เรื่องของอดีตนายกที่บินเป็นกระหังไปมา มันเป็นนักโทษหนีคดี ที่มีหมายจับถูกต้องแล้วนี่ครับ คำสั่งศาล คำตัดสินของศาลก็มีหมด มันไม่น่าจะเรียกมโนแล้ว ส่วนว่าที่นักโทษหญิง กรณี 4SS ตามข่าวมันเป็นงั้น ส่วนกรณีโทษที่กำลังจะเกิดขึ้นกับการจำนำข้าว 5-6 แสนล้าน ข่าวก็มีออกมาให้ดูกันแล้วนี่ครับ มโนตรงไหน อคติบังตาตรงไหน ความชังครอบงำตรงไหน อธิบายหน่อยสิครับ
อยากให้มีแต่ภาพ นายกไปต่างประเทศ แล้วมีกลุ่มคนเพียงหยิบมือต่อต้านโดยปราศจากคนสนับสนุน เพื่อจะได้เอามาเล่นข่าวหรือ ปากก็พูดแต่อยากให้ยอมรับความเห็นต่างของกันและกัน แต่ห้ามคนสนับสนุน แต่พวกต่อต้านทำได้ เออ ประชาธิปไตยจริงๆ อายที่คนเห็นต่างทำไม่เหมือนตัว เลยจะห้ามเขาทำ ถามหน่อยคุณอายใคร คนอื่นใครเขาจะมาใส่ใจ ว่าประเทศเราเป็นยังไง ผู้นำเป็นใคร มาจากไหน เพื่อนๆ น้อง มาจากอเมริกา มันไม่เห็นจะมาใส่ใจเลยว่าไทยเราตอนนี้เป็นอย่างไร ใครเป็นผู้นำ เที่ยวมันทุกวันจนกลับก็ไม่พูดถึงถามถึงสักคำ อย่าหน้าบางเป็นยางมะตอยนักเลย
งั้นผมถามกลับนิดเดียวพอ ถ้าคนคิดว่าเผด็จการประยุทธ์มันชั่วร้ายมากเดี๋ยวเค้าก็แห่กันออกมาไล่อย่างถล่มทลายเหมือน14ตุลา พฤษภาทมิฬเองนั่นแหละ แล้วทำไมผ่านมาปีกว่าแล้วถึงยังไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นล่ะ ผมว่าคุณก็รู้คำตอบแต่ไม่กล้าพูดเท่านั้นแหละ ปล.ไม่ต้องอ้างม.44นะ เพราะตอนคมช.ก็มีคนต้านโหรงเหรงเหมือนกันเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่ผมยกมา
เสียงส่วนใหญในเว็บนี้ไม่เห็นด้วยกับคุณ ถ้าคุณยอมรับเสียงส่วนใหญ่จริง คุณก็ควรจะเงียบปากไม่ใช่เหรอ มาเถียงทำไม
ทีแรก ผมว่าจะตอบกระทู้แล้ว แต่เห็นลีลา คุณอะมะตะ แล้ว ไม่ตอบดีกว่า เพราะว่า ถึงจะอธิบายไป แกจะอ่านเฉพาะ ที่แกคิดว่า จะตอกกลับคนอื่นได้ แต่เนื้อหาอื่น ๆ ที่พยายามสื่อ แกจะ "ไม่นำพา" ดังนั้น พูดไป ก็เหมือน "ตักน้ำรดหัวตอ" เดี๋ยวพวกเรา คนตอบแก จะพาล "ความดันขึ้น" ซะเปล่า ๆ เดี๋ยวนี้ บางที เราต้องคำนึงถึงสุขภาพบ้าง ผมแนะนำเพื่อน ๆ จิบชา หรือ น้ำผลไม้ให้ชุ่มคอ แล้วก็คิดดูจากคำโพสต์ตอบแก เราก็จะ "ถึงบางอ้อ" ว่าแกตั้งใจ มากวนประสาท แค่นั้นอะ
ยุทธวิธีใหม่ครับ และสำเร็จซะด้วย เก่งนะเสื้อแดง มันสู้มาเป็นร้อยปี ในนามประชาธิปไตยประชาชน ไม่เคยชนะ มันเปลี่ยนใหม่ ไม่สนถูกผิด ธรรมนูญ กฏหมาย ศิลธรรม มันสร้างคนสองพวกให้เกลียดกัน ได้ผลที่มันต้องการ ก็แค่นั้น จบ เพราะต่อไปมันจะพูดยังไงก็ เกลียดมันไม่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว มันคือ ไอ้สุดขีดของควายเลว
ที่ผมตอบเนี่ยไม่ได้หวังจะให้ จขกท เข้าใจ แต่แย้งเอาไว้เผื่อมีใครเข้ามาอ่านจะได้เอาไปคิดหรือเข้าใจ เพราะการนิ่งเฉยคือการยอมรับ
