ศิลปินที่หนูอ้อยเอามาแสดงเก่งทั้งฝีมือ แถมยังมีรูปงามกันทุกคน อย่างงี้รวยทั้งทรัพย์สมบัติและรูปสมบัติ ช่างมีวาสนาดีจัง
ขอบคุณคุณแสงธูปที่กล่าวถึง ช่วงนี้รอบดึกไม่ได้เข้ามาเป็นเพื่อนคุณแสงธูป เพราะคอมที่บ้านไม่สบาย เข้าไอซียูมา10วันละ แต่หมอบอกแค่บายพาสพื้นๆ พ้นขีดอันตรายละ อาทิตย์นี้คงได้รับกลับมาดูแลต่อที่บ้าน
ฝากภาพนี้ไว้บ้านดินเหนียว ... จะละลายไหมครับ ... แสงเทียน 1 ดวง ให้ความสว่างเท่ากับเทียนหลายๆดวงไหมครับ ... ไม่เท่า .. .แล้วถ้าแสงเทียน 1 ดวง จุดในที่มืดมิด .. .กับแสงเทียนหลายๆดวง จุดในที่สว่างล่ะครับ ... สรุป .. สว่างๆดีกว่ากันนะครับ .. สุขสันต์หรรษา เฮฮา วันพุธครับผม
ในความมืดมิด แสงเทียนเพียงดวงเดียวก็ขจัดความมืดได้ แต่ยามหนาวเหน็บ แสงเทียนหลายดวงจะช่วยให้เราอบอุ่น ขอบคุณคุณปลายขอบฟ้าที่นำภาพมาฝาก "แพรวพราย" ในความรู้สึก ค่ะ
มีเพลงหนึ่งที่ความหมายดีมากๆ ความหมายหมายถึงฟ้าหลังฝนอะไรทำนองนั้น แต่ต้นฉบับในยูทูปเขาสงวนลิขสิทธิ์มาก ได้ฟังจากซีดีจริงซึ่งเป็นแผ่นคู่ (ซื้อมาเอง) " LONG ROAD OUT OF EDEN " ของ Eagles ที่กลับมารวมกันเฉพาะกิจหลังจากแยกย้ายวงกันไปนานแล้วในยุคก่อน ลองไล่ๆดูในยูทูปมีคุณ Billy Lemon ทำโคบเพลง No More Cloudy Days นี้ได้ดีที่สุดในบรรดายูทูปโคบเพลงนี้ของอีเกิ้ลส์ แม้จะไม่ดีเท่าเจ้าของตำนาน (ซึ่งต้องไปหาๆรื้อๆซีดีตามเชลฟ์ร้านบีทูเอส ฯลฯ อาจเจอ) ลองฟังดูของคุณ Billy นี้ถือว่าพอฟังได้ในบรรยากาศ MV ริม Irish Sea ซึ่งมีแฟนนานุแฟนเข้าไปเมนท์ให้กำลังใจในยูทูปพอควร และแกก็เข้ามาตอบเสียด้วย น่ารักเจงๆ No More Cloudy Days - Billy Lemon cover "Eagles" ( ZZZZ ระวังตัวเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์หน่อยๆ เพลงไม่ใช่ต้นฉบับนะอย่าว่ากัน )
คุณแสงธูป แม่มะนาวก้าวแล้วร้าวน้อยลง เมื่อสองสามวันที่แล้วก้าวร้าวหนัก ใครมาอยู่ใกล้เป็นโดนค่ะ "ช่วยดึงหน่อย" วันนี้ยังคงตากผ้าอย่างสุภาพเหมือนเดิม ย่อทุกครั้งเลย จะเดินจะเหินเนี่ย เหมือนนางละเวงวัณฬา ค่อยก้าว จะลุกจะนั่งเนี่ยเป็นผู้ดี๊ผู้ดี ไม่ผลุบผลับปุ๊บปั๊บ หายเมื่อไรละฮึ่ม.......สอนลูกดีจังค่ะ เธอต้องเติบโตมาเป็นความภูมิใจของ พ่อภูผา แน่เลย คอมพ์คุณปาล์มาลี ออกจากไอซียูแล้วเหรอคะ จอแม่มะนาวมีจุดดำ ตอนนี้สองจุดแล้วค่ะ ข้างบนและข้างล่าง ขนาดเท่า มะนาวหน้าแล้ง คาดว่าคงจะเสียชีวิตอีกไม่นาน เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ไม่กี่เดือนเลย เรื่องคือ ตอนใหม่ๆทำความสะอาดจอเรื่อยเลย จับขอบจอไม่ถนัด นิ้วเลยจิ้มโดนส่วนจอภาพ ตอนแรกเป็นแค่สิวๆ ค่อยๆขยายจนเท่าลำใย แล้วค่อยหายไป เผลออีกที มาใหม่อีกแระ แถมมีข้างล่างเพิ่ม โตแข่งกันใหญ่ เรื่องเสียเงินโดยใช่เหตุนี่เกิดประจำ เดี๋ยวนี้ทานข้าวกะไข่เจียว ไม่ก็แกงจืด ตำรับหนูอ้อย ประหยัดไว้ก่อนสายไป เฮ้อ......กำ หมายหูด : ตอนนี้ลงเพลงจะใส่ Cr: ชื่อคนนำมาลงในยูทูบ ระวังกันด้วยน๊า เดี๋ยวมีคนไปฟ้อง
