ภาพถ่ายชุด Alone โดยศิลปินฟินแลนด์ Mikko Lagerstedt มีทั้งภาพขาวดำ และภาพสี cr.web: mikkolagerstedt.com
สถานที่น่าไปเที่ยว บ้านรักไทย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่ อุดมสมบูรณ์ บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชาและขาหมู่หมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง (กองพลเดียวกัน) นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ ทานขาหมูหมั่นโถว บ้างก็หลีกหนี ความวุ่นวายมาหาความเงียบสบาย ของบ้านรักไทยแห่งนี้ บ้านรักไทยยังมีกิจกรรมหลายอย่างไว้ให้นักท่องเที่ยว ได้สนุกสนาน เช่น การเดินป่าศึกษาเส้นทางโดยมัคคุเทศน์น้อย พาเข้าไปชม “คุกดิน” และการขี่ม้าพาข้ามแดนไป ฝั่งพม่า ที่บ้านรักไทยยังมีเกสถ์เฮาส์ริมน้ำ (บ้านดิน) ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องกับสัมผัสกับ ธรรมชาติแบบใกล้ ชิดอีกด้วย การเดินทาง จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทาง จากเมืองแม่ฮ่องสอน มุ่งสู่บ้านรักไทย โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 เส้นทางสายเหนือ(ไปปาย) แยกเข้าซ้ายประมาณ กิโลเมตรที่ 8 แยกเข้า หมู่บ้านกุงไม้สัก ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง เส้นทางเป็นเขาสูงชัน ต้องใช้ความชำนาญในการขับ รถต้องเติมน้ำมันให้เรียบร้อย ไม่มีปั๊มบนดอย ระยะทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปบ้านรักไทย 44 ก.ม. จากอำเภอปาย ผ่าน อ.ปางมะผ้า และจะผ่าน ถ้ำปลา โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 แยกเข้าขวาเลยถ้ำปลา มาสัก 1 ก.ม. แยกเข้า หมู่บ้านหมอกจำแป่ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง รถโดยสาร ประจำทาง หน้าตลาดสด เมืองแม่ฮ่องสอน มีรถออกทุกวัน (รถปิคอัพสองแถว สีเหลือง) สังเกตุป้าย จะเขียนว่าแม่ออ รักไทย รถออกวันละประมาณ 2 เที่ยว ค่าโดยสาร 150 บาท Cr : Thaifonet.com
Up, Up And Away - The 5th Dimension EnchantedEscape ♪ Up, Up and Away is a 1967 song written by Jimmy Webb and recorded by The 5th Dimension, that became a major pop hit, reaching #7 on the U.S. Pop Singles. The smooth single was well-accepted by adult contemporary stations, peaking at #9 on Billboard's Easy Listening Top 40.
ความผูกพันของลูกสัตว์ป่าที่ถูกทอดทิ้ง เจ้าหน้าที่ภายในอุทยานแห่งชาติไนโรบี เมืองไนโรบี เป็นเมืองหลวงของประเทศเคนยา ได้ช่วยเหลือลูกยีราฟ และลูกช้าง ที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ของมัน โดยเจ้า Kiko ลูกยีราฟนั้นมีขนาดเล็กจึงไม่สามารถนำไปเลี้ยงในกรงขนาดใหญ่ได้ เจ้าหน้าที่ จึงนำมันมาเลี้ยงดูพร้อมกับลูกช้าง และมีลูกช้างตัวหนึ่งชื่อ Loboito ที่ดูจะสนิทสนมกับลูกยีราฟ จนสัตว์ทั้งคู่กลายเป็น ที่รักขอผู้ที่พบเห็นเนื่องจากพวกมันไปไหนมาไหนด้วยกัน และไม่ยอมห่างจากกัน Cr : สำรวจโลก
จากมหิดลวิทยานุสรณ์ 2546 Piriya Wongkongkathep University of California, Los Angeles, Chemistry and Biochemistry, Graduate Student | Proteomics And Mass Spectrometry +2 เข้าไปดู papers http://ucla.academia.edu/PiriyaWongkongkathep About him .. http://www.piriyaphoto.com/artist/
¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆¸.•*¨*•¸☆ "Mania De Você".wmv - Rita Lee Jones Carvalho Dreamer8girl a Brazilian rock singer and composer. Lee continues to be a popular figure in Brazilian entertainment, where she is also known for being an animal rights activist and a vegetarian. She has sold more than 60 million albums worldwide.
ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย อย่าเรียกอาหารสิ้นคิดนะ ยามคิดไม่ออกว่าจะทานอะไร เมนูนี้ช่วยได้ค่ะ ทับทิมกรอบอบควันเทียนของหวานสวนทางกับหน้าหนาวที่ร้อนระอุ ดับร้อนกันให้รู้ไปข้างนึง เครดิต: ครัวคุณสุ
ศิลปะชุด Discarded Items Transformed Into Other Everyday Objects โดยศิลปิน Martin Roller cr.: artpeople
รัสเซียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีอาณาบริเวณคาบเกี่ยวระหว่างเอเชียกับยุโรป โดยมีเทือกเขาอูราลเป็นแนวอาณาเขตทางธรรมชาติที่แบ่งรัสเซียออกเป็นส่วนของยุโรปและเอเชีย ส่วนของรัสเซียที่เป็นยุโรปนั้นมีอาณาเขตเล็กมาก เล็กกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับส่วนที่เป็นเอเชียของประเทศ แต่ในสมัยที่ยังไม่แยกประเทศ ส่วนที่เป็นยุโรปของรัสเซีย ก็ยังใหญ่กว่าทวีปยุโรปที่เหลือทั้งทวีปเสียอีก ก็ไม่รู้ว่าจะใหญ่ไปถึงไหน ในสมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต เรื่องศาสนาถูกกีดกัน หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย ศาสนาก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง รัสเซียแบ่งเขตการปกครองแบบสาธารณรัฐ หรือที่ฝรั่งชอบเรียกแค่ว่ารัฐ ( แต่ผมเห็นว่าคำว่าสาธารณรัฐ น่าจะได้ใจความมากกว่า )สาธารณรัฐเหล่านี้ ได้รับเอาศาสนาต่างๆมาเป็นศาสนาประจำสาธารณรัฐ ก็มีทั้งศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และศาสนาพุทธ โดยสองศาสนาหลังนี้ ส่วนมากก็อยู่ในส่วนที่เป็นเอเชียของรัสเซีย แต่มีสาธารณรัฐแห่งเดียวในส่วนที่เป็นยุโรปของรัสเซีย ที่รับเอาศาสนาพุทธมาเป็นศาสนาประจำรัฐ แต่หากมองถึงภาพรวมทั่งทวีปยุโรป นี่คือสาธารณรัฐ หรือรัฐแห่งเดียวในยุโรปที่เป็นพุทธ สาธารณรัฐที่พูดถึงนี้มีชื่อว่า “คาลมีเกีย “ หรือที่ภาษาอังกฤษเขียนว่า Kalmyk ความเป็นพุทธของคาลมึเกีย ปรากฏอยู่แม้กระทั่งบนธงชาติของสาธารณรัฐที่บริเวณใจกลางธงก็ยังเป็นรูปดอกบัวบาน
และหากดูแผนที่แล้ว คาลมึเกีย ก็ไม่ได้มาอาณาบริเวณติดกับประเทศ หรือเขตการปกครองของรัสเซียอื่นๆที่นับถือพุทธแต่อย่างใด คาลมึเกียมีอาณาบริเวณประมาณ 76,100 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าประเทศปานามาเล็กน้อย ) ซึ่งถือว่ามีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับเขตการปกครองอื่นๆของประเทศ คาลมึเกียมีทางออกสู่ทะเลแคสเปี้ยน และที่นี่เป็นจุดหนึ่ง ที่เส้นละติจูดและลองติจูดในองศาที่เท่ากันมาตัดกันพอดี โดยกรณีของคาลมึเกียคือองศาที่ 46 ที่นี่มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย รวมทั้งแม่น้ำโวลก้า นอกจากนั้นก็ยังมีทะเลสาบอีกหลายแห่ง สำหรับทรัพยากรธรรมชาติก็มีทั้งน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ พื้นที่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ดี ส่วนสภาพอากาศของที่นี่ ก็เป็นแบบหน้าร้อนก็ร้อน ( 24 องศา ) หน้าหนาวก็หนาวจัด ( - 5 องศา ) แต่มีหิมะเล็กน้อย
สำหรับจำนวนประชากร ก็เบาบางตามสูตรแบบรัสเซียเขาแหละครับ ที่นี่มีประชากรแค่ประมาณ 3 แสนเท่านั้นเอง โดยกว่าครึ่งเป็นชาวคาลมึก (53 % ) ที่เหลือเป็นรัสเซีย ( 36 % ) นอกจากนั้นก็ยังมีพวกเชเชน , คาซัค , ยูเครน , เติร์ก ที่นี่ยังมีชาวเยอรมันด้วยนะครับ โดยมีสัดส่วนอยู่ 0.6 % หรือประมาณ 1,700 คน ว่ากันว่า คนเยอรมันมาตั้งถิ่นฐานที่นี่นมนานมากแล้ว
ตามประวัติบอกว่าบรรพบุรุษของชาวคาลมึก ที่สืบเชื้อสายมาจากพวกมองโกล ได้อพยพมาจากไซบีเรีย โดยอาจจะมาหาทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่นี่เมื่อราวปี 1630 และได้ขับไล่คนที่อยู่แถบนี้เดิมออกไป ก่อนที่จะตั้งรกรากเป็นการถาวร และต่อมาก็ตกมาอยู่ใต้อิทธิพลของรัสเซีย และความที่สืบเชื้อสายมาจากมองโกลนี่แหละ ที่ทำให้ศาสนาพุทธสามารถบุกบั่นมาอยู่ใจกลางกลุ่มชาวคริสต์และมุสลิมจนได้ หลังจากที่ไม่พอใจการปกครองของรัสเซีย ผู้นำชาวคาลมึกได้อพยพประชาชนมากถึง 200,000 คนกลับภูมิลำเนาเดิมในเขตทะเลทรายของบรรพบุรุษก่อนที่จะอพยพมาที่นี่ แต่ปรากฏว่ามีเหลือรอดถึงที่หมายแถวๆเมืองจีนแค่ 65,000 คนเท่านั้น ส่วนคนที่เหลืออยู่ในปกครองของรัสเซีย ต่อมาก็ค่อยๆเลิกชีวิตเร่ร่อน และสร้างบ้านแปงเมืองเป็นการถาวร ในปี 1865 ก็เริ่มมีการก่อสร้างเมืองแอลิสต้า ที่ต่อมากลายเป็นเมืองหลวง