ปากบอกว่าเสรีประชาธิปไตยชูสามนิ้วยกป้ายรํ่าร้องโหยหาสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมจากสังคม แต่ห้ามไปเชียร์ฝั่งตรงข้ามเชียร์ได้เฉพาะแต่แดงหางดาบเท่านั้น แล้วมันประชาธิปไตยตรงใหนช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริง
ผมขำ คคห.นี้นะเนี่ย เถียงก็ไม่ได้ อ้างเสียงส่วนใหญ่ จะให้บอร์ดนี้เป็นสังคมฝังชิปเหรอครับ เห็นเหมือนกันหมด ผมเป็นคนตั้งกระทู้นะครับ ไม่ตอบเดี๋ยวก็หาว่าทิ้งกระทู้อีก ไอ่เสียงส่วนใหญ่ มันก็ควรจะมีหลักเกณฑ์การใช้เหมือนกันนะครับคุณมิติใหม่
กัดกันตีกันทะเลาะกันผมยังไม่อายหรอกเพราะมันเป็นธรรมชาติของ....อะไรก็แล้วแต่จะคิดยังพอทำใจรับได้ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องที่น่าอายคือพวกที่เรียกหาความเท่าเทียมกันผมว่ามันเพ้อเจ้อคงหลงมาเกิดผิดยุคผิดสมัย ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลมันมีซอกหลืบมนบ้างที่มีความเท่าเทียมกันอะไรคือความเท่าเทียมอะไรคือความเสมอภาค ครอบครัวยังมีพ่อมีแม่โรงเรียนยังมีครูมีลูกศิษย์บริษัทยังมีนายจ้างกับลูกจ้างหน่วยงานราชการยังมีนายมีลูกน้องสังคมยังมีคนรวยคนจน แล้วจะเอาอะไรตรงใหนให้เท่าเทียมกันได้ เข้าห้องนํ้ายังต้องมีห้องนํ้าชายห้องนํ้าหญิงมันจะเท่าเทียมกันยังไง คนพวกนี้คงคิดว่าหลับแล้วฝันไปถึงฟุ้งซ่านกันได้ขนาดนี้มันเป็นไปไม่ได้ในสิ่งที่คนพวกนี้เพ้อเจ้อละเมอหาตื่นเสียทีเถอะ
ชอบคำนี้จัง ตอนนี้อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่อย่างเราเลย เด็กเองก็ถูกตอกลิ่มในสังคมจอมปลอมนี้เช่นกันครับ ตัว ต่อไปเด็กจะไม่รู้จักตัว Y ผ่านคำว่า Why แต่จะรู้จักตัว Y ผ่านคำว่า Yes แทน จากประโยค "ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นครับ" ก็จะเหลือแค่คำว่า "ครับ" ทหารวันนี้ไม่มีมีดปลายปืนอีกต่อไป มีแต่ปากกาปลายปืนครับ
ไม่เหมือนรัฐบาลที่แล้วหรอกนะครับ ทำห่าอะไรไว้พอเรื่องแม่มอ้างแต่เสียงส่วนใหญ่ อ้างแม่มเหมือนถูกโปรแกรมมา พอได้รับเลือกแม่มไม่โผล่หัวมาเลย ไอ้หลักเกณฑ์ที่ว่า มันต้องเอานโยบายหลอกความมาให้ควายเลือกเหรอครับ ที่เขาอ้างเสียงส่วนใหญ่ในเว็บเพราะเห็นพวกมรึงชอบอ้างไง เป็นโดนบ้างถึงกับไปไม่เป็นเลย แสดงอาการเผด็จการอีก กรูตั้งกระทู้นี้นะ
ใช่ครับ มันจอมปลอมตั้งแต่สอนให้เด็กรู้จักแต่เสรีภาพ ลืมคำว่าหน้าที่แบบคุณไงครับ ต่อไปคนอย่างคุณก็เป็นแค่ผู้ใหญ่จอมปลอม ตอแหล สอนให้เด็กตอแหลแบบคุณไงครับ ไอ้เด็กเลี้ยงแกะจอมโกหก
เขาหมายถึง คนอื่นไม่เห็นด้วยกับคุณก็คือจบ เพราะคุณไม่มีเหตุผลเพียงพอหรือเหตุผลมันงี่เง่าสุดๆกว่าที่จะเปลี่ยนใจคนอื่นได้ พูดไปก็ยิ่งทำให้คุณดูเป็นตัวตลก
