ในช่วงการปฏิวัติรัสเซียปี 1917 ชาวคาลมึกที่นี่เลือกที่จะถือหางฝ่ายรัสเซียขาว มีการส่งกำลังเข้าช่วยเหลือพวกนี้ในการรบกับกองทัพแดง แต่เมื่อฝ่ายกองทัพแดงมีชัย พวกคาลมึกก็เลยต้องแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ตามประเทศอื่นๆอีกมากมาย ปี 1919 เลนินวิงวอนให้ชาวคาลมึกที่เหลืออยู่เข้าร่วมในการปฏิวัติประเทศ และสนับ สนุนกองทัพแดง หลังสงครามสงบ เลนินตอบแทนพวกเขาด้วยการให้สถานะเขตปกครองตนเองกับชาวคาลมึก และอีกไม่นานต่อมา ดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการยกสถานะอีกครั้งเป็นสาธารณรัฐปกครองตนเอง แต่ก็ตามสูตรของคอมมิวนิสต์แหละครับ แม้จะใช้คำว่าปกครองตนเอง แต่จริงๆแล้วเปอร์เซ็นต์ของการปกครองตนเองนั้นมีอยู่ไม่กี่มากน้อย และส่วนมากก็เป็นเรื่องของการถูกปกครองเสียมากกว่า
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นาซีเยอรมันก็ยกทัพมายึดที่นี่ได้ และก็ได้หลอกคนพื้นเมืองให้ลุกขึ้นสู้กับทหารโซเวียต คนพวกนี้ไม่ค่อยพอใจโซเวียตอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็หันไปเชลียร์นาซีเยอรมันเป็นการใหญ่ว่าเป็นพระผู้มาโปรด มาปลดปล่อยอะไรทำนองนั้น ก็เลยส่งคนออกไปสู้รบกับคนชาติเดียวกัน แต่ก็อย่างที่รู้กันดีแล้วว่า โซเวียตเกิดขับไล่นาซีเยอรมันอออกไปได้ในที่สุด คราวนี้ชาวคาลมึกก็ต้องถึงคราวซวยกันอีกแล้วครับทั่น เมื่อท่านสตาลินแค้นชาวคาลมึกที่เอาใจออกห่างตอนประเทศลำบาก แถมยังไปเข้ากับข้าศึกสังหารพวกเดียวกัน ปี 1943 สตาลิน เลยสั่งเนรเทศชาวคาลมึกทั้งหมดออกจากพื้นที่ทันทีในวันที่มีคำสั่ง โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า มีการสั่งยุบสาธารณรัฐของชาวคาลมึก รวมทั้งเปลี่ยนชื่อเมือง หมู่บ้าน ถนนหนทางในเขตนี้ทั้งหมด เรียกว่าลบคราบไคลของชาวคาลมึกเสียราบเรียบ ว่ากันว่าระหว่างการอพยพ และการตั้งถิ่นฐานใหม่ มีผู้เสียชีวิตไปราว 1 ใน 3 จากสภาพความลำบาก และสภาพอากาศเลวร้าย
หลังสิ้นยุคสตาลิน ผู้นำใหม่อย่างครุชชอฟ ก็ใจดี อนุญาตให้คนเหล่านี้กลับภูมิลำเนาเดิมได้ แต่เมื่อกลับมาก็พบว่า ทรัพย์สินของพวกเขาถูกพวกรัสเซีย ยูเครน และอื่นๆที่ไม่ต้องถูกอพยพยึดครองไปหมดแล้ว ก็เลยต้องลำบากลำบนกันอีกครั้ง ต่อมา มีการยกสถานะคาลมึเกียเป็นสาธารณรัฐปกครองตนเอง แต่ให้อยู่ในปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย หนึ่งในสาธารณรัฐของโซเวียต และหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1990 คาลมึเกียก็ยังคงรักษาการเป็นหนึ่งในสาธารณรัฐของรัสเซียเอาไว้ได้เช่นเดิมจนถึงปัจจุบัน ผมเคยบอกแล้วว่ารัสเซีย เป็นประเทศที่ผู้คนชอบหมากรุกอย่างมาก แต่ศูนย์กลางของความชอบ (เข้าขั้นคลั่งไคล้ ) หรือที่เรียกว่า เมกกะแห่งวงการหมากรุกสากลก็ต้องถือว่าอยู่ที่คาลมึเกียนี่แหละครับ ตามโรงเรียนต่างๆของที่นี่มีการสอนวิชาหมากรุกด้วยนะครับ เพราะวิชาหมากรุกเป็นหลักสูตรภาคบังคับที่เด็กทุกคนต้องเรียน ความคลั่งหมากรุก ส่วนหนึ่งก็มาจากการผลักดันของ ประธานาธิบดีกีรซาน อิลูมชินอฟ ของคาลมึเกีย เพราะเขายังมีตำแหน่งเป็น ประธาน FIDE ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญที่ดูแลวงการหมากรุกโลกมาตั้งแต่ปี 1995 ท่านประธานาธิบดีชอบหมากรุกมาก และเล่นเก่งเสียด้วยเพราะเป็นแชมป์คาลมึเกียมาตั้งแต่อายุ 14 ก่อนที่จะค่อยๆสร้างเนื้อสร้างตัวในแวดวงธุรกิจจนกลายเป็นเศรษฐี ก่อนจะก้าวสู่การเมืองและได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 1993
หลังได้รับเลือกตั้ง เขาก็ดำเนินนโยบายโปรโมตให้คาลมึเกียเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและดนตรี แต่ที่เขาให้ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือการโปรโมตสิ่งที่เขาคลั่งไคล้ นั่นก็คือหมากรุก เขาใช้เงินหลายล้านไปกับการโปรโมตหมากรุก พอๆกับการโปรโมตศาสนา โดยเขาสั่งให้จัดสร้างโบสถ์คริสต์ วัดพุธ สุเหร่า และธรรมศาลาสำหรับชาวยิวมากมาย มีการกำหนดให้เด็ก ป.1 – ป.3 ต้องเรียนวิชาหมากรุก ซึ่งไม่มีที่ใดในโลกอีกแล้วที่เป็นแบบนี้ มีการจัดการแข่งขันหมากรุกรายการใหญ่ระดับโลกมากมายที่คาลมึเกีย ถึงขั้นสร้างเมืองหมากรุกที่คาลมึเกียด้วย ซึ่งก็ได้รับทั้งเสียงชมเสียงด่าตามสมควร เมื่อไม่นานมานี้ เขาก็ออกมาเปิดเผยว่า มนุษย์ต่างดาวแวะมาหาเขาที่อพาร์ตเม้นต์ในกรุงมอสโก เท่านั้นยังบ้าไม่พอครับ เพราะมีนักการเมืองในรัสเซียรายหนึ่งเรียกร้องให้ทางการสอบสวนเขา เรื่องที่ว่าเขาอาจเอาความลับของชาติไปเปิดเผยกับมนุษย์ต่างดาว
วันฮาโลวีน (Halloween) ประเพณีปลุกผีชาติตะวันตก ในวันที่ 31 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ เป็น วันฮาโลวีน (Halloween) ซึ่งเป็นวันที่ชาวชาติตะวันตก นิยมแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจ และพาเพื่อนฝูงไปงานเลี้ยงฉลองกัน โดยในวันฮาโลวีนนั้น จะมีการประดับแสงไฟต่างๆ ให้คล้ายกับเมืองภูตผีปีศาจ โดยสัญลักษณะของวันฮาโลวีน คือ โคมไฟฟักทองแกะสลัก เรียกกันว่า แจ๊ก โอแลนเทิร์น (Jack-o lantern) ซึ่งประเทศที่นิยมจัดงานในวันฮาโลวีนได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหรราชอาณาจักร (อังกฤษ) แคนาดา และชาติต่างๆ อีกมากมาย แต่ในโซนเอเซียบ้านเรา ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก ประวัติวันฮาโลวีน สาเหตุที่วันฮาโลวีน ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปีนั้น เชื่อกันว่า เป็นวันที่ชาวเคลต์ (Celt) ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมือง เผ่าหนึ่งในไอซ์แลนด์ ถือกันว่าเป็นวันสิ้นสุดปี โดยถือกันว่าเป็นวันที่มิติคนตายและมนุษย์จะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและ วิญญาณผู้เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาจะเที่ยวหาร่างของคนเพื่อสิงสู่ เพื่อที่จะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จึงทำให้คนเป็นอย่างเรา ในวันฮาโลวีนจะต้องหาหนทางแก้ไขด้วยการปิดไฟในบ้านทุกดวง ให้บ้านมืดมิดร่วมกับอากาศที่หนาว