน 2533 การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ได้ให้สัมปทานกับบริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด โดยมีนายกอร์ดอน วู ประธานกรรมการบริหารได้มาลงนามในสัญญา โดยสัญญาเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2534 โดยมีนายมนตรีร่วมลงนาม ลักษณะโครงการมี 4 ระบบ คือ ถนนทางด่วนยกระดับเก็บค่าผ่านทาง จำนวน 2 ทางไปกลับ 3 ช่องจราจร ทางรถไฟยกระดับของรฟท. จำนวน 3 ทาง ทางรถไฟชุมชนยกระดับ จำนวน 2 ทางของรฟท. และถนนรถยนต์เสมอระดับดินขนานระบบทางรถไฟและถนนยกระดับจำนวน 4 ช่องจราจร (ถนนLocal Road ในปัจจุบัน) กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 8 ปี แบ่งเป็น 5 ระยะคือ ระยะที่ 1 ช่วงยมราช-ดอนเมือง ระยะทาง 18.8 กม. ระยะที่ 2 ยมราช-หัวหมาก และมักกะสัน-แม่น้ำ ระยะทาง 18.5 ระยะที่ 3 ช่วงดอนเมือง-รังสิต ระยะทาง 7 กิโลเมตร ระยะที่ 4 ช่วงหัวลำโพง-วงเวียนใหญ่ และยมราช-บางกอกน้อย (ธนบุรี)ระยะยทาง 6.7 กม. ระยะที่ 5 ช่วงวงเวียนใหญ่-โพธินิมิตร และตลิ่งชัน-บางกอกน้อย(ธนบุรี)ระยะทาง 9.1 กม. รวมเป็นระยะทางทั้งหมด 60.1 กม.และทางด่วน 56.8 กม. มูลค่าการก่อสร้างช่วงนั้นประมาณ 80,000 ล้านบาท โครงการโฮปเวลล์ถือเป็นโครงการที่ส่อเค้าลางแห่งความยุ่งยาก และความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่เริ่มต้นลงนามในสัญญา และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันค่อนข้างรุนแรงในสมัยนั้น จนมาถึงวันนี้ปี 2555 รฟท.ยังไม่อาจหาข้อยุติกับซากอัปยศของโครงการโฮปเวลล์ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางกรุงเทพฯ ได้ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2540 เห็นชอบให้ยกเลิกสัญญา จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่การเปิดช่องให้ภาคเอกชนอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการกำหนดในเรื่องค่าปรับหากงานก่อสร้างล่าช้า และมีการให้อายุสัมปทานยาวถึง 30 ปี แถมยังต่อสัญญาได้อีก 3 ครั้ง คือ 8 ปีแรก+ไปอีก 10 ปี และ+ได้อีก 10 ปี ตามเงื่อนไขในสัญญาเป็นโครงการลงทุนในรูปแบบเทิร์นคีย์ คือ ออกแบบไปก่อสร้างไป ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ทำให้การก่อสร้างมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องพื้นที่ จุดตัด และการประสานงานโครงการก่อสร้างรถไฟต่าง ๆ หลายจุดตัดต้องยกตัวโครงการขึ้นสูง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงมาก ส่งผลให้เกิดความล่าช้า เพราะไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย แต่ทั้งรฟท. และกระทรวงคมนาคมไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่มีบทปรับ ไม่มีบทลงโทษตามสัญญาที่ได้ทำตั้งแต่สมัยนายมนตรี รัฐบาล และกระทรวงคมนาคมทำได้เพียงการเปิดโต๊ะเจรจาแล้วเจรจาอีก แต่ไม่สามารถหาข้อยุติอะไรได้ และไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งบริษัท โฮปเวลล์เองเริ่มส่อเค้ามีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนรัฐบาลสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีได้เข้ามาเร่งรัดการก่อสร้าง และผลักดันด้วยการรับข้อเสนอ 9 ข้อของบริษัทโฮปเวลล์ เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งกับโครงการก่อสร้างทางด่วนโครงการอื่น ๆ เช่น การเชื่อมทางด่วนของการทางพิเศษบริเวณมักกะสัน และหัวหมาก การขอให้รัฐบาลจัดหาเงินกู้ 2,500 ล้านบาท และเมื่อแผนการเงินมีข้อยุติแล้ว ขอให้กระทรวงคมนาคมออกหนังสือยืนยันต่อธนาคารผู้ให้กู้เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่รอการพิจารณา ทำให้ครม.มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 ให้กระทรวงการคลังสนับสนุนวงเงินกู้ 2,500 ล้านบาท แต่จนแล้วจนรอดโครงการยังเดินต่อไปไม่ได้ มาถึงปี 2539 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) ได้ปรึกษานายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประเมินโครงการแล้วก่อสร้างไม่เสร็จตามสัญญาในปี 2541 ทางออกให้บอกยกเลิกสัญญา ด้วยการตั้งกองทุนเข้าไปรับภาระต่อจากผู้รับสัมปทาน หลังจากนั้นจะขายหุ้นให้กับประชาชน 16 เม.ย.2539 มติครม.ให้โอกาสกับบริษัทโฮลเวลล์ อีก 90 วันในการจัดหาเอกสารหลักฐานทางการเงินและสัญญาผูกพันกับผู้รับเหมา ทำให้ช่วงนั้นนายกอร์ดอน วู พยายามเร่งเพิ่มทุน ผลักดันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หวังระดมทุนใช้ในการก่อสร้าง รวมถึงการเจรจากับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปต์เม้นต์ และนายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ สนใจซื้อหุ้นของบริษัท โฮปเวลล์ แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ มาถึงช่วงปลายปี 2539 นายสุวัจน์ ลิปตะพัลลภ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเร่งรัดโครงการ และในที่สุดยังไม่สามารถเจรจาให้มีความคืบหน้าในเรื่องงานก่อสร้างได้ คณะทำงานจึงเสนอให้ยุติการเจรจา โดยทางบริษัทเองมีปัญหาการเงินอย่างหนักหน่วง และพยายามเบี่ยงเบนประเด็นการเจรจาโดยตลอด รัฐบาลหลายยุคพยายามจะยกเลิกสัญญาสัมปทาน ขณะที่รัฐบาลอีกหลายชุดพยายามจะรื้อฟื้น ทำให้มีมติคณะรัฐมนตรีถึง 2 ครั้งยืนยันมติเรื่องการยกเลิกสัญญากับโครงการโฮปเวลล์ คือ มติครม.วันที่ 30 กันยายน 2540 และครม.วันที่ 23 ธันวาคม 2540 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 15 ปีแล้วในการบอกยกเลิกสัญญา แต่รฟท.ในฐานะผู้ให้สัมปทานยังไม่สามารถดำเนินการจัดการอะไรกับซากดังกล่าวได้ เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างฟ้องร้องกันในศาลปกครองกลางตั้งแต่ปี 2553 และยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน เพราะคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระบุว่า กระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท. ไม่อาจบอกเลิกสัญญาตามสัญญาสัมปทาน และนายกอร์ดอน วูยังคงเรียกร้องค่าเสียหาย 20,000 ล้านบาทต่อไป ความล่าช้า และความสูญเสียที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 21 ปีหากนับเป็นตัวเงินคงมิอาจประเมินมูลค่าได้จากวันแรกที่ทำโครงการมีมูลค่า 80,000 ล้านบาท หากถึงวันนี้โครงการในลักษณะดังกล่าวถ้าจะก่อสร้างไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะต้องใช้เงินถึงกี่แสนล้านบาท แต่ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นวันนี้ 1 มีนาคม 2555 หากซาก"ตอม่อ"อนุสรณ์สถานแห่งความอัปยศดังกล่าวตกใส่หัวประชาชนตาดำ ๆ สักคนอะไรจะเป็นอย่างไร 1 ชีวิตที่ไม่อาจประเมินค่าได้...แต่วันนี้โชคดีที่ไม่มีใครเดินอยู่ระหว่างที่คานถล่มลงมา จึงได้แต่หวังว่า รัฐบาลยุคปัจจุบันคงไม่ต้องรอให้คานหรือต่อม่อตัวต่อไป “ล้ม” หรือ”หล่น”มาใส่หัวประชาชนตาดำ ๆ ผู้โชคร้ายแบบ"วัวหายแล้วค่อยล้อมคอก"ก็แล้วกัน
อ้าว....... เปลี่ยน เข้าไปสิงในร่าง เราคือขี้ข้าแม้ว ซะเเล้ว เอาให้เนียนๆ อย่าให้ เกรียน เหมือนอีกตัวที่ถอดออกนะ 555
สันดานพวกกินขี้ไอ้แม้วเป็นอาหาร พวกมันไม่เคยคิดจะตอบครับ นอกจากหาช่องเอาภาพตัดต่อ บิดเบือน มาลง วนไปเวียนมา
อ่ออันนี้ที่ยัดข้อหาเรื่องหนีทหารโดยสุกำพลนะเหรอครับ แล้วทำให้กรรมไปตกกับทักษิณเลยนะเหรอ ก๊ากกกกกกกกกก
ส่งสัยคดียายปู-ปูด คงจะใกล้ตัดสินเเล้วสินะ ถึงได้ดิ้นกันใหญ่หวังจะให้เกิดเเรงกระเพื้อมทางสังคม ต้องเป็นอย่างนี้เเน่ๆเลย