อย่าคิดมากค่ะ คุณ อะมะตะ มาบ่อยๆ นะค่ะ แต่ก่อน มวลมินิประชาชน สลิ่ม มีในนี้มากกว่านี้อีกค่ะ รอคนอย่างคุณมาให้เหตุผล ในการถามตอบ พอเวลาผ่านไปสักพัก สลิ่ม ที่ยังพอมีสติอยู่ก็จะ อ่าน การถาม การตอบ การให้เหตุผล ของสลิ่มฝังชิบ แล้ว รู้ตัว ว่าพวก สลิ่ม ไม่โง่ ก็บ้า แล้ว ค่ะ แล้วแยกจาก มวลมินิประชาชน สลิ่ม ออกไปอย่างเงียบเอง ขอบคุณค่ะ ที่สละเวลา
อย่าสอนเสรีภาพให้เด็ก เพราะเด็กยังต้องพึ่งพิงพ่อแม่ กฎหมายก็ห้ามเด็กไปไหนยามวิกาล เด็กทำผิดพ่อแม่ต้องรับโทษด้วย ควรสอนเด็กให้รู้จักหน้าที่ก่อน ตามด้วยสิทธิพลเมืองทั้งของตนเองและผู้อื่น เห็นเด็กอุบาว์ทหลายคนแล้วอยากเบิร์ดกระโหลกมันยันพ่อแม่
คนดีวัดอย่างไรหรือ แหกตาอ่านบ้าง พูดไม่รู้กี่ครั้งแล้ว วัดจากการยอมรับของคนที่เป็นประชาสังคม ตามวิจารณญาณปัจเจกบุคคล ใครว่าใครดี เลือกเอาเลย คนเห็นต่างกันได้ 1 คน 1 วิจารณญาณ 1 การตัดสินใจ เท่าเทียมกัน อย่าไปดูถูกการตัดสินใจ คนอื่นค่ะ แล้วคุณ ละ Alamos คนดีคุณเอามาจากใหน เลือกมาอย่าไร ตอบบ้างสิ อยากรู้ หรือแบะๆ แถไม่กล้าตอบ ตรงประเด็น ตามมาตรฐานการให้เหตุผลของ สลิ่ม
ถุยเถอะครับ งั้น ถ้าโจรปล้นธนาคาร ดันไปปล้นธนาคารในประเทศที่โจรเยอะ แล้วโจรก็ลงคะแนนเสียงว่า โจรเป็นคนดี แบบนี้นะเหรอครับ ประชาสังคมบอกว่าใครเป็นคนดีเหรอครับ ก๊าก ตรรกะวิบัติตามประสาควายแดงจริงจริง ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก
เอาที่สบายใจ เห็นใครดีเชิญเลือก ครั้งหน้าถ้าเข้ามาแล้วทำชั่วอีก ก็โดนไล่อีก เพราะประเทศนี้ไม่ใช่ของคุณหรือของผม หรือพวกคุณพวกผมเป็นเจ้าของแต่ฝ่ายเดียว คนดีคนชั่วอาจเป็นเรื่องความเชื่อ แต่การทำดีหรือทำชั่วนั้นไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นสิ่งที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า เว้นแต่อคติและเห็นแก่พวกพ้องจะบังตา หรือไม่ก็ตรงกับจริตชั่วๆของตัวเอง จึงมองไม่ออกว่าสิ่งนั้นชั่ว
แหมพูดอย่างหยดเลือดประจำเดือนควายแดงเยอะตาย แหม่ อย่าคิดว่าคนอื่นจะถูกโปรแกรมมาให้ตรรกะวิบัติอย่างควายแดงสิครับ แหม่ ตอบใครไม่ได้ก็อย่าแสดงอาการถ่อยใส่สิครับ ไหนว่าเท่าเทียมกันไง ก๊ากกกกกกกกกกกกก ตอบผมให้ได้ก่อนเถอะ
เราตอบไปแล้ว แล้วคุณ ละ สลิ่ม คนดีคุณเอามาจากใหน เลือกมาอย่าไร ตอบบ้างสิ อยากรู้ หรือแบะๆ แถไม่กล้าตอบ ตรงประเด็น ตามมาตรฐานการให้เหตุผลของ สลิ่ม เก่งแต่ ก่นด่า ไม่เคยให้หลักการ เลย ง่าวววว ไม่มีกึ้น หรือค่ะ สลิ่ม