อาหารไทยแคลอรี่ต่ำอีกจานหนึ่งคือ ห่อหมกปิ้งจะเป็นหมกปลาหรือหมกหมูก็ได้ หอมกลิ่นใบตองรมควันอ่อนๆ ทานกับผักสด อร่อย (ปิ้งหมกปลาคืออาหารเมืองจานเด่นจากร้านข้าวซอยเชียงใหม่ ถนนประชาสโมสร กับข้าวร้อนๆสักจาน ไขมันไม่สูงเป็นไขมันปลาจ้ะ)
วาดลายไทยด้วยน้ำตาล ทานไม่ได้ แต่ชมความสวยงามไม่ผิดกติกาค่ะ .. เนื้อหาโดย: TaronTourDotCom เครดิตจากบอร์ดโพสจัง http://board.postjung.com/902855.html
สวัสดียามสายครับ ขอบคุณพี่มะนาวที่อวยพรให้ลูกสาวของผม ตอนนี้เธอเรียนอยู่ป.4คงต้องพยายามกันอีกนานกว่าจะเห็นความสำเร็จของเธอตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาส่งลูกได้แค่ไหนได้แต่หวังว่าจะทำให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาเธอเป็นคนเรียนเก่ง(มาตราฐานโรงเรียนวัดนะครับ) เธอสอบได้ที่หนึ่งมาตลอดตั้งแต่อนุบาล(ตอนป.3ได้เกรด4.00ทั้งสองเทอม) ตอนนี้เริ่มมีปัญหากับวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีน บอกตามตรงว่าผมกับภรรยาไม่มีปัญญาสอนสองวิชานี้ให้ลูกได้เลย (ภรรยาผมจบป.6ส่วนผมโดนไล่ออกตอนปวส.) ผมได้แต่บอกว่าตอนเรียนกับคุณครูเรียนให้เข้าใจไปเลยในชั่วโมงเรียนถ้าไม่เข้าใจก็ให้ถามครู ลูกเป็นความภูมิใจของผมแต่ไม่รู้ว่าตัวผมเองที่เป็นพ่อจะเป็นความภูมิใจของลูกหรือเปล่า ที่มีพ่อโง่ๆจนๆ บางครั้งมีผู้ใหญ่นิสัยไม่ดีบางคนเอาเรื่องของผมสมัยที่ยังเป็นคนไม่ดีไปเล่าให้ลูกสาวผมฟัง ลูกสาวก็มาถามผมว่า"พ่อทำจริงหรือเปล่า" ผมไม่อยากโกหกลูก(เพราะไม่อยากให้ลูกเป็นคนโกหก)ก็ต้องบอกว่า"จริงลูก" ผมไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรถึงไปบอกกับเด็ก "อโหสิกรรมและเมตตา" จำเป็นมากจริงๆในหนทางของ"คนดี"
ขอชื่นชมและเผยแพร่ผลงานศิลปินสาวอิตาเลียน Ernestina Gallina กับผลงานเพ้นท์หินจากแม่น้ำ Rock Paintings .. ภาพศิลปินบริเวณหาดที่ไปเลือกเก็บหิน cr: pietrevive.it galleries Painting Lucy - 1° Parte cr. on youtube : Ernestina Gallina
หนูอ้อย ใจร้าย ให้กินวันละลูก สองลูก ทีผักละให้เป็นจานเลย เด๋วแม่มะนาวก็หมดลมเพราะหิวตาย ก่อนป่วยแน่เลย
ให้ภาค 2 และ 3 เลยค่ะ Painting Lucy - 2° parte cr. on youtube : Ernestina Gallina Painting Lucy - 3°parte cr. on youtube : Ernestina Gallina cr. web: pietrevive.it
ยั่วยวนด้วยภาพสระว่ายน้ำแบบ normal scale pool ใครอยากไปลงกันบ้าง ยกมือขึ้นซิ ..ที่จริงออกกำลังไงก็ได้ตามใจชอบ ปิ๊ดปี้ปิ๊ด..
