คดีนี้ ประเด็นต่อสู้ มันอยู่ที่คำว่า"หน่วยงานของรัฐ" ถึงแม้ ในการตัดสิน ศาลไม่ได้อ้างอิง พรบ. ธปท 2485. ก็ตาม แต่ ถ้าหาก ไม่แก้ใขเพิ่มเติมข้อความเข้าไป และอีกฝ่ายยกมาเป็นข้อต่อสู้ คำตัดสินอาจเปลี่ยนไปก็ได้ เป็นการแก้ไขเพื่อปิดช่องโหว่ในข้อกฎหมาย
ผมว่าคุณรู้นะ ว่าศาลอ้างอิง พรบ. ฉบับไหน ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นของผมคือ การแก้ พรบ. ธปท 2485 เพิ่มข้อความเข้าไป เป็นการจงใจ เพื่อไม่ให้ จำเลยยกมาเป็นข้อต่อสู้ ในแง่ข้อกฎหมาย ถ้าผมจะกล่าวหาว่า รวมหัวกันเพื่อเอาผิดให้ได้ ผมก็มีสิทธิ์คิด
ผมจะมีความสามารถไปช่วยใครได้ ก็เพียงแต่แสดง คคห. อีกมุมมองหนึ่งที่ ต่างไปจากพวกคุณคิด ในมุมมองของผม เท่าที่แสดงได้ ก็เท่านั้น แดกดันเก่งจริงๆ
เป็นอะไรครับ ไม่ขำใช่ไหมครับ ถ้าโดนกับตัวเอง คุณกับเจ้าพระยาก็เหมือนกันละครับ เข้ามาหวังด่า ดูถูก แดกดันคนอื่น พอโดนกับตัวกลับยอมรับไม่ได้ เจตนาพวกคุณเป็นยังไง คิดว่าคนอื่นไม่รู้หรือไง ช่วยไม่ได้หรือไม่อยากช่วย เห็นพูดแก้ตัวให้แม้วตลอด ทั้งที่หนีคดีไปต่างประเทศสบายแล้ว แต่คนเสื้อแดงติดคุกไม่สบายและหมดอนาคต แต่ไม่เห็นพวกคุณจะพูดอะไรเป็นปากเป็นเสียงไปถึงพวกแกนนำที่ทอดทิ้งพวกเขาเลย รำคาญพวกแดงปลอมเป็นบ้า
ผมยกคำสั่งศาลปกครอง คําสั่งที่ ๕๘๕ /๒๕๔๖ วันที่ ๗ เดือน ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ มาอ้างอิงแล้วกันครับ ก่อนหน้านี้ศาลก็เคยวินิจฉัยมาแล้วว่า ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะหแลวเห็นวา ธนาคารแหงประเทศไทยเปนรัฐวิสาหกิจ ที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติธนาคารแหงประเทศไทยพุทธศักราช๒๔๘๕จึงเปนหนวยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ผูถูกฟองคดีซ ึ่งเปนผูบริหารของธนาคารแหงประเทศไทยจึงมีฐานะเปนเจาหนาท ี่ ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน http://court.admincourt.go.th/ordered/Attach/46_pdf/s46-0585-o01.pdf
คุณเอาคำสั่งศาลปกครอง ที่ศาลเห็นวา ธนาคารแหงประเทศไทยเปนรัฐวิสาหกิจ มาอ้างอิง แต่ผมเอาพระราชบัญญัติ ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ที่เป็นลายลักษณ์อักษรเขียนไว้ชัดเจน ว่า.... มาตรา 6 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล มาอ้างอิง http://www.baanjomyut.com/library/law/225.html มาตรา 5 ให้จัดตั้งธนาคารกลางขึ้น เรียกว่า ธนาคารแห่ง ประเทศไทย เพื่อรับมอบการออกธนบัตรจากกระทรวงการคลัง และประกอบ ธุรกิจอันพึงเป็นงานธนาคารกลางตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้และพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 6 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล มาตรา 7 ให้กำหนดทุนประเดิมของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็น จำนวนยี่สิบล้านบาท และธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้รับเงินจำนวนนี้จากรัฐเป็น การอุดหนุน มาตรา 8 ทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น จะเพิ่มหรือลดก็ได้ โดยอนุมัติของรัฐบาล แต่จำนวนทุนทั้งสิ้นไม่ว่าในขณะใดต้องไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาท
เอามาตรา 14 มาด้วยดิ่... มาตรา 14 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการ ของธนาคารแห่งประเทศไทย
ศาลแพ่งก็วินิจฉัยว่า... วันนี้ (31 พ.ค.) ที่ศาลแพ่ง รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และกองทุนรักษาระดับเงินตรา ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ฟ้อง นายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นจำเลยฐานละเมิดเรียกค่าเสียหาย 186,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ปรากฏว่าศาลสืบพยานโจทก์ 12 ปาก ส่งเอกสาร 166 ฉบับ ฝ่ายจำเลยนำสืบ 10 ปากส่งเอกสาร 112 ฉบับ จึงมีคำพิพากษา ทั้งนี้ ฝ่ายนายเริงชัยไม่มาศาลแต่ส่งนายนพดล หลาวทอง ทนายความมาแทน ฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงมีพนักงานอัยการสำนักงานคดีแพ่งเป็นทนายความให้ ... ศาลรับฟ้องพยานหลักฐานโจทก์จำเลยหักล้างกันแล้วพิเคราะห์ว่า ประเด็นที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ทั้งสองเป็นรัฐวิสาหกิจ... http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9480000072268
ต้องดู มาตรา 3 มาตรา 4 แล้วจะเข้าใจ มาตรา 14 มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ "ผู้ว่าการ" หมายความว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย "รองผู้ว่าการ" หมายความว่า รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทย "ธนาคาร" หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลที่ใช้ชื่อหรือคำแสดง ชื่อว่า ธนาคาร หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเดียวกัน และบริษัทจำกัดที่รับฝากเงิน ที่ถอนคืนได้โดยใช้เช็ค ดราฟต์ หรือหนังสือสั่ง มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้
ศาลปกครองก็แล้ว... ศาลแพ่งก็แล้ว... งั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาล่ะว่าไง เรื่องการพิจารณาสถานภาพของธนาคารแห่งประเทศไทยและกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เมื่อปี 2543 http://www.pdmo.go.th/upload/law_pdf/law_01042013143033.pdf
คุณ hid พยายามยก คำสั่งศาลแพ่ง ศาลปครอง กฤษฎีกา มาอ้างอิง เพื่อแสดงให้เห็นว่า ธปท . เป็น รัฐวิสาหกิจ ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ ขอบคุณในความมีเหตุมีผล แต่รู้มั๊ยครับ ตอนนี้ ธปท .ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้วนะครับ แต่ถูกระบุให้เป็นหน่วยงานของรัฐตรงๆ ในการแก้ไข พรบ. ธปท. เมือ ปี 51 ตามนี้ครับ มาตรา ๕ ให้มีธนาคารกลางเรียกว่า “ธนาคารแห่งประเทศไทย” เรียกโดยย่อ ว่า “ธปท.” ให้ ธปท. เป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น ผมก็งงเหมือนกัน ปี 2485 ให้เป็นนิติบุคคล ปีต่อๆมา พยายามตีความให้เป็น รัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เข้าข่าย หน่วยงานของรัฐ แต่พอปี 51 ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจซะแล้ว กลายเป็นหน่วยงานของรัฐตรงๆเลย ไม่ได้โต้แย้งอะไรนะครับ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตุเฉยๆ
แล้วตกลง ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานของรัฐตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ? จะเป็นรัฐวิสาหกิจ นิติบุคคล ส่วนราชการหรือไม่ก็ตาม นิติบุคคล เป็นหน่วยงานของรัฐไม่ได้หรอครับ? ผมยกเหตุการณ์คดีความ การตีความสถานภาพที่ผ่านมาก่อนปี 51 เพื่อให้เห็นว่าต่อให้ไม่มีการแก้ไขในส่วนนั้น ธปท ก็ถูกตีความเป็นหน่วยงานรัฐอยู่ดี