กึ๋นสะกดแบบนี้คร้าบ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หลักการมีครับแต่ไม่ใช่กับพวกตรรกะวิบัติ แต่ขอโปรดสัตว์หน่อยละกัน คนดีมาจากไหน อยู่การกระทำของเจ้าตัวครับ ซึ่งทุกคนไม่อาจรู้ได้ทั้งหมด ดังนั้นประชาชนจึงไม่สามารถตัดสินได้ ประชาชนจึงต้องใช้วิจารณญานขั้นสูงในการคัดกรองจริงมั้ย ไม่ใช่เค้าเอาอะไรมาล่อก็เฮวิ่งตามไปงับกัน จริงมั้ย
ทำเป็นแถ บอกว่ามี ทั้งทีไม่มีคำตอบตรงตามเคย แล้วโม้ กร็วววก ด้อยปัญญา จริงๆ แล้วจะเอาไอ้คนดีของคุณมายังไง วิธีใหน คนดีอย่าโน้นอย่านี้ เขียนเป็นเล่มยังได้ แต่จะได้มายังไง พร่ำเพ้อไปมั่วๆ ตอบตรงๆ ซิ แล้วไอ้ที่บอกว่า "ประชาชนจึงไม่สามารถตัดสินได้" แล้วให้ใครตัดสินใจหนู หน้าหนา ปัญญาทึบ จริงๆ ตาคนนี้
ก็แค่ นายก บอกว่า ไม่อยากให้ ฝ่ายต้าน ฝ่ายเชียร์ ไปทะเลาะกันให้เค้าเห็นที่โน่น เพราะจะอายเค้า ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ แต่อย่างว่า เสื้อแดงมันหน้าด้าน คงไม่อายหรอก ประชาธิปไตยแบบเสื้อแดง ด้านได้ อายอด นี่ถ้าไปเล่าให้เค้าฟัง ว่า เคยมี ส.ส. คนนึง ลาออกจาก ส.ส. เพื่อไป สมัคร ส.ส. แต่แล้วสอบตก ฝรั่งมันจะงงมั้ย แล้วเราจะต้อง อายมั้ย
นี่ๆ ไม่รู้ตัวเหรอว่าพูดอะไรออกมา ประชาชนไม่ใช่พหูสูตรนิครับ จะได้รู้ทุกอย่าง แหมคำตอบมันคงไม่ตรงจริตคุณนุ๊คอ่ะครับ เพราะถ้าให้ตรงกับคุณนุ๊คคงเป็นไปไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะตราหน้าผมเป็นพวกตรรกะวิบัติ คุณลองไปศึกษาประวัติศาสตร์เยอรมันนะครับ เผื่อคุณนุ๊คจะได้รู้ว่าฮิตเลอร์ขึ้นมาได้อย่างไร เอาแบบนี้ครับ คนดีจะต้องมีจิตสำนึกที่ดี เปิดเผย จริงใจ จะต้องมีความรับผิดชอบในการกระทำของตัวเอง กล้าทำกล้ารับ ต้องจริงใจในการพิสูจน์ข้อกล่าวหาที่คนชั่วยัดเยียดให้ ต้องไม่หนีไปดูโอลิมปิกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน ปากก็ตะโกนว่า ไม่ยุติธรรม แล้วหลอกให้คนมาตายแทน ถึงจะใช้วิจารณญานตัดสินได้ ใครตัดสินได้ว่าเป็นคนดีอยู่ที่จิตสำนึกครับ ซึ่งคุณนุ๊คคงไม่มีเพราะถูกโปรแกรมไว้แล้วว่า ใครที่ถูกเลือกคนนั้นคือคนดี
เถียงผมไม่ได้เหรอ คุณตรรกะวิบัติ เถียงไม่ได้ก็อย่าแสดงสันดานแบบนี้สิครับ เก่งแต่ ก่นด่า ไม่เคยให้หลักการ เลย ง่าวววว ไม่มีกึ๋นหรือครับ ควายแดง หน้าหนา ปัญญาทึบ จริงๆ
ผมเห็นด้วย ว่าการเลือกตั้ง คือ สิทธิเท่าเทียม 1 สิทธิ 1 เสียง แต่ผมไม่เห็นด้วย ว่า คนที่ได้รับการเลือกตั้ง เป็นคนดี เพราะอะไร ผมถึงบอกแบบนั้น เพราะประชาชน ที่ไม่ออกมาใช้สิทธิ เพราะเบื่อที่มีแต่นักการเมือง ขี้ฉ้อ ก็มีเยอะ หรือแม้แต่คนที่เลือกเข้าไปเอง ก็ยังมีหลายสาเหตุที่เลือก 1 เลือกเพราะไม่อยากให้อีกฝั่งได้ (อันนี้ผม) 2 เลือกเพราะความชอบส่วนตัว (อันนี้หัวหน้าผม เค้าบอกเลือกเพราะเก่ง "นักการเมืองก็โกงทั้งนั้น" อันนี้เค้าบอกนะ) 3 เลือกเพราะนโยบาย อยากได้ 300 บาท อยากได้ จำนำข้าว ตันละ 15000 บาท เอาเข้าจริงที่เลือกเพราะว่า เห็นเป็นคนดี มีสักกี่เปอร์เซนต์ดี ก็ตามนี้ คนเลวอาจได้ที่นั่ง เพราะฉลาด หาเสียงกว่าคนอื่น ก็เป็นได้