ภาพวันฝนตก Photo Credit Elena Shumilova Photo Credit Rifat Attamimi Photo Credit Pinpin Nagawan Orangutan in The Rain by Andrew Suryono, Indonesia ‘Heavy Rain’ by Pierluigi Rizzato Credit : Hiroshige Photo Credit Jaskiran Singh Batra Credit : Juan Mabromata Credit web: artpeople
มารู้จักกับ Chuck Feeney ชายชราวัย76 ปี เช่าบ้านอาศัยอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโกกับภรรยา เขาไม่เคยสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม ใช้แว่นตาเก่าๆ ใส่นาฬิกาธรรมดา เขาไม่ชอบทานอาหารหรู ที่เขาชอบที่สุดคือแซนวิชชีสย่างมะเขือเทศ ที่ราคาไม่แพง เขาไม่มีรถขับ มักใช้บริการรถโดยสาร กระเป๋าที่เขาใช้ก็เป็นกระเป๋าผ้าถูกๆ ยากจนไม่พอ แต่ยังมัธยัสถ์มาก หากคุณไปทานอาหารด้วยกัน เขาจะตรวจสอบบิลอย่างละเอียด หากคุณอาศัยอยู่ในบ้านของเขา ก่อนที่ จะเข้านอน เขาจะเตือนให้คุณปิดไฟอย่างแน่นอน คนจนที่มัธยัสถ์เช่นนี้ คุณรู้ไหม ก่อนเขาอายุ 76 เขาได้ทำอะไรมาบ้าง? เขาได้บริจาคเงิน 588,000,000 เหรียญสหรัฐให้มหาวิทยาลัยคอร์เนล บริจาค 125,000,000 เหรียญสหรัฐ ให้มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และบริจาค 60,000,000 เหรียญสหรัฐให้มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เขายังได้ลงทุน 1,000,000,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อปรับปรุงมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง และอีก 2 แห่ง ในไอร์แลนด์เหนือ เขาจัดตั้งกองทุนการกุศล ให้ค่ารักษาพยาบาลฟรี สำหรับเด็กปากแหว่ง ในประเทศที่กำลังพัฒนา เขาได้บริจาคเงินทั้งสิ้น 4,000,000,000 เหรียญสหรัฐ และยังมีอีก 4,000,000,000 เหรียญสหรัฐ รอที่จะบริจาค ขณะนี้ Chuck Feeney มีความปรารถนาว่า ก่อนปี 2016 เขาจะบริจาคเงินที่เหลือให้หมด เพื่อจะได้ ตายตาหลับ ขณะนี้เงินที่เหลืออยู่ ได้กระจายไปทั่วโลกให้พื้นที่จำเป็น ในอัตรา 400,000,000 เหรียญสหรัฐ ต่อปี เขาเป็นตัวอย่างสำหรับคนรวยที่ว่า "ในขณะที่มีความสุขกับชีวิต ให้แบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่นด้วย" การกุศลของ Chuck Feeney เป็นที่โด่งดังมาก ผู้สื่อข่าวจำนวนมากเดินทางมาถึงบ้านของเขา ทุกคนล้วนแปลกใจ และถามว่า "Chuck Feeney มีทรัพย์สินมากมาย ทำไมถึงไม่ไปมีชีวิตที่สวยหรู..." เพื่อเผชิญกับข้อสงสัยของทุกคน Chuck Feeney ยิ้มและบอกเล่าเรื่องราว: "สุนัขจิ้งจอก พบไร่องุ่นที่เต็มไปด้วยผลไม้ อยากจะเข้าไปในไร่ เพื่อกินองุ่นให้เต็มที่ แต่มันอ้วนเกินไป เลยมุด ผ่านรั้วไปไม่ได้ ดังนั้นมันจึงไม่กินไม่ดื่ม อยู่สามวัน และแล้วตัวมันก็ผอมลง และมุดผ่านรั้วไปได้! เมื่อกินอิ่มเป็นที่พึงพอใจแล้ว แต่…ตอนที่จะกลับออกไป กลับออกไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่ได้ เมื่อไม่มีทางเลือก มันเลยต้องอดน้ำอดอาหาร อีกสามวันสามคืน