https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/About_FIDF/Pages/History.aspx รัฐบาลมีตำแหน่งในคณะกรรมการจัดการกองทุน... ทั้งโดยตำแหน่ง และการแต่งตั้ง กองทุนฯ บริหารงานโดยคณะกรรมการจัดการกองทุน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธาน และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานโดยตำแหน่ง และมีกรรมการอื่นแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 9 คน ปัจจุบันคณะกรรมการจัดการกองทุนมีกรรมการทั้งสิ้น 11 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย 4 คน กระทรวงการคลัง 3 คน สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกแห่งละ 1 คน โดยมีผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย ดำรงตำแหน่งกรรมการจัดการกองทุน เลขานุการคณะกรรมการจัดการกองทุน และผู้จัดการกองทุนด้่วย
การตีความ ผู้พิพากษาเป็นผู้ตีความ แต่ก็ต้องตีความตามข้อความในกฎหมาย ซึ่งในแต่ละคดี แต่ละท่าน ก็ตีความไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละท่านและการต่อสู้ทางข้อกฎหมาย ของอีกฝั่งด้วย ผมมองว่า การแก้ พรบ.ธปท. 2485 เป็นการปิดโอกาสการต่อสู้ ในแง่ข้อกฎหมาย ของจำเลย ผมมองไปที่โอกาสการสู้คดีครับ
ไม่ได้ปิดเลยครับ เพราะศาลไม่ได้นำมาใช้ในการพิจารณาคดีเลยสักนิดครับเหตุผลก็บอกอยู่ในคำพิพากษาชัดเจนครับ
ก็ถูกไงครับ ศาลไม่ได้กล่าวถึง เพราะจำเลยไม่ได้ยกขึ้นมาต่อสู้ มันยกขึ้นมาสู้ไม่ได้ ก็เพราะไปแก้ ว่าให้เป็น"หน่วยงานของรัฐ " ชัดเจนขนาดนั้น หมดโอกาส ต่อสู้เลย โอ เค นะครับ
ทำไมไม่ยกฉบับเดิมขึ้นมาสู้ล่ะครับ? เหตุเกิดขณะที่ฉบับเดิมบังคับใช้อยู่ทำไมไม่เอาขึ้นมาสู้ครับ? หรืออ้างอิง? แล้วถ้ายกขึ้นมาสู้แล้วศาลจะตีความเปลี่ยนไป? เอาอะไรมาอ้างอิงครับนอกจากความคิดอะมะตะเอง แล้วทำไมไอ้ฉบับเดิมก่อนแก้ ที่ผ่านมาก็ตีความ ธปท เป็นหน่วยงานของรัฐกันหมด โดยที่ไม่มีส่วนแก้ไขนี้? ไม่มีใครโต้แย้งกรณีนี้ด้วย คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ตีความไว้ให้แล้วตั้งแต่ปี 2543
แหม่ ตัวเองไม่เคยนะครับ โดนเฉพาะ ไอ้เจ้าพระยาควายขี้แพ้ ประจำ สักพักเถียงไม่ได้เราจะเห็นรูปตอแหลตุ้ดแตกนะครับ เหมือนที่อะมะตะเคยโดนผมซัดไปคราวนู้น จำได้มั้ยครับ ว่าแต่ไอ้ควายขี้แพ้กำลังจนมุม ไปช่วยหน่อยมั้ยครับ
ทำไมครับโดนแดกดันบ้างกรี้ดเป็นตุ้ดเลยเหรอครับ ผมแนะให้ไปอ่านคำพิพากษานะครับ คิดวิเคราะห์แบบไม่เข้าข้างตัวเองนะครับ หรือไม่ก็เลิกฟังขี้ปากคนอื่นมาพ่นนะครัย
ผมว่าทักษิณน่าจะกลับมาสู้คดีนะครับ แล้วให้นายเวร และอะมะตะ มาเป็นทนายความแก้ต่างให้ ก็ชนะคดีแล้ว เขาเหล่านี้มีข้อมูล และหลักฐานที่ชัดเจนนะครับ ทำไมทักษิณโง่จังเลย ใช้คนไม่เหมาะกับงาน หนีไปทำไมก็ไม่รู้ แล้วก็มาบ่นว่าคิดถึงเมืองไทย 55555
นิติบุคคลมันไม่เกี่ยวว่าเป็นหน่วยงานรัฐหรือไม่หรอกครับ พวกกระทรวง กรม มันก็เป็นนิติบุคคลครับ คงไม่มีใครบอกนะว่ากระทรวง กรมไม่ใช่หน่วยงานรัฐเพราะเป็นนิติบุคคล
ไม่เข้าใจครับ ช่องว่าง ช่องโหว่ แก้กฎหมายย้อนหลัง อะไรแบบนี้งง นะ เอาง่ายๆ ทักษิณ เป็นนายกสมัย นั้น แต่เป็นเทพเจ้าของเสื้อแดง จึงไม่สามารถเอาผิดได้
ท่าน Hiddenman ความอดทนสูงจริงๆครับ นับถือๆ ขนาดควายมันบอกออกมากลายๆว่า "ผมก็มีสิทธ์คิด" ซึ่งแปลได้ว่า ไม่ว่าจะอย่างไร กรูก็ยังจะเชื่อของกรูอย่างนี้ ท่าน Hiddenman ก็ยังไม่หน่ายสีซอ สุดยอดครับ
ผมไม่คิดโต้ตอบไอ้พวกควายแดงแล้วครับ นอกจากด่า พิมพ์อธิบายไปก็เท่านั้น มันตั้งธงป่วนอยู่แล้ว เหมือนเป่าปี่ใส่หูควายก็เท่านั้น สุดท้ายก็เหมือนที่ไอ้เหลิมพูดไว้ "ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม" สรุปทักษิณไม่ผิด (ส้นติง)