ฮิตเลอร์ไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง ในปี ค.ศ. ๑๙๒๙ ภายหลังเกิดวิกฤติทางการเงินขึ้นในตลาดหุ้นวอลสตรีท คะแนนเสียงของพรรคนาซี ๑๘ % ต่อมาเยอรมันมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี ค.ศ.๑๙๓๒ ฮิตเลอร์จะพ่ายแพ้ให้แก่ พอล วอน ฮินเดนเบิร์ก ฮิตเลอร์ เลือกตั้งได้ อันดับสอง นะค่ะ ขึ้นสู่อำนาจด้วย พวกขวา และกระบอกปืนค่ะ หนู JPN
วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๓๓ อาคารรัฐสภาไรช์สทักถูกวางเพลิง และมารีนัส ฟาน เดอร์ ลูบเบ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ถูกพบตัวในอาคารที่เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่จึงทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ และโดยที่รัฐธรรมนูญไวมาร์ให้อำนาจประธานาธิบดีออกกฤษฎีกาใช้บังคับอย่างเช่นกฎหมายได้ ฮิตเลอร์จึงกดดันให้ประธานาธิบดี ฮินเดนเบอร์ก ตรากฤษฎีกาเพลิงไหม้ไรซ์สทักเพื่อให้อำนาจแก่รัฐบาลในการปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศเยอรมันถูกจับกุมโดยอำนาจตามกฤษฎีกาดังกล่าวร่วม ๔,๐๐๐ คน และเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจเด็ดขาดในรัฐสภาในปีถัดมาฮิตเลอร์ได้นำ “รัฐบัญญัติมอบอำนาจ” ที่ให้อำนาจนิติบัญญัติแก่คณะรัฐมนตรีอย่างเต็มที่เป็นเวลา ๔ ปีเข้าสู่สภาเพื่อขอความเห็นชอบ แต่การจะผ่านรัฐบัญญัติได้ต้องใช้เสียงข้างมากจำนวน ๒ ใน ๓ และเนื่องจากฮิตเลอร์ไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา กฤษฎีกาเพลิงไหม้ไรซ์สทักจึงถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อป้องกันการเข้าร่วมประชุมของ ส.ส.พรรคสังคมประชาธิปไตยหลายคน ท้ายที่สุดรัฐบัญญัติมอบอำนาจผ่านด้วยเสียง ๔๔๑ ต่อ ๘๔ จึงอาจกล่าวได้ว่า “กฤษฎีกาเพลิงไหม้ไรซ์สทัก” และ “รัฐบัญญัติมอบอำนาจ” เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักการเมืองที่ไม่เคยได้ครองเสียงข้างมากในสภาเลยอย่างเช่น อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขึ้นกุมอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศโดยชอบธรรมและนำไปสู่ภาวะเผด็จการโดยสมบูรณ์ด้วยกลยุทธ “เหตุใดจะต้องครองเสียงข้างมากในสภาในเมื่อเราทำให้สภาเล็กลงได้”
