ผมไม่เห็นด้วยนะ คือนักการเมืองหญิงของเรา ก็ใช่ว่าจะไม่มีซะหน่อย ถ้ากฎหมายมันบังคับ แล้วพรรคดันไม่มีตัวเลือก ไปเลือกพวกผู้หญิงที่ไม่ได้มีความรู้สามารถทางการเมืองน้อยมาจะทำยังไง แค่เป็นผู้หญิง ก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีความสามารถมากกว่าผู้ชาย ตัวอย่างก็มีให้เห็น ยังไม่เข็ดอีกเหรอ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าใคร ข้อนี้ไม่ได้เป็นตัวอย่างว่า นักการเมืิองผู้หญิงมันโง่หรอกนะครับ แต่เป็นตัวอย่างของการนำคนไร้คุณภาพเข้ามาสู่การเมือง แล้วมันสร้างความฉิบหายได้เพียงใด พูดตรงๆนะครับ แต้มต่อแบบนี้ มันไม่เป็นธรรมกับผู้ชายมากกว่าครับ อยู่ดีๆไปกันที่นั่งให้ผู้หญิงเฉยๆ ไม่ต้องวัดด้วยความสามารถอะไรเลย ประชาชนเลือกผู้แทน ตอนเลืิอกตั้ง ประชาชาชนเขาก็ไม่ได้เลือกว่าเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง และก่อนจะลงเลือกตั้ง ก็ใช่ว่าจะต้องขึ้นเวทีต่อยกันซะเมื่อไร ถึงผู้ชายจะได้เปรียบ ผู้หญิงต้องการความเท่าเทียมไม่ใช่เหรอครับ เท่าเทียมในมิติของท่านคืออะไร ถ้าผู้ชายทำข้อสอบได้ 8 คะแนน ผู้หญิงทำได้ 7 คะแนน เพื่อความเท่าเทียมต้อง +1 คะแนน ให้ผู้หญิงเหรอครับ และมันจะยุติธรรมมั้ย ผมไม่ค่อยอยากพูดประเด็นนี้เลย พูดทีไร เหมือนพวกเหยีดเพศ แต่ผมว่าบางทีเขาก็เรียกร้องมากเกินไปครับ
พวกนักสิทธิสตรีความคิดไดโนเสาร์แบบนี้น่ารังเกียจสุดๆ นี่มันยุคใหนแล้ว ถ้าเป็นงานที่ไม่ต้องใช้สมรรถภาพของร่างกายเดี๋ยวนี้เขาก็วัดกันที่ความสามารถแล้วไม่ใช่ดูที่เพศ จริงๆในสังคมเราอาจจะยังมีสิ่งที่ผู้หญิงยังไม่เท่าเทียมบ้าง ป้าก็ควรจะไปปรับปรุงเรืองพวกนั้น ไม่ใช่จะเยอะแบบโง่ๆไปซะทุกเรื่องโดยไม่จำเป็น คนแบบนี้ลาออกไปก็ดีแล้วครับ อยู่ที่ใหนก็มีแต่สร้างปัญหา
กฏหมายเปิดช่องไว้แล้ว ที่เหลือผู้หญิงต้องออกแรงทำเองครับ ถ้าไปเรียกร้องเอาสัดส่วนอย่างนั้นหากบุคคลากรที่มีคุณภาพมีจำนวนไม่พอ พรรคการเมืองอาจใช้วิธีแบบไทยๆไปจ้างพวกสวยใสไร้สมองดูแต่ละครหลังข่าวมาลงสมัครให้ครบ แล้วมันจะไม่ยุ่งตาย....หรือครับ เคยมีสวยไม่ใสและไร้สมองเป็นตัวอย่างคนหนึ่งแล้ว ยังเจ็บถึงเดี๋ยวนี้เลย
ผมว่าวาทกรรมสัดส่วนเพศในตรงโน้น ในตรงนี้จนลืมคิดถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลักไปหรือเปล่า เพศสภาพอาจจะเป็นข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคือทั้งหมด หากจะเอาเพศสภาพมาอ้างแต่สร้างปัญหาอื่น ตามขึ้นมา ผู้เรียกร้องรับผิดชอบไหม เช่นผู้หญิงลาดคลอดบุตรได้ 3 เดือนตามกฏหมาย แต่ไม่สามารถหยุดงาน ไว้ได้ 3 เดือนช่วงที่หยุด เป็นต้น อย่างในกรณี สส ผมชื่นชมผู้หญิงหลายท่านที่ทำงานที่ผลงาน การจัดทำระบบ ต่อแต้มเพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน มีผลดีกับสภา หรือ ประเทศชาติหรือไม่ ในเมื่อผมคิดว่า ระบบนี้ จำเป็นต้อง ได้บุคคลคุณภาพเพื่อเป็นตัวแทนคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ใช่บางกลุ่ม