ซึ่งไม่เป็นที่ปรารถนา ของบรรดาผีร้าย อีกทั้งยังมีบางส่วนจะแต่งตัวเป็นผีต่างๆ เพื่อกลบเกลื่อนวิญญาณว่าไม่ใช่คนเป็นนั้นเอง กิจกรรมในวันฮาโลวีน ในวันฮาโลวีน ที่นิยมจัดกันในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะกลุ่ม เด็กๆ ที่จะแต่งกายเป็นภูตผี ปีศาจ ในรูปแบบต่างๆ และพากันออกไปร่วมงานฉลองวันฮาโลวีน โดยจะเรียกการเล่นนี้ว่า Trick of Treat (หลอกหรือเลี้ยง) ซึ่งเด็กๆ ที่แต่งตัวเป็นภูติผีปีศาจนั้นๆ จะเดินไปเคาะ ประตูตามบ้านต่างๆเพื่อขอขนมที่นิยมจะเป็นลูกกวาด นั้นเองและอีกหนึ่งกิจกรรมในวันฮาโลวีน นอกจากเคาะประตู ขอขนมตามบ้านต่าง ๆ แล้ว ยังมีการนำ แอปเปิล กับเหรียญชนิดหกเพ็นซ์ใส่ลงในอ่างน้ำ หากใครสามารถแยกแยะ ของสองอย่างนี้ ออกจากกันได้ด้วยการใช้ปากคาบเหรียญขึ้นมา และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลให้ติดเพียงครั้งเดียว ถือว่าผู้นั้นจะโชคดีตลอดปีใหม่ ที่กำลังมาถึง
ประวัติ แจ็ก-โอ’-แลนเทิร์น (Jack-o’-lantern) ตะเกียงฟักทอง, โคมไฟฟักทอง หรือ แจ็ก-โอ’-แลนเทิร์น (Jack-o’-lantern) เป็นอุปกรณ์ประดับตกแต่งสถานที่ ซึ่งนิยมใช้ใน เทศกาลฮาโลวีน มีลักษณะเป็นผลฟักทองสีส้ม แกะสลักเป็นรูปหน้าคนในกริยาต่างๆ โดยมากมักเป็น กริยาแสดงอาการข่มขวัญ หรือโอดครวญ ทั้งนี้ การใช้ตะเกียงฟักทอง เป็นการระลึกถึง แจ็ก (jack) ชายชาวนา ในตำนานที่หาญกล้าต่อกรกับซาตาน ตำนานของแจ็ก (jack) เรื่องของแจ็กมีการเล่าในตำนานหลายรูปแบบ เป็นเรื่องเล่าโบราณเรื่องหนึ่ง ซึ่งกล่าวถึงที่มาของชายชาวนาจอมเจ้าเล่ห์ ชื่อว่า “แจ็ก” ผู้ที่ต่อสู้กับซาตาน อย่างไม่เกรงกลัว โดยใช้อุบายหลอกล่อ ซาตานติดกับดัก หนีไปไหนไม่ได้ ซึ่งแจ็ก ไม่ยอมปล่อยซาตานจนกว่ามันจะรับปากว่า เมื่อเขาตายแล้วจะไม่นำวิญญาณเขาลงนรกเด็ดขาด ซาตานไม่มีทางเลือก จึงต้องรับปาก เมื่อแจ็กเสียชีวิตลงด้วยความเป็นคนชั่วเขาจึงไม่ได้ไปสวรรค์ วิญญาณของเขาล่องลอยไปยังปากทางนรก และพบกับซาตานคู่อริเก่าอีกครั้ง ตามสัญญาที่ให้ไว้ ซาตานปล่อยวิญญาณของแจ็กไป พร้อมแสงไฟส่องนำทางให้กับ วิญญาณแจ็กที่ต้องเร่ร่อน ไม่มีที่ไปอย่างนั้นตลอดกาล ทุกคืน ฮาโลวีน วิญญาณของแจ็กจะระหกระเหินไปในความมืด พร้อมแสงไฟส่องที่ครอบด้วยหัวผักกาด ต่อมาเมื่อตำนานนี้เข้ามาในอเมริกา ก็มีการเปลี่ยนมาใช้ผลฟักทองแทนจนทุกวันนี้
เอาถ้วยนี้มีเคลื่อนไหวด้วย.. สุดที่รักบอกว่าอาจเป็นคาปูชิโน่ ก็ต้องฟังเค้าเพราะเราไม่ดื่มกาแฟ เรื่องนี้เราอ่อนเหลือเกิน อิ๊ก อิ๊ก
อากาศร้อน หาอะไรๆเย็นมากินกัน มีเหลือถึงทุกคนแน่นอน คุณแสงธูป อย่ามัวแต่ดู Walking Dead เพลิน มีไอศครีมในตู้เย็นเพียบเลย
ตลาดชื่อ Hipster Market ข้างเซ็นทรัลขอนแก่นในคืนฮาโลวีน เวทีจัดประกวดใครแต่งชุดผี ได้ผีกว่ากัน คริคริ ไม่ได้อยู่รอดู เพราะหิวข้าวเลยต้องกลับก่อน
ป้ายทะเบียนรถยนต์สวยหรือป้ายกราฟฟิก ทีี่ีไม่เหมือนป้ายทะเบียนธรรมดา มีอยู่หลายแบบ หลายจังหวัด หลายพื้นที่ เรามาดูกัน (อาจจะไม่ครบ 77 จังหวัด) เริ่มจากกรุงเทพมหานคร