อุทาหรณ์ สอนใจ คนผิดศีล กาเมสุมิจฉาฯ และมุสาวาทาฯ

กระทู้ใน 'สภากาแฟ' โดย หงส์เฒ่าเสาร์ธรรม, 22 Jan 2015

  1. หงส์เฒ่าเสาร์ธรรม

    หงส์เฒ่าเสาร์ธรรม อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    24 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    1,645
    http://www.dailynews.co.th/Content/crime/295462/คุก+3+ปีลูกจ้างสาวโยธาอ้างถูกอดีตรมช.มหาดไทยข่มขืน

    ศาลฎีกาสั่งจำคุก 3 ปี “ภคพร สันทาลุนัย”ลูกจ้างโยธา ฐานให้ข่าว-แจ้งความเท็จ ป้ายสี อดีต รมช.มหาดไทยข่มขืน ต่อรองเรียกรับเงิน พร้อมสั่งชดใช้ค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ด้านทนายเตรียมยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ม.ค.ที่ห้องพิจารณาคดี 803 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลขึ้นนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ ด.940/2546 ที่นายสมบัติ อุทัยสาง อายุ79 ปี อดีต รมช.มหาดไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องน.ส.ภคพร สันทาลุนัย อายุ 39 ปี ลูกจ้างประจำสำนักงานผังเมืองและโยธาธิการจังหวัดตราด เป็นจำเลย ในความผิดฐานกรรโชกทรัพย์, รีดเอาทรัพย์, แจ้งความเท็จและหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338, 172,174 มาตรา 326 และ 328 พร้อมขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิด 50 ล้านบาท คดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า ระหว่างวันที่10 พ.ย. 45 - 14 ม.ค. 46 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้ขู่เข็ญโจทก์ว่า จะเปิดเผยเรื่องที่โจทก์กับจำเลยร่วมประเวณีกันที่โรงแรมประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย แก่ภรรยาและคนอื่นๆ รวมทั้งสื่อมวลชนทุกแขนง หากโจทก์ไม่จ่ายเงินตามที่เรียกร้อง ซึ่งภายหลังทราบว่าจำเลยเตรียมกระดาษทิชชูเช็ดเอาคราบอสุจิที่ตกค้างอยู่ภายในอวัยวะเพศไปเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อเป็นหลักฐานว่า ได้ร่วมประเวณีกับโจทก์ เพื่อต่อรองเรียกร้องเงิน 1 ล้านบาท การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง


    ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2548 ให้จำคุกจำเลย 4 ปี ฐานรีดเอาทรัพย์ ฐานแจ้งความเท็จจำคุก 2 ปี ฐานหมิ่นประมาทฯ จำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุก 3 ข้อหาเป็นเวลา 7 ปีและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 10 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีขณะที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องในข้อหารีดทรัพย์และหมิ่นประมาทแต่คงจำคุกในข้อหาแจ้งความเท็จเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา โจทก์ยื่นฎีกาขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทและรีดทรัพย์ ขณะที่จำเลยยื่นฎีกาขอให้ศาลยกฟ้องและให้รอการลงโทษศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วจึงสั่งจำคุกจำเลยฐานหมิ่นประมาทเพิ่มอีกหนึ่งกระทงเป็นเวลา 1 ปี ตาม ป.อาญา ม.328เมื่อบวกโทษฐานแจ้งความเท็จที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี รวมโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 3 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแค่โจทก์ 1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันถัดฟ้องและให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาย่อขนาด 3 คูณ 5 นิ้ว ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเดลินิวส์ แนวหน้า และเดอะเนชั่น เป็นเวลา 10 วันติดต่อกัน โดยชำระค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและค่าทนายความของโจทก์ด้วย


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังถูกศาลสั่งจำคุก 3 ปี น.ส.ภคพร ซึ่งมานั่งฟังคำพิพากษา ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวจำเลยส่งไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป


    ด้านนางรัศมี ไวยเนตร ทนายความของ น.ส.ภคพร เปิดเผยว่า ตนและลูกความยอมรับในคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ไม่เห็นพ้องด้วย โดยตนรับผิดชอบคดีนี้มาตั้งแต่เมื่อครั้งได้รับมอบหมายจากสภาทนายความและได้สอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เห็นว่า น.ส.ภคพร ถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง รวมถึงคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ น.ส.ภคพรก็เป็นฝ่ายถูกกระทำด้วยจากนี้จะหาหนทางทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่น.ส.ภคพรรวมถึงการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษว่าจะสามารถกระทำได้หรือไม่ปัจจุบันน.ส.ภคพรยังคงเป็นลูกจ้างประจำที่สำนักงานผังเมืองและโยธาธิการจังหวัดตราดเช่นเดิมโดยมีภาระต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ป่วยด้วย.

    คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2545 น.ส.ภคพร สันทาลุนัย เข้าพบ ร.ต.อ.บุญเลิศ กัลญาณมิตร รอง สว.กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสมบัติ อุทัยสาง อดีต รมช.มหาดไทย ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิดที่โรงแรมประดิพัทธ์ ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

    ฝ่ายชาย
    สมบัติ อุทัยสาง ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ได้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จำคุก 2 ปี ปรับเงิน 4,000 บาท เนื่องจากการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------
    โพสต์ไว้เป็น อุทาหรณ์ สอนใจคนผิดศีล ทั้ง กาเมสุมิจฉาจารา และ มุสาวาทา จะต้องได้รับกรรมที่ได้ก่อไว้เสมอ
     
    นอกคอก, แสงธูป, conservative และอีก 1 คน ถูกใจ.
  2. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,527
    คนส่วนใหญ่ทำไปเพราะหวังจะได้รับความร่ำรวย ความเหนือเด่นกว่าคนอื่น ไม่สนใจว่าการได้มาซึ่งลาภนั้น

    จะถูกต้องหรือชอบธรรมหรือไม่ ไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา ข่าวยังล่าช้าเมื่อเทียบกับผลแห่งกรรมนั้น ๆ เมื่อได้ทำ

    แล้วตนย่อมรู้ดี สิ่งที่เหลือต้องคอยระวังความจริงจะเปิดเผยเมื่อไร ซึ่งทำได้ยาก ยิ่งในสถานะการณ์การตื่นตัว

    ของคนในเรื่องข่าวสารแล้วยิ่งยากจะปิด
     
  3. JSN

    JSN อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,746
    การใสร้ายคือการเอามลทินไปป้ายผู้อื่นโดยที่เขาไม่ได้ทำ ถึงแม้จะแก้ข้อกล่าวหาได้แต่มลทินนั้นก็ยังสลัดไม่ออก เพราะขี้ปากคนหลายคนที่ยังคงเชื่อเรื่องที่ใส่ร้าย แบบที่ควายแดงใส่ร้ายปชป.ข้อหาต่างๆนานา ซึ่งควายแดงไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้
     
  4. นอกคอก

    นอกคอก อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    5,396
    สงสัยจะดูละครมากไปแต่คงลืมนึกไปว่าในโลกความจริงคนไม่ได้บื้อเหมือนพระเอกทุกคน
     
  5. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,917
    Location:
    เชียงใหม่

Share This Page