สิทธิ์ที่เท่าเทียมกันคือ"เป็นได้" ส่วนจะ"ได้เป็น"หรือเปล่า ต้องปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติของมัน ไม่ใช่เอาระเบียบไปบีบว่าต้องได้ ทุกวันนี้ผู้หญิง+กระเทย ก็ครองโลกอยู่แล้ว
เมื่อเป็นกฎหมายแล้วมีสภาพ เป็นบังคับ นะครับ จำเป็นด้วยหรือครับ ที่ต้องต่อสู้ ในสิ่งซึ่งมันมีอยู่แล้ว บางทีผู้หญิง ส่วนมากที่เก่งๆเขาก็ไม่นิยมเล่นการเมืองหรอกครับ ผู้หญิงเป็นเพศ ที่ อ่อนหวาน นุ่มนวล พอมาเจอการเมืองที่เข้มข้น ตึงเครียด พอวันข้างหน้า จะโทษว่า ออกกฎหมายมาบังคับผู้หญิง ให้เล่นการเมืองอย่างนั้นหรือครับ เป็นแค่ข้ออ้าง ขนาดตัวคุณ ทิชาเอง ยังรับไม่ได้ ทนไม่ไหว กับการเมืองที่ใช้ทุกรูปแแบบ ถ้าคุณต่อสู้จริง ทำเพื่อผู้หญิงจริง คุณจะลาออก มาทำเกลืออันใดไม่ทราบ การต่อสู้โดยสิ่งที่มันมีอยู่แล้ว อ้างความงี่เง่า โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ ของชาติเป็นหลัก ข้ออ้างห่วยๆ
ที่คุณเธอกำลังเรียกร้องมันไม่ใช่สิทธิหรอกครับ แต่มันคือการกำหนดโควต้าโดยไม่ต้องคำนึงถึงความสามารถ ไม่ต้องมีการแข่งขันกันทำงานแค่เป็นผู้หญิงก็มีจองเก้าอี้ทางการเมืองไว้ให้แล้ว มันใช่หรือครับ พอไม่ได้อย่างที่ต้องการก็ลาออก วุฒิภาวะแบบนี้หรือครับผู้หญิงที่คุณจะจองเก้าอี้ไว้ให้เล่นการเมือง
เป็นความคิดของสตรีบางคนครับ คิดว่าความเป็นสตรีคือปมด้อยของตัวเองหรือไงกัน เวลาเสียผลประโยชน์ก็เรียกร้องความเท่าเทียม เวลาได้ประโยชน์ก็บอกว่าให้เกียรติสตรี เวลาด่าคนอื่นก็บอกเสรีภาพในการพูด เวลาโดนด่าก็บอกรังแกเพศแม่...
ทำไมผู้ชายจะถูกผู้หญิงข่มขืนบ้างไม่ได้??? http://www.dailynews.co.th/Content/Article/303619/ความอัดอั้น...เมื่อผู้ชายถูกข่มขืน
สำหรับงานการเมือง สำคัญที่กึ๋น ความรู้ ความสามารถ ไม่ใช่สัดส่วนว่าเพศไหนจะมากน้อยกว่ากันในพรรคหรือในสภา พื้นที่การเมืองสำหรับเพศหญิงมันมีอยู่ตั้งนานแล้วครับ
ปู จิตกร บุษบา ถ้าเปลี่ยนจากเรียกร้องสิทธิสตรี เป็นเรียกร้องสิทธิให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ (ชาวเขา ชาวมอญ ชาวเล ชาวกะเหรี่ยง ฯลฯ) ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม (คนยากจน คนไม่มีที่ดินทำกิน คนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐ คนที่สู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมคุกคามชุมชน แรงงานนอกระบบ ลูกจ้างชั่วคราว) ข้าพเจ้าจะเห็นด้วยมากกว่ามาวุ่นวายว่าแกผู้ชาย ฉันผู้หญิง นั่นอีตุ๊ด โน่นอีทอม ---บ้าบอแท้ เรื่องแค่นี้!!