สุดท้ายแล้วท้องของมันตอนที่ออกมาก็เหมือนกับตอนที่มันเข้าไป" เมื่อเล่าเสร็จ Chuck Feeneyกล่าวว่า "บนสวรรค์นั้นไม่มีธนาคาร ทุกคนเกิดมากับความว่างเปล่า ในที่สุดก็ จากไปมือเปล่า ไม่มีใครสามารถนำ ความมั่งคั่งกลับไปได้ " สื่อถาม Chuck Feeney ทำไมบริจาคไปทั้งหมด คำตอบของเขาง่ายมาก และไม่มีใครคาดถึง เขากล่าวว่า "เพราะถุงศพไม่มีกระเป๋า" ที่จริงแล้วความจนของเขา เกิดจากการบริจาคเงินมหาศาล เขาช่างเป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ สิ่งที่เขาได้มา ได้ส่งคืน กลับไปสู่สังคมทั้งหมด มันทำให้มีความสุขมากกว่า. Cr : Channarong Khumanan
แจ้งเพื่อทราบ ใครขับรถ ไปเสียที่ไหน ในประเทศไทย โทร. 02-354-6324 โครงการหน่วย ตำรวจช่าง ในโครงการ พระราชดำริ ช่วยได้ทุกที่ จะสอบถาม อาการแล้วเตรียม มาช่วยให้สามารถ ไปต่อได้ จ่ายเงินเฉพาะ ค่าอะไหล่ ที่นำมาให้ ไม่รับเงินค่าอื่นๆ แค่ขอถ่ายรูป เก็บข้อมูล ไว้ประชาสัมพันธ์ หน่วย ข้อสำคัญ คือปลอดภัยอย่างยิ่ง ขอนแก่น 043-240-250-98 ราชบุรี 032-719-798
ขอบคุณคุณแม่มะนาวกับบทความนี้ " คนเราทุกคนเกิดมาตัวเปล่า จากไปก็ตัวเปล่า ถุงศพไม่มีกระเป๋า บนสวรรค์หรือนรกไม่มีธนาคาร ไม่มีการลงทุน " ผมว่าถูกต้องที่สุด ดังนั้นเราควรอยู่หลังจากที่เกิดมา และก่อนจะจากไป เพื่อเสพความสุข ไม่ใช่เสพความสบาย เสพความสุขจากคนรอบข้างที่เป็นกัลยาณมิตร ใช้ชีวิตอย่างอิสระแลพอเพียง ประกอบสัมมาอาชีพที่ชอบ มีปัจจัย4สมควรแก่ฐานะ
คุยเล่นยามค่ำ วันนี้ค่อยมีอารมณ์ ไม่ค่อยก้าวแล้วร้าว เพราได้เสื้อเกราะพยุงหลังจากคนใจดี คุณปาล์มาลี แม่มะนาวเอาเมี่ยงคำมาฝาก ดีใจเห็นเบอร์โทรเผื่อสั่ง นครปฐมโน่น ซื้อแถว อตก. ละกันเนอะ ขอบคุณที่ชอบบทความ อ่านแล้ว ติดใจตรง ในถุงศพไม่มีกระเป๋า เลยเอามาฝาก คุณแสงธูป อย่าสนใจเลยเรื่องมีหรือจน ถ้าเราสอนลูกให้เป็นคนดี เขาจะไขว่คว้าหาความรู้เอง ร้านสระผมแถวบ้าน ลูกชาย ติดเภสัชฯ ม.ศิลปากร ลูกสาว ติด วิดวะคอมพ์ พระนครเหนือ แต่เห็นเขาสอนลูกแล้ว แม่มะนาวอายเลย ลูกกลับมาจาก รร. ช่วยแม่กวาด เศษผมที่หล่น จัดของให้เป็นระเบียบ เฮ้อ ...น่าอิจฉา ตอนเราเลี้ยงลูก พ่ออยู่ ตจว. แม่ทำงานที่ต้องกลับเย็นเป็นส่วนใหญ่ ยังดีที่ได้กลับมาคุยกัน ว่าทำอะไรบ้าง จนทุกวันนี้ ลูกกลับจากที่ทำงาน ก็ต้องแวะ คุยกับแม่ก่อนเข้าห้อง บางอย่างไม่ได้ดังใจ ก็ทำใจว่ายังดีที่ลูกไม่ติดยา หรือการพนัน ให้เสียใจ ก็พอแระ ลูกคุณก็ค่อยๆสอนไป อย่าท้อว่าเราความรู้น้อย ดูหลานสาวเป็นเด็กมีความคิด นำไปให้ถูกทางค่ะ มีนายแพทย์คนนึงเคยเล่าว่า พ่อ-แม่ในช่วง ที่ท่านเด็ก ล้มละลาย เก็บของขาย มีพี่น้องอีกสองสามคน บางคนเป็นหมอ หรือไม่ก็ไม่ต่ำกว่าปริญญาโท แต่บางทีการศึกษาสูง ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนดีเสมอไป โอกาสและทางเลือกมีเสมอถ้าเราตั้งใจ ให้กำลังใจเสมอค่ะ อาหารปลาหนูอ้อยน่าทานมาก ตอนนี้ต้องดูแลตัวเองเรื่องอาหารหน่อย ทานไม่เป็นเวลา แต่กับเมนูปลา ชอบมาก ภาพฝนตก ดูแล้วขำดี ตรงที่รูปเด็กเอาใบกล้วยบังหัว แล้วถัดมาเป็นเจ้าอุรังอุตังที่รู้จักจะเอาใบไม้บังหัว เลยไม่รู้ ว่าใครเลียนแบบใคร 55555
