'ยิ่งลักษณ์' ทำบุญขอนแก่น พบชาวบ้าน ทหารยึดปฏิทินรูปคู่ 'แม้ว' "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกฯ นำทีมอดีต ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านที่ อ.บ้านไผ่ โดยมีเจ้าหน้าที่ กกล.รส.จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่สังเกตการณ์ และยึดปฏิทินที่มีรูปคู่อดีตนายกรัฐมนตรีเอาไว้ด้วย เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ม.ค.59 ที่ตลาดสดในเขตเทศบาลบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในเขต จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน และร่วมรับประทานอาหารเช้า ไข่กระทะ กาแฟโบราณ จากนั้นเดินทางไปที่วัดบูรณสิทธิ์ (พระเจ้าใหญ่ผือบัง) บ้านหนองร้านหญ้า ตำบลหัวหนอง ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้านไผ่ โดยพระอธิการบุญธรรม กัลยาณธรรมโม เจ้าอาวาสวัดได้มอบ พระพุทธรูป และพระยอดธงให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมทั้งอวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ส่วนบรรยากาศการลงพื้นที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ครั้งนี้ ทั้งที่ตลาดสดและที่วัด มีประชาชนที่ทราบข่าวมาให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง มอบดอกกุหลาบสีแดง ผูกผ้าขาวม้า และรับปฏิทินสวัสดีปีใหม่ที่มีรูปคู่ของอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ และนส.ยิ่งลักษณ์ ที่มอบเป็นของขวัญปีใหม่ด้วย ขณะที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น ได้ทำการตรวจยึดแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า "พวกเรารักนายกฯยิ่งลักษณ์ เรายังรอท่าน" รวมไปถึงปฏิทินปีใหม่ 2559 ที่มีภาพของอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองคน ไว้กว่า 10 ชุด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยรักษาความปลอดภัยตลอดเวลาอีกด้วย และในช่วงบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ จะลงพื้นที่ อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น เพื่อร่วมพิธีเททอง ฝังลูกนิมิตที่ วัดโพธิ์ชัย บ้านกระนวน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น http://www.thairath.co.th/content/557908 ************************************************************* "ภัยต่อความมั่นคง" บรรทัดไหนในข่าวมันเขียนไว้เหรอ ??? มโนเพ้อเจ้อขึ้นมาเองหรือไง ซู้ด...อ้า
ปฏิทินพ่นพิษเรียก2แกนนำแดงขอนแก่นเข้าค่ายทหาร ล่าป้าวาส ไม้ขอนชู3นิ้วรับ′ปู′ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มกราคม ที่เรือนรับรอง มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น พ.อ.สมชาย ครรภาฉาย รอง ผบ.มทบ.23 พร้อมด้วย พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฎิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น และ นายสัมภาษณ์ ศรีหงส์ ป้องกันจังหวัดขอนแก่น ได้ทำการเรียกตัวนางปิญฉาย นาชัย ประธานกลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน และ นางอรทัย โพธิ์ศรี แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น มารายงานตัวและปรับทัศนคติ หลังร่วมกันแจกจ่ายปฎิทินปีใหม่ ที่มีภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งการออกมาเคลื่อนไหวในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ อดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย พบปะประชาชนและทำบุญเนื่องในเทศกาลปีใหม่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยใช้เวลาในการพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยไม่ยอมให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังแต่อย่างใด นางปิญฉาย กล่าวว่า การหารือดังกล่าวไม่ได้มีความเคร่งเครียดเนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายที่มีการติดต่อประสานงานกันเรื่อยมาในการเข้าหารือวันนี้นอกจากการที่กำลังทหารจะขอบคุณที่ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงหรือเหตุการณ์ใดๆในพื้นที่ที่ขัดคำสั่งของคสช.ในการที่กลุ่มมวลชนมาร่วมกิจกรรมหรือให้การต้อนรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมไปถึงอดีตรัฐมนตรีและอดีตส.ส.ในสังกัดพรรคเพื่อไทย ที่ลงพื้นที่พบปะประชาชนและร่วมทำบุญในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอยู่ในกรอบคำสั่งของ คสช.อย่างเข้มงวดแต่มีประเด็นที่ต้องหารือคือการแจกจ่ายปฎิทินปีใหม่ 2559 ที่มีภาพของอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนในหน้าปก ซึ่งโดยส่วนตัวได้รับการแจกจ่ายจากอดีต ส.ส.มา 20 ชุดเท่านั้นและมีการแจกจ่ายให้กับผู้ที่มีความสนิทสนมกันไปหมดแล้ว และยังคงมีผู้ที่ไม่ได้รับอีกจำนวนมาก นางปิญฉายกล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวมองว่าปฎิทินดังกล่าวเป็นการมอบของขวัญให้กันตามปกติในช่วงเทศกาลปีใหม่และปฎิทินก็เป็นของขวัญที่ทุกหน่วยงานได้ให้กันอยู่แล้วซึ่งก็ไม่ทราบว่าผิดระเบียบหรือขัดต่อคำสั่งของคสช.แต่อย่างใดแต่เมื่อทางฝ่ายทหารแจ้งมาเราก็พร้อมที่จะปฎิบัติตามและแจ้งเตือนไปยังญาติพี่น้องหรือผู้ที่ได้รับแจกจ่ายจากอดีตส.ส.ว่าให้ระมัดระวังในการแจกจ่ายปฎิทินด้วย ด้านพ.อ.สมชายรองผบ.มทบ.23กล่าวว่าการแจกจ่ายปฎิทินปีใหม่นั้นไม่ผิด แต่ที่ตรวจพบ และเชิญมารายงานตัว เพราะจากการจัดส่งเจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวในช่วงที่อดีตนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น นั้นพบว่ามีการแจกจ่ายในพื้นที่โล่งและในเขตชุมชน ซึ่งถือเป็นการเข้าข่ายของการหวังผลทางการเมืองที่ชัดเจน และขัดต่อคำสั่งของ คสช.ซึ่งชุดปฎิบัติการของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่นได้ทำการตรวจยึดปฎิทินที่มีการลงนามโดยอดีตนายกรัฐมนตรีมาได้ทั้งหมด11ชุดและป้ายข้อความต้อนรับอีก1แผ่น ซึ่งตรวจยึดได้ในเขต อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ดังนั้นหากการแจกจ่ายในที่ลับหรือในบ้านและไม่กระทำการที่เปิดเผยก็ไม่ได้ผิดอะไรแต่ห้ามแจกจ่ายในสถานที่ราชการหรือสถานที่ของรัฐหรือในการประชุมสัมมนาหรือการชุมนุมต่างๆที่ขัดต่อคำสั่งของคสช. กำลังทหารในพื้นที่จะทำการตรวจสอบความเคลื่อนไหวและตรวจยึดอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ขณะที่พ.ท.พิทักษ์พลชูศรี หัวหน้าชุดปฎิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น (กกล.รส.ขอนแก่น) กล่าวว่า ในช่วงของการลงพื้นที่ของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ จ.ขอนแก่น พบว่ามีกลุ่มมวลชนไปให้การต้อนรับและร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.