ยิ่งเขียน ยิ่งเรียกร้อง ... ยิ่งตอกย้ำความไม่เท่าเทียมกัน อย่าฝืนธรรมชาติเลย ดีกว่านะครับ เมืองไทยทุกวันนี้ ภาครัฐให้ สิทธิ์แด่ ผู้หญิง เท่าเทียม ผู้ชาย และ ได้มากกว่าหลายๆประเทศ อีกด้วยซ้ำ (ในภาคเอกชน ยังมีอยู่บ้าง ที่ให้สิทธิ์ไม่เท่ากัน ที่เขียนระบุ เพศไว้เลย) แต่ถ้าถามผมว่า ทำไมแผนกนี้ มีแต่ผู้ชาย อันนี้ก็ต้องดูด้วยว่าเขาเขียนห้ามไว้หรือเปล่า ส่วนใหญ่ เขาไม่ได้เขียนห้ามหรอก แต่ไม่มีผู้หญิงมาสมัคร หรือหัวหน้างาน พิจารณาดูแล้ว ไม่ผ่านการคัดเลือก มันอยู่ที่ แต่ละคน จะเลือกใช้สิทธิ์นั้น หรือไม่ เพราะเราทุกคน มีสิทธิ์ เลือก เท่าเทียมกัน ในตัวอยู่แล้ว ยิ่งเขียนยิ่งผูกมัด เหมือนบังคับให้ ผู้หญิงต้องมาใช้สิทธิ์ ให้ครบตามที่กำหนดไว้เลยนะ
ผมว่าคุณทิชาใช้วิธีรณรงค์ ให้ผู้หญิงเข้าสู่การเมือง ดีกว่าที่ออกมาเป็นกฏหมาย กฏกติกาบางอย่างทำแล้วสร้างปัญหา มากกว่าแก้ปัญหา เพราะประชาชนเดี๋ยวนี้ มีมากกว่าสองเพศ เดี๋ยวก็ต้องมาตีความกันอีก ว่าตุ๊ด แต๋ว กระเทย พวกแปลงเพศฯลฯ เป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย ก่อนคิดที่จะกำหนดเป็นกฏหมายตายตัว ผมว่าน่าจะคิดให้รอบคอบกว่านี้นะครับ
ต้องเป็นสตรีอย่างนี้ใช่ไหม ถึงจะถูกใจป้าทิชาเขานะ ผมว่านะ ป้าแกเป็นพวกโลกสวยเอามากๆ โดยไม่ดู โลกของความเป็นจริงและกฎธรรมชาติเอาเสียเลย
ใครเค้ากีดกันไม่ให้มีเพศหญิงได้รับเลือกตั้ง ลงสมัคร สอสอ สอวอ ฯลฯ เหรอครับ ถึงจะต้องมาเรียกร้องให้ตราเป็นกฎฯ ตลกดี ถ้าความคิดแคบ ตื้นเขิน ไม่ได้ดังใจตนเองแล้วออกมาร้องแบบนี้ ผมว่าไม่เหมาะที่จะทำงานระดับชาตินะครับ เลี้ยงหลานอยู่บ้านดีกว่ามั้ย ขอโทษที่แรงไปหน่อย พอดีอ่านข่าวผ่านตา แต่ได้ฟังสดวันนี้ รับไม่ได้ ดีแล้วที่ลาออกครับ
ส.ส.หญิงที่คุณภาพดีเยี่ยม ไปถึงระดับ รมต. หรือ รมช. มีน้อย ..ถึงน้อยมากๆ ทั้งที่ CEO ก็ผู้หญิงหลายคน แต่เรื่องการเมืองมีแต่ป้าๆ ออกแนวงมงายกะเรื่องความเชื่อสะเยอะด้วย