เอามาฝากค่ะ ดอกเตอร์จากกองขยะ...ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ครอบครัวของเราก็มีฐานะยากจน พ่อเป็นพนักงานขับรถทัวร์ปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-ชุมพร ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน ทั้งคู่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว พ่อมีลูกติดเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วนแม่มีลูกติดเป็นหยิงหนึ่งชายหนึ่ง หลังจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ก็มาเริ่มต้นชีวิตคู่ที่จังหวัดชุมพร ดังนั้นเมื่อเกิดมาผมก็มีพี่แล้ว 3 คน และหลังจากนั้นอีกสองปีก็มีน้องสาวอีก 1 คน อย่างไรก็ตาม พ่อกับแม่ใช้ชีวิตครอบครัวได้ไม่นาน ทั้งคู่มักทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยเรื่องหึง จนในที่สุดก็เลิกรากันไป พ่อจากไปทำงานที่อื่นพร้อมกับนำลูกสาวคนเล็กไปด้วย ทิ้งให้แม่ดูแลลูกอีก 4 คนตามลำพัง การจากไปของพ่อซึ่งเคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวสร้างความลำบากให้แม่มากที่สุด เงินทองที่เคยพอมีใช้บ้างก็เริ่มร่อยหรอ แม่แก้ปัญหาด้วยการนำข้าวของเครื่องใช้ในบ้านไปจำนำ ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยเดินเข้าโรงรับจำนำเป็นว่าเล่นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เมื่อข้าวของที่จะนำไปจำนำหมดแล้ว แม่ก็พยายามหางานทำ มีคนรู้จักแถวนั้นแนะนำให้ไปเป็นนายตรวจตั๋วที่บขส. แม่ทำงานนี้ไปได้สักพักก็มีคนแนะนำให้ไปทำงานที่ได้เงินดีกว่า ด้วยการไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารแถวทับสะแก ท่านต้องไปทำงานกินนอนที่นั่น และฝากภาระดูแลน้องให้กับลูกสาวคนโต ทุกเดือนแม่จะส่งเงินให้ให้เรา 500 บาท โดย 300 บาท เป็นค่าเช่าบ้าน อีก 200 บาทเป็นค่ากินอยู่ของพวกเรา 4 คน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเงินที่น้อยเกินไป หรือเพราะไม่มีผู้ใหญ่ดูแลกันแน่ หลังจากแม่ไปทำงานต่างจังหวัด พี่ๆ ของผมก็ทยอยหายออกจากบ้านไปทีละคน พี่สาวต่างพ่อที่เป็นพี่คนโตหอบเสื้อผ้าหายไปตอนอายุ15ปี ทุกวันนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไรผมก็ไม่อาจทราบได้ ส่วนพี่ชายต่างพ่อไปเป็นลูกเรือตังเก ตอนนั้นชีวิตของผมต้องฝากไว้กับพี่สาวอีกคน ผมไม่ค่อนอนาทรร้อนใจกับการหายตัวไปของพี่สาวและพี่ชายมากนัก ด้วยความเป็นเด็ก ผมคิดว่า ดีเสียอีก พวกพี่ๆไปแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายจะได้ลดลง เพราะถ้าอยู่กันครบ เงินก็ไม่พอใช้ ถึงแม้ว่าจะมีคนหายไปแล้วสองคน ค่าใช้จ่ายก็ไม่พอต้องอยู่กันอย่างอดๆอยากๆ นานเข้าพอทนไม่ไหว ผมกับพี่สาวก็เริ่มหาทางรอดให้ตัวเอง แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตย่ำแย่ที่สุดก็เกิดขึ้น วันนั้นเราสองคนพี่น้องไม่มีเงินเลยสักบาท พี่สาวจึงชวนผมไปเด็ดผักบุ้งในบึงเล็กๆใกล้บ้าน เราสองคนนำอิฐสามก้อนมาวางแล้วก่อกองไฟ นำผักบุ้งที่เด็ดได้มาผัดในน้ำเปล่าๆกินประทังชีวิต ด้วยความอดอยากหิวโหยมาหลายวัน ผมกินผักบุ้งผัดกับน้ำเปล่าด้วยความเอร็ดอร่อย เหมือนเป็นขแงกินแสนวิเศษที่ไม่เคยกินมาก่อน ผมกินแบบไม่ยั้ง เหมือนกินหมูกรระทะแสนเลิสรสก็มปาน แต่กินผัดผักบุ้งแบบนี้ได้ไม่เกินสองวัน ร่างกายของผมก็เริ่มประท้วงอ้วกออกมาจนหมด ด้วยความสงสาร พี่สาวจึงเดินร้องไห้ไปขอข้าวของเพื่อนบ้านมาให้ผมกิน นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้ว่า เราขอคนอื่นกินได้ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อพี่สาวคนนี้หนีความจนไปอีกคน ผมก็ใช้ชีวิตเป้นเด็กเร่ร่อน กลับบ้านบ้าง ไม่กลับบ้าง และเริ่มหนีเรียน ผมแต่งตัวเหมือนไปโรงเรียนทุกวัน ชุดนักเรียนของผมมีอยู่ชุดเดียว ใส่จนสีขาวกลายเป็นสีเทา ตกเย็นผมแสร้งทำเป็นว่ากลับมาจากโรงเรียน ด้วยการมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน แล้วใส่ชุดอยู่บ้านออกไปวิ่งเล่นแทน เพราะไม่อยากให้เพื่อนบ้านสงสัย ในวัย7ขวบ ชีวิตของผมกำลังเดินเข้าไปสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากเด็กธรรมดาๆผมก้าวเข้าไปสู่การเป็นเด็กขอทานเต็มขั้น เนื้อตัวมอมแมมมแถมยังขี้ขโมยอีกต่างหาก ส่วนใหญ่ผมจะกินนอนอยู่ที่ บขส. ผมกินข้าวที่เหลือในจานของผู้โดยสารที่มารอรถและเดินขอเศษเงินบาทสองบาทจากคนแถวนั้น บางวันก็ไปขอข้าวกินที่ศาลเจ้าหรือไม่ก็ตามวัด ด้วยความที่มีเพื่อนเป็นลูกแม่ค้าแถว บขส. พวกเราก็ชวนกันไปทำเรื่องสนุกๆด้วยการไปขโมยผลไม้ของแม่ค้าตามแผงต่างๆ หนักเข้าก็มีคนสอนให้ผมขโมยเงินจากตู้เกม แต่ทำได้ไม่นานผมก็เลิกเพราะกลัวถูกตำรวจจับเข้าคุก ผมใช้ชีวิตคนเดียวราวสองปี หลังจากนั้นแม่ก็กลับมาอยู่ด้วย วันแรกที่แม่กลับมาผมดีใจมาก แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิด เพราะแม่ทั่งขัดทั้งเกลาผมด้วยสารพัดวิธี เพราะรู้ดีว่าเด็กที่ใช้ชีวิตตามลำพังมานานแสนนานนั้น ดื้อดึงขนาดไหน แม่ให้ผมไปโรงเรียนอีกครั้ง ท่านสอนผมว่า ถึงเราจะยากจนก็อย่าให้ใครมาดูถูก อย่าไปลักเล็กขโมยน้อย และสอนผมทำงานสารพัด ตั้งแต่หุงข้าวไปจนถึงการเดินขายข้าวขายน้ำใน บขส. และหลังสุดแม่ก็ค้นพบว่า การเก็บขยะคืออาชีพที่หาเลี้ยงครอบครัวได้ ในวันหยุดเราสองคนแม่ลูกจะข่วยกันเข็น “รถรรุน” ที่ใช้สำหรับเข็นเศษอาหารไปให้หมูกินไปเก็บขยะรอบๆ เมืองชุมพร ส่วนตอนเย็นผมกลับมาจากโรงเรียน แม่ก็เรียกให้มาช่วยแยกขยะที่กองอยู่ในรถเข็น ผมก็จะแยกกระป๋องอะลูมิเนียม ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระดาษ ออกเป็นกองๆแล้วเก็บใส่ถุง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผมจะช่วยแม่ทำงานสารพัด