อ๋อเหรอครับ อ่านให้หมดนะครับ ฮินเดนเบิร์กตั้งเองถึงจะไม่เต็มใจ ไม่ได้ใช้ปากกระบอกปืนนะครับ แต่ฮิตเลอร์ก็ได้รับเลือกเป็นอันดับสอง นั่นแปลว่า เลือกตั้งได้ที่สอง ใช่มั้ยครับ รัฐบาลบรือนิง[แก้] ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในเยอรมนีเป็นโอกาสทางการเมืองสำหรับฮิตเลอร์ ชาวเยอรมันลังเลต่อสาธารณรัฐรัฐสภา ซึ่งเผชิญกับปัญหาคุกคามสำคัญจากทั้งพวกขวาและซ้ายจัดสุดโต่ง พรรคการเมืองสายกลางไม่สามารถหยุดยั้งกระแสแห่งลัทธิสุดโต่งเพิ่มขึ้นทุกที และการลงประชามติเยอรมนี ค.ศ. 1929 ช่วยยกระดับอุดมการณ์นาซี[128] การเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1930 ส่งผลให้รัฐบาลผสมชุดใหญ่แตกหักและแทนที่โดยคณะรัฐมนตรีข้างน้อย นายกรัฐมนตรีไฮน์ริช บรือนิงแห่งพรรคกลาง ผู้นำคณะรัฐมนตรีชุดนั้น ปกครองโดยกฤษฎีกาฉุกเฉินจากประธานาธิบดี เพาล์ ฟอน ฮินเดนบูร์ก การปกครองโดยกฤษฎีกาจะกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่และปูทางแก่รัฐบาลแบบอำนาจนิยม[129] NSDAP เติบโตจากพรรคที่ไม่มีใครรู้จักและได้คะแนนเสียง 18.3% และ 107 ที่นั่งในรัฐสภาในการเลือกตั้ง ค.ศ. 1930 กลายมาเป็นพรรคใหญ่ที่สุดอันดับสองในสภา[130] ฮิตเลอร์ปรากฏกายครั้งสำคัญในการพิจารณาคดีของนายทหารไรช์สเวร์สองนาย ร้อยตรีริชาร์ด เชรินแกร์และฮันส์ ลูดิน ในฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 1930 ทั้งสองถูกตั้งข้อหาเป็นสมาชิก NSDAP ซึ่งขณะนั้น กฎหมายไม่อนุญาตให้กำลังพลไรช์สเวร์เป็นสมาชิก[131] อัยการให้เหตุผลว่า NSDAP เป็นพรรคสุดโต่ง ทนายฝ่ายจำเลย ฮันส์ ฟรังค์จึงเรียกฮิตเลอร์มาให้การเป็นพยานในศาล[132] วันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1930 ฮิตเลอร์ ให้การว่า พรรคของเขาจะแสวงหาอำนาจทางการเมืองเฉพาะผ่านการเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตยเท่านั้น[133] การให้การนั้นทำให้เขาได้รับการสนับสนุนมากในหมู่นายทหารในกองทัพ[134] มาตรการรัดเข็มขัดของบรือนิงทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยและไม่เป็นที่นิยมอย่างยิ่ง[135] ฮิตเลอร์ฉวยความอ่อนแอนี้โดยส่งข้อความทางการเมืองของเขาเจาะจงไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อช่วงคริสต์ทศวรรษ 1920 และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ เช่น ชาวนา ทหารผ่านศึก และชนชั้นกลาง[136] ฮิตเลอร์สละสัญชาติออสเตรียของเขาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1925 แต่ในขณะนั้น เขายังไม่ได้สัญชาติเยอรมัน เป็นเวลาเกือบเจ็ดปีที่ฮิตเลอร์ไร้สัญชาติ ไม่สามารถเข้าชิงตำแหน่งทางการเมืองได้ และเสี่ยงต่อการถูกเนรเทศ[137] วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1932 รัฐมนตรีมหาดไทยแห่งบรุนสวิค ผู้เป็นสมาชิก NSDAP แต่งตั้งฮิตเลอร์เป็นผู้บริหารตัวแทนของรัฐในไรช์สรัทในเบอร์ลิน ทำให้ฮิตเลอร์เป็นพลเมืองบรุนสวิค[138] และจึงเป็นพลเมืองเยอรมันอีกทอดหนึ่งเช่นกัน[139] การขาดรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพทำให้นักการเมืองทรงอิทธิพลสองคน ฟรันซ์ ฟอน พาเพน และอัลเฟรด ฮูเกนแบร์ก ตลอดจนนักอุตสาหกรรมและนักธุรกิจหลายคน เขียนจดหมายถึงฮินเดนบูร์ก ผู้ลงนามกระตุ้นให้ฮินเดนบูร์กแต่งตั้งฮิตเลอร์เป็นหัวหน้ารัฐบาล "ซึ่งเป็นอิสระจากพรรคการเมืองในรัฐสภา" ซึ่งอาจแปรเปลี่ยนเป็นขบวนการซึ่งอาจ "สร้างความยินดีแก่ประชากรหลายล้านคน"[143][144] ฮิตเลอร์ที่หน้าต่างของทำเนียบรัฐบาลไรช์ ขณะได้รับการปรบมือต้อนรับจากประชาชนในเย็นวันที่เขาสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฮินเดนบูร์กตกลงแต่งตั้งฮิตเลอร์เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างไม่เต็มใจ หลังการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปอีกสองครั้ง คือ ในเดือนกรกฎาคมและพฤศจิกายน ค.ศ. 1932 ไม่มีพรรคใดจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ ฮิตเลอร์จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลผสมช่วงสั้น ๆ จัดตั้งโดย NSDAP และพรรคประชาชนแห่งชาติเยอรมัน (DNVP) ของฮูเกนแบร์ก วันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1933 คณะรัฐมนตรีชุดใหม่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งระหว่างพิธีการที่กระชับและเรียบง่ายในสำนักงานของฮินเดนบูร์ก NSDAP นั่งเก้าอี้สามจากสิบเอ็ดตำแหน่ง ฮิตเลอร์เป็นนายกรัฐมนตรี แฮร์มันน์ เกอริงเป็นรัฐมนตรีลอย และวิลเฮล์ม ฟริคเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย[145] https://th.wikipedia.org/wiki/อดอล์....E0.B8.AD.E0.B8.B3.E0.B8.99.E0.B8.B2.E0.B8.88 ฮิตเลอร์ เลือกตั้งได้ อันดับสอง นะครับ ใครพูดหว่า อ่อ อย่าลืมนะ ฮินเดนเบิร์กเป็นประธานาธิบดีและตั้งฮิตเลอร์เป็นนายกรัฐมนตรี
อันนี้ไม่เหมือนครับ เพราะ สภาไทยไม่ฟังเสียงฝ่ายค้านครับ กรั๊กๆๆๆ คุ้นๆเหมือนกับพวกแก็งเผาไทยเคยขวางการประชุมสภาตอนปี 53 หรือเปล่าครับ
ถ้าความเหมือน สลิ่มเหมือน ฮิตเลอร์ มากกว่า เพราะฮิตเลอร์ ไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่ขึ้นสู่อำนาจ ด้วยวิธี สกปรก กับกระบอกปืน เห็็นใหมว่าการเลือกตั้ง ก็กรองคนได้จริง ระดับนึงทีเดียว แล้ว สลิ่มละ จะเอาอย่างไร กับวิธีการได้มาซึ่งผู้นำ ค่ะ บอกหน่อย เราก็ตอบไปแล้ว สลิ่มละ หรือแบะๆ ตามเคย