อย่างมากและจากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดและจากการตรวจสอบภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปรักษาการและติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีพบว่าแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นที่รู้จักกันของกลุ่มการเมืองในฝั่งของพรรคเพื่อไทยและนปช.ที่เรียกว่า“ป้าวาสไม้ขอน”มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชู3 นิ้ว ต่อต้านรัฐบาลและ คสช.ในขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีเที่ยวชมความสวยงามของงานมหัศจรรย์พรรณไม้นานาชาติที่ บึงทุ่งสร้าง เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวได้ทำการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวเพื่อสืบค้นชื่อและนามสกุล รวมไปถึงที่อยู่ในภาพรวมทั้งหมด เพื่อเรียกมารายงานตัวและรับทราบข้อกล่าวหาเพราะถือเป็นการขัดคำสั่งของ คสช.ที่ชัดเจนอีกด้วย http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1451981637 ******************************************* ข่าวจากมติชนนี้ก็บอกตรงๆ เลยว่าจับเพราะมีการเคลื่อนไหวหวังผลการเมือง ซึ่งขัดคำสั่ง คสช. ที่ได้ประกาศไปแล้ว "ภัยต่อความมั่นคง" นี่มันมาจากถุงนี้แน่ๆ ซู๊ด...อ้า
แล้วใครบอกว่าปฏิทินโป๊เป็นสิ่งดีงามเหรอ ว่าแต่ถ้าเมียคุณยังเก็บรูปผัวเก่าไว้ วันดีคืนดีก็เอามาดูพลางพร่ำพูดถึงความดีของเขา คุณคิดว่าจะมีความสงบสุขในบ้านไหม
มท.1 ก็บอกอยู่ว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ลุงตู่ก็บอกว่าไม่ได้ห้ามแจก ไม่ได้บอกว่าด้วยถูกหรือผิด แต่ถามแค่ว่ามันเหมาะสมหรือเปล่า แล้วไอ้คำว่า "ภัยต่อความมั่นคง" นี่มันมาจากไหนนะ ซู๊ด...อ้า
ที่เขาห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง ห้ามเคลื่อนไหวใดๆ ก็มักจะอ้างมันส่งผลกระทบต่อความมั่นคง แจกปฏิทินเขาบอกเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง มันก็ต้องส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เขาถึงห้ามแจก
มิน่าละ เจ้าพระยาใจดำนิสัยถึงทำตกต่ำเป็นคนถ่อยอย่างนี้ มั่นใจคนไทยเกินหนึ่งล้านคน!! ต้องการเห็นสองคนนี้โคจรมาพบกัน ..? ร่วมภาคภูมิใจกับคนไทย ที่เป็น 1 ใน 26 นักข่าวจากทั่วทุกมุมโลก ไม่มีใครพูด แปลว่าเจ้าพระยาใจดำหื่นเอง คิดแต่เรื่องใต้สะดือ น่าอายจังสำหรับคนที่อ้างว่าตัวเองฉลาดและคุณธรรมสูง น่าอายจัง
น่าจะให้มันแจกไปเถอะ อยากให้มันแขวนประกาศกันไปเลยยิ่งดี ยิ่งร้านค้า ให้แขวนกันไปเลย จะได้ไม่ต้องเปลืองตังค์ซื้อของร้านมัน ผมล่ะชอบเลย เคยไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านนึง กินๆ อยู่ มองไปเห็นรูปเจ้าของร้าน ถ่ายคู่กับอีปู ก็ไม่กินร้านมันอีกเลย
อ้าว ทำไหมละครับ อ้างคนอื่นบังหน้าทำไหม ทำเป็นอีแอบมีคุณธรรม คุณเองไม่ใช่หรือครับที่ชอบเรื่องหื่นๆ ทีอย่างนี้ดัดจริตทำเป็นรับไม่ได้ นอกจากใจดำ และยังไม่ยอมรับว่าตัวเองหื่นอีก
apollo พรหลังปีใหม่ ก็ขอให้พากันฉลาดขึ้น แต่มันก็ไม่มีผลอะไรเลย เห็นได้จากยังวังวนอยู่กับวาทกรรม ไม่ผิดหนีทำไม ไม่ผิดก็กลับ ถ้าฉลาดขึ้นจะเข้าใจทำไมบางคนถึงหนี บางคนถึงไม่อยู่ต่อสู้คดี เพราะเค้าฉลาดไงเค้าถึงหนี อย่าถามโง่ๆอีกนะ ไม่ผิดหนีทำไม ไม่ผิดก็กลับ
พรหลังปีใหม่ ก็ขอให้พากันฉลาดขึ้น แต่มันก็ไม่มีผลอะไรเลย เพราะเค้าฉลาดไงเค้าถึงหนี อย่าถามโง่ๆอีกนะ ไม่ผิดหนีทำไม ไม่ผิดก็กลับ คุณน้องสาวเองบอกไม่ผิดๆ ไม่ยอมหนี หวังว่า เด๋วคงฉลาดเหมือนคุณพี่ชาย
ประเด็นคือรูปนักโทษหนีคดีไงฮะ ลุงตู่กะบอกชัดๆไปแล้ว ที่ว่ารูปโป๊ดูต่ำ นช หนีคดีอาจจะดูต่ำกว่าเสียอีกก็ได้นะ รู้สึกอีกที่จะแจกในที่ราชการ ผู้ว่าเขาเลยสั่งห้าม
แล้วไอ้คำว่า "ภัยต่อความมั่นคง" นี่มันมาจากไหนนะ ซู๊ด...อ้า ที่กระทรวงมหาดไทย - 6 ม.ค. 58 - “อนุพงษ์” ชี้แจกปฏิทิน “แม้ว-ปู” เปรียบน้ำผึ้งหยดเดียวทำชาติแตกแยกได้ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/681406 เห็นมะอนุพงษ์บอก แจกปฏิทินทำให้ชาติแตกแยก แล้วเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเปล่าล่ะ แต่เป็นภัยทำให้ผมมึนงง แจกปฏิทินทำให้ชาติแตกแยกได้ไงหว่า
ข่าวที่อ้างมานะ เคยอ่านเนื้อหามันบ้างหรือเปล่าหรือว่าอ่านแต่พาดหัวข่าวแล้วจินตนาการเอา บรรทัดไหนในข่าวที่เขียนว่าเป็น "ภัยต่อความมั่นคง" หรือ ??? วานบอก *********************************************** 'อนุพงษ์'ชี้แจกปฏิทิน 'แม้ว-ปู' เปรียบน้ำผึ้งหยดเดียว ที่กระทรวงมหาดไทย - 6 ม.ค. 58 - “อนุพงษ์” ชี้แจกปฏิทิน “แม้ว-ปู” เปรียบน้ำผึ้งหยดเดียวทำชาติแตกแยกได้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ทหารเข้าพูดคุยกับกลุ่มสตรีที่มีการแจกปฏิทินรูปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จ.ขอนแก่น ว่า เราต้องทำให้สังคมรู้จุดมุ่งหมายมีอยู่เรื่องเดียว คือ ขอให้เกิดความสงบในประเทศนี้ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งอีก ถ้าเจ้าหน้าที่เขาประเมินว่า มันเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เราก็ต้องทำ เราต้องมองว่า เขาเข้าไปดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องปฏิทิน “ ถ้าบ้านเมืองกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก เราเดินไม่ได้ ถ้ากลับไปตีกันด้วยกรณีใดกรณีหนึ่ง อย่างน้ำผึ้งหยดเดียว มันน่าจะเสียใจมากกว่า เพราะฉะนั้นอย่าให้มันเกิดดีกว่า ถ้าเกิดแล้ววุ่นวาย เศรษฐกิจเดินไม่ได้ ทุกอย่างมันกำลังจะผสานกันอยู่แล้ว ทุกคนกำลังจะลืม อย่ากลับไปเลย ถ้ากลับไปแล้วไปแตกแยกกันอีกก็คงไม่ดีกับประเทศชาติ” รมว.มหาดไทย กล่าว http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/681406 ******************************************* แล้วไอ้คำว่า "ภัยต่อความมั่นคง" นี่มันมาจากไหนนะ ซู๊ด...อ้า
หยั่งไอ้แม้ว คงไม่มีทางตายคาคุกเหมือนพวกนี้หรอกกกกกก ระดับนักการเมืองชาติชั่วติดอันดับโลกมาแร้ว ใคร ๆ ก็จับตามอง ไม่มีทางตายง่าย ๆ หรอก หรืออยากตายก็คงไม่ได้ตาย มีคนดูแลอย่างดี ไอ้ที่ไม่กลับ เพราะไม่กล้ากลับมาเองตะหาก
จะบอกว่าคนคิดเรื่องนิรโทษกรรมนี้ชั่วใช่ไหมครับ นายกฯปู แถลงนิรโทษกรรมสุดซอย คุณยิ่งลักษณ์กับปม ร่าง ก.ม. นิรโทษกรรม
ปริ้นติดข้างฝาไว้ได้เลย นะเอ็ง?? เสมา ขุนศึกรักสถาบัน ♬ > มีหรือไม่ มีติดบ้าน กันบ้างหรือไม่ ผู้นำท่านบอกว่าใช่ เรื่องอันตรายของชายปล้นชาติ เย เย เย้ เย เย... เย ให้คนไทยได้ยิน ปฏิทินของชิน ..ปล้นชาติ ♬.. .~♡のⓛⓞⓥⓔ♡ⓞⓤⓡ-ⓗⓞⓜⓔ ⓞⓤⓡ-ⓒⓞⓤⓝⓣⓡⓨ - ⓢⓣⓡⓞⓝⓖⓔⓡ-ⓣⓞⓖⓔⓣⓗⓔⓡ ♡ 。.・❀●•♪ Fuck o∩o Shinawatt 卍 ▂ ▃ ▄ ▅ .・❀ (ノ゜O゜)ノ☆
ดารา นุ่งน้อยห่มน้อยในปฏิทิน ไม่ได้ขายชาติ โกงแผ่นดิน เขาขายแค่ภาพนาแปลงน้อยกับเนินอกเล็กๆ ของเขาให้คนอื่นได้ชื่นชม ไม่ได้สร้าง ความเสียหายให้กับใคร เป็นภาพศิลปะ... ส่วนปฏิทิน นายทักษิณ ซึ่งเป็นนักโทษหนีคดี กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีคดีความในศาล ไม่ได้สร้างประโยชน์อันใด... หรือเมริง เอารูปอีนางนั่นไปทำร้ายตัวเองวะ เมริงถึงชอบนัก รสนิยมพวกเสื้อแดงนี่แปลกๆ หว่ะ