แต่ผมก็ยังถูกแม่ตีแทบทุกวัน ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องตีผม แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่า แม้การตีอาจไม่ใช่วิธีการสอนลูกที่ดีที่สุด แต่ในตอนนั้น นี่คือวิธีเดียวที่จะกำราบผมได้ ผมเคยน้อยใจคิดจะฆ่าตัวตายตามประสาเด็ก แต่ได้แค่คิด เพราะนึกถึงหน้าแม่ ผมก็ทำไม่ลง ยิ่งเมื่อรู้ว่าแม่ทำเพื่อผมได้ทุกอย่าง ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แม่พยายามให้ผมไปเรียนทุกวันเช้าวันหนึ่งส้วมเต็ม ใช้งานไม่ได้ ผมงอแงไม่อยากไปโรงเรียน แล้วในค่ำวันนั้นเอง ผมก็เห็นแม่ลุกจากเตียง เดินอย่างแผ่วเบาลงมาจุดเทียนที่ชั้นล่างเพราะกลัวผมจะตื่น ผมแอบเห็นแม่ค่อยๆใช้ค้อนสกัดเซาะขอบปูนของส้วมซึมเพื่อเปิดให้มีช่องแล้วใช้กระป๋องสีที่ไม่ใช้แล้วตักสิ่งปฏิกูลที่อยู่ข้างในออกมาทีละกระป๋อง เดินตัวเอียง นำไปเททิ้งให้ห่างจากละแวกบ้าน ผมลุกมานั่งตรงบันได แอบมองแม่อยู่เงียบๆคนเดียว จากสามทุ่มจนถึงตีสอง แม่ไม่ได้หยุดพักเลย ที่ผ่านแม่ทำอะไรเพื่อผมตั้งหลายอย่าง แต่ผมก็ไมรู้สึกซาบซึ้งเท่าวันนี้ ผมเห็นกับตาว่าแม่ทำได้ทุกอย่างเพียงเพื่อให้ผมไปโรงเรียน แม้แต่สิ่งปฏิกูลที่ผมเองยังรังเกียจ ท่านก็ยังกล้าสัมผัสแตะต้อง “แล้วตัวผมเองล่ะ เคยทำอะไรเพื่อแม่บ้าง ทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียน” ผมถามตัวเองอยู่ในใจ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผมตั้งใจเรียนจนสอบได้คะแนนดี หลังจบชั้นประถมก็ได้โควตาไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัด แต่เราสองคนแม่ลูกยังหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะขายเหมือนเดิม อาชีพเก็บขยะของเราไม่ต้องลงทุนก็จริง แต่เหนื่อยและคาดเดาไม่ได้ว่าวันนี้จะได้รายได้เท่าไหร่ เพราะไม่รู้ว่าวันนี้เราจะเดินไปเจออะไร แล้วต่อให้ได้ของมาแล้ว ใช่ว่าเราจะไปขายได้เลย ของส่วนใหญ่ต้องสะสมให้ได้จำนวนมากพอจึงจะขายได้ การทำอาชีพเก็บขยะทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ที่สำคัญ มันสอนให้ผมเห็นคุณค่าของสิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้ค่า และสอนให้ผมรู้จักอดทน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ผมจะนั่งรถเข็นของแม่ไปช่วยแม่เก็บขยะรอบเมือง บางครั้งแม้แดดจะร้อน ขยะจะเหม็น เราก็ต้องทน ผมกับแม่มีบาดแผลจากการถูกของมีคมบาดไม่รู้กี่แผลต่อกี่แผล หลายครั้งเป็นแผลฉกรรจ์ แต่ด้วยความไม่มีเงิน เราสองคนจึงกัดฟันรักษากันเองตามมีตามเกิด ความยากลำบากในชีวิตทำให้มุ่งมั่นในการเรียนเพื่อทำให้แม่ยิ้มได้อีกครั้ง เมื่อเรียนมัธยมผมก็เรียนต่อในระดับ ปวช. ต่อด้วยปวส.ผมเรียนดีได้ที่หนึ่งมาตลอดและได้รับทุนการศึกษาในช่วงเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคธัญบุรี โดยมีข้อแม้ว่า เรียนจบแล้วผมจะต้องเป็นอาจารย์สอนที่นั่น สอนไปได้สักระยะ ผมก็สอบเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย-เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หลังจากนั้นผมก็ได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีนิปปอน เมืองไซตะมะ ประเทศญี่ปุ่น วันที่เรียนจบผมเก็บเงินซื้อตั๋วเครื่องบินส่งไปให้แม่และน้องสาวที่ตอนหลังได้กลับมาอยู่ด้วยกัน เดินทางมาแสดงความยินดีกับผม ผมเฝ้านับวันรอคอยให้ถึงวันนั้น วันที่คนซึ่งผมรักมากที่สุดจะได้มาชื่นชม ยินดีกับความสำเร็จของผม ในวันรับปริญญา ผมเห็นแม่ยืนยิ้มอยู่แต่ไกล ผมรู้ดีว่าท่านปลื้มใจในตัวผมมากแค่ไหน ชีวิตของผมมาไกลเกินฝันเหลือเกิน จากเด็กเร่ร่อน เก็บขยะขาย เด็กเหลือขอที่ไม่มีใครต้องการ เหมือนเศษกรวดเศษหินที่ไม่มีค่า แต่แม่ของผมกลับเก็บขึ้นมาขัดถูด้วยความรัก จนวันนี้ก้อนหินที่ไม่มีค่ากลับกลายเป้นเพชรนิลจินดาขึ้นมาได้ ผมเดินทางเข้าไปหาแม่ แล้วค่อยๆก้มลง กราบที่เท้าของท่านด้วยความรักเคารพรักอย่างสุดหัวใจ ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาและผู้ปกครองชาวญี่ปุ่นที่มองมาด้วยความฉงนสนเท่ห์ ผมไม่รู้จะตอบแทนพระคุณท่านอย่างไรดี สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนั้นคือคำพูดจากใจว่า “ถ้าไม่มีแม่ค่อยเคี่ยวเข็ญผม คอยดุ คอยตีให้ผมไปเรียน ผมก็คงไม่มีวันมาถึงจุดนี้ ปริญญาใบนี้…ผมขอมอบให้แม่ครับ” แม่ได้แต่น้ำตาซึม พูดอะไรไม่ออก ท่านลูบศีรษะผมเบาๆ เราสองคนแม่ลูกยืนกอดกันด้วยความตื้นตันใจ ผมไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่า คนไม่มีต้นทุนในชีวิตอย่างผมจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ ขณะกอดแม่ น้ำตาไหลอาบแก้มผม…มันคือน้ำตาแห่งความปีติ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมไม่ได้ร้องไห้เสียใจเพราะถูกแม่ตี แต่ร้องไห้ให้กับความเหนื่อยยากทั้งหลายในชีวิตที่ผมอดทนต่อสู้ฝ่าฟันมาจนสำเร็จ เครดิต เรื่องจริง ของดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ดอกเตอร์จากกองขยะ
สวัสดียามดึกครับ "ขอบคุณเรื่องราวและแง่คิดดีๆของเพื่อนๆทุกคนที่นำมาแบ่งปัน" หนูอ้อยบอกให้ทานลิ้นจี่วันละสองลูก แต่พี่สายลมทานเป็นกิโล ผมเข้าใจพี่สายลมดีครับว่ามันห้ามใจไม่ได้จริงๆยิ่งแถวราชบุรีด้วยแล้ว ตอนผมไป"เช็งเม้ง"ที่"ราชบุรี" ตั้งแต่"แม่กลอง"จนถึง"ปากท่อ"มีวางขายตลอดสองข้างทาง แล้วไม่รู้เป็นอะไรญาติพี่น้องต้องพร้อมใจกันซื้อมาไหว้เหมือนๆกัน พอไหว้บรรพบุรุษเสร็จก็นั่งทานกันตรงนั้นเลย แล้วญาติผู้ใหญ่แต่ละคนมีโรคเบาหวานเป็นของตัวเองทุกคน(แต่ผมยังไม่เป็น ) นี่ยังไม่รวมอาหารที่แสนจะมันทั้งแป้งทั้งทอด อย่าง กุยช่าย ขาหมู เป็ดพะโล้ ฯ ตัวผมเองนี่นั่งหัวสุดเลยหยิบถึงทุกอย่าง แถมภรรยายังรู้ใจ เอาถุงมาใส่กลับบ้านพร้อม (คนอื่นเขาไม่ค่อยเอากลับเนื่องจากเขาไปเที่ยวกันต่อ) เพลง"ยากจะหักใจลืม" ผู้ขับร้อง ต้อม เรนโบว์ cr. Moco Chun