อยากรู้ก็จะบอก ไม่มีบรรทัดไหนเขียน มันเป็นภัยต่อความมั่นคง แต่มาจากที่อนุพงษ์บอกเอง มันทำให้ชาติเกิดความแตกแยก ที่ว่ามันทำให้ชาติเกิดความแตกแยก ชาติแตกแยกมันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเปล่า??? วานบอก
คนใจดำอ้างว่าเป็นเสื้อแดงไม่ใช่เหรอครับ ไม่ลองถามเสื้อแดงติดคุกมั้งละว่าอยากได้หรือเปล่า เพื่อจะว่าตัวเองจะได้รู้ว่าถูกเจ้าพระยาทิ้งเป็นปีแล้ว หรือว่าการเอาชนะเรื่องปฏิทินสำคัญกว่าการช่วยเพื่อนที่ติดคุก
สรุปไม่มีใครพูดถึง "ภัยต่อความมั่นคง" เลย แต่อ่านข่าวแล้วคิดเอาเองว่างั้น ??? และถ้าจะตีความ "ภัยต่อความมั่นคง" ให้กว้างแบบนี้ ตามนิยามของบทความนี้ http://www.geocities.ws/wichai_chucherd/securityassessment.html งั้นก็ต้องบอกว่าการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว 5 แสนล้านบาทของอีโง่ ก็คงเป็น "ภัยต่อความมั่นคง" ทางเศรษฐกิจของประเทศเช่นกัน ใช่หรือไม่ ??? วานบอก
อยากรู้ก็จะบอก ไม่มีบรรทัดไหนเขียน มันเป็นภัยต่อความมั่นคง แต่มาจากที่อนุพงษ์บอกเอง มันทำให้ชาติเกิดความแตกแยก ที่ว่ามันทำให้ชาติเกิดความแตกแยก ชาติแตกแยกมันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเปล่า??? ???วานบอก
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2495 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2495 เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดวิธีบริหารราชการบางประการไว้ ในเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และสวัสดิภาพของพลเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติว่าด้วยการ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2495" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2495/16/278/11 มีนาคม 2495] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "สถานการณ์ฉุกเฉิน" หมายความว่า สถานการณ์อันอาจเป็นภัยต่อ ความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรหรืออันอาจทำให้ประเทศตกอยู่ ในภาวะคับขัน หรือภาวะการรบหรือการสงครามตามที่จะได้มีประกาศให้ทราบ "ความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร" หมายความว่า การให้เอกราชของชาติหรือสวัสดิภาพของประชาชนอยู่ในความมั่นคงและปลอดภัย รวมตลอดถึงการที่ให้ประเทศดำรงอยู่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย "เคหสถาน" หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างรวมทั้งที่ดินในบริเวณไม่ว่า จะมีรั้วด้วยหรือไม่ก็ตาม ตลอดถึงเรือ แพซึ่งบุคคลเฉพาะตัวผู้เดียวหรือหลายคน ใช้เป็นที่อาศัยกินอยู่หลับนอน "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี"ี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 บทแห่งพระราชบัญญัตินี้จะใช้บังคับได้ต่อเมื่อได้มีประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น จะประกาศทั่วราชอาณาจักรหรือ เฉพาะในเขตท้องที่ใดก็ได้สุดแล้วแต่ความจำเป็นโดยพฤติการณ์ เมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลงแล้ว ให้ประกาศยกเลิกประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเสีย มาตรา 5 รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะประกาศห้ามมิให้บุคคลใดออกนอก เคหสถานภายในระหว่างระยะเวลาซึ่งได้ประกาศกำหนดไว้ เว้นแต่จะได้ รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ บทบัญญัติในวรรคก่อนมิให้ใช้บังคับแก่ทหารหรือตำรวจประจำการหรือ บุคคลประเภทซึ่งจะได้ยกเว้นไว้ในประกาศ มาตรา 6 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ ใด ๆ ระหว่างอาทิตย์ขึ้นถึงอาทิตย์ตก เพื่อตรวจค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย ว่ามีผู้กระทำการฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 7 บุคคลใดมีเหตุควรสงสัยว่าได้กระทำหรือพยายามจะ กระทำการใด ๆ อันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและคุมขังบุคคลนั้นไว้ เพื่อทำการสอบสวน ได้ไม่เกิน 7 วัน มาตรา 8 รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะประกาศห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือ มั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 9 รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะประกาศห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ โฆษณาหรือพิมพ์เอกสารใด ๆ ซึ่งเห็นว่าข้อความซึ่งโฆษณาหรือจะโฆษณานั้น กระทบกระเทือนถึงความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร หรือ เป็นการก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน มาตรา 10 รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะสั่งห้ามมิให้ผู้ใดออกไปนอก ราชอาณาจักร ในเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การออกไปนอกราชอาณาจักร ของบุคคลนั้นจะเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของ ประเทศ มาตรา 11 ถ้าบุคคลใดมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าได้คบคิดกับคน ในต่างประเทศเพื่อกระทำการใด ๆ อันจะเป็นการเสียหายแก่ประเทศ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ตรวจจดหมายหรือเอกสารติดต่อใด ๆ ของผู้นั้นได้ มาตรา 12 ในบริเวณหรือเขตท้องที่อันมีความสำคัญทางการรักษา ความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรหรือจุดยุทธศาสตร์ ให้รัฐมนตรี มีอำนาจประกาศห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้าไปหรืออยู่ในบริเวณหรือเขตท้องที่นั้น มาตรา 13 คนต่างด้าวคนใดกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภัยต่อ ความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ คนต่างด้าวนั้นออกไปเสียจากราชอาณาจักรได้ เมื่อรัฐมนตรีสั่งให้คนต่างด้าวคนใดออกไปจากราชอาณาจักร ให้นำ บทบัญญัติว่าด้วยการเนรเทศมาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 14 รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะประกาศห้ามมิให้คนต่างด้าว ประกอบการใด ๆ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงหรือความปลอดภัย แห่งราชอาณาจักร หรือสวัสดิภาพของประชาชนได้ มาตรา 15 ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีตามความในมาตรา 5 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 16 ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีออกตามความใน มาตรา 8 หรือมาตรา 9 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 17 ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐมนตรีตามความในมาตรา 10 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 18 คนต่างด้าวผู้ใดฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีตามความใน มาตรา 12 หรือมาตรา 14 ให้เนรเทศออกไปเสียนอกราชอาณาจักร มาตรา 19 ผู้ใดสะสมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดไว้ โดยผิดกฎหมาย ให้ลงโทษตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการนั้นเป็นทวีคูณ ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้เป็นคนต่างด้าว เมื่อพ้นโทษแล้วให้ เนรเทศออกไปเสียนอกราชอาณาจักร มาตรา 20 บรรดาประกาศที่ออกโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา มาตรา 21 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกประกาศ คำสั่ง และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี http://www.baanjomyut.com/library/law/164.html ใน พรบ. นี้มีวรรคไหนประโยคไหนที่เขียนว่า "ชาติแตกแยก" มันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเปล่า ??? วานบอก
พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=4&cad=rja&uact=8&ved=0ahUKEwiB3bS4uJjKAhURCo4KHZwWB88QFgg0MAM&url=http://www2.ocsc.go.th/sites/default/files/attachment/page/stabitity-2551.pdf&usg=AFQjCNEUm8-H7ULUXUjvatgFgysSL6X1KQ&sig2=LU9rk56ImxxuZ54IAlekKw ใน พรบ. นี้มีวรรคไหนประโยคไหนที่เขียนว่า "ชาติแตกแยก" มันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเปล่า ??? วานบอก
พอแล้ว ไม่อยากพิมพ์ให้เมื่อยมือ ตอบให้แล้ว ก็ถามกลับ ยังจะมาตอบคำถามด้วย ย้อนถามอีก ไม่อยากเสียเวลาด้วยแล้ว อยากจะคุยกับคนมีความคิดมากกว่านี้ อยากแปะอะไร คุยกับใครก็คุยก็ไปเถอะนะ บายล่ะ
คำพูดเหมือนพวกขี้แพ้ หนีความจริงเลย ถ้างั้นผมก็สรุปแล้วกันว่าเจ้าพระยาใจดำไม่มีสิทธิด่ามาร์ค เพราะตัวเองไม่สามารถบอกสถานะการเกณฑ์ทหารของตัวเองได้ คนอะไรเรื่องของตัวเองยังไม่รู้ ยังมีหน้ามาว่าตัวเองฉลาดอีก
ก็บอกไว้ตั้งแต่ความเห็นก่อนหน้านี้แล้วนี่ว่ามันขึ้นอยู่กับการตีความคำว่า "ภัยต่อความมั่นคง" ว่ามันครอบคลุมแค่ไหน ถ้าเป็นตามนิยาม "ภัยต่อความมั่นคง" ของบทความนี้ http://www.geocities.ws/wichai_chucherd/securityassessment.html สิ่งที่เรียกว่า "ชาติแตกแยก" ก็จัดเป็น "ภัยต่อความมั่นคง" เหมือนกัน แต่ถ้าพิจารณาตามกฏหมายความมั่นคงต่างๆ ของไทยทั้ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2495 http://www.baanjomyut.com/library/law/164.html พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=4&cad=rja&uact=8&ved=0ahUKEwiB3bS4uJjKAhURCo4KHZwWB88QFgg0MAM&url=http://www2.ocsc.go.th/sites/default/files/attachment/page/stabitity-2551.pdf&usg=AFQjCNEUm8-H7ULUXUjvatgFgysSL6X1KQ&sig2=LU9rk56ImxxuZ54IAlekKw สิ่งที่เรียกว่า "ชาติแตกแยก" ก็ไม่จัดเป็น "ภัยต่อความมั่นคง" ตามนิยามของกฎหมายเหล่านี้เช่นกัน มันเข้าใจยากอะไรหนักหนาหรือไงกันนะ
ปฎิทินยังไม่ทันซา นาฬิกา อาจจะตามมาอีกเรอะ คนพวกนี้ทำไมชอบสร้างความปั่นป่วนให้รัฐบาลจัง รู้ไหมการแจกนาฬิกามันสร้างความแตกแยก มันกระทบต่อความมั่นคง
ดีครับ อะไรที่ต้องใช้เงินไอ้เชี่ยแม้วทำ ก็ขยันทำเยอะๆ ต้นทุนฉบับละไม่กี่บาท เบิกได้อย่างน้อย 2 เท่า แกนนำรวยๆ กันถ้วนหน้า แบ่งๆ กันไป