ตอนนี้อยากเที่ยวไกลๆบ้าง อยากไปทางเหนือเส้นแพร่ น่าน แต่กว่าจะไปอีกนาน ไว้เวลาจะวางแผน ค่อยสอบถามคนช่าง เที่ยว ทั้งในห้องนี้ และห้องข้างๆ เพื่อจะไปเยี่ยมผู้ที่อยู่ข้างๆที่กุฏิไม้ไผ่
เซิร์ฟๆเอารูปไปเที่ยวฮานอยก่อน ไปเมื่อ 2011 เป็นฤดูฝนของที่นั่น ฟ้าไม่ค่อยใสเท่าไหร่นะคะ เมืองไทยมีเที่ยวบ้างแต่รูปอยู่ในโน้ตบุ๊คเก่าที่พังไปเรียบร้อยแล้ว เสียดายจังค่ะ ถ้าพี่มะนาวไปไหนก็เอารูปมาลงด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า แอบถ่ายสาวในชุดอ๋าวหย่าย แอบถ่ายสาวฝรั่งเที่ยววัดในฮานอย คุณครูพาเด็กๆไปทัศนศึกษา (แอบถ่ายเหมือนกัน) อ้าว ไอ้เจ้านี่รู้ตัวซะก่อน 555+ เมืืองมอไซค์และเมืองจักรยาน ชอบหมวกสามเหลี่ยมของสาวเวียด เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเค้าพอๆกับ " งอบ " ของสาวไทย
เมื่อคืนง่วงซะก่อน ชุด "ภาพเล่าเรื่องเมืองฮานอย" เลยได้แค่นั้น แรงบันดาลใจที่จะขุดภาพกรุนี้ต้องขอบอกว่าได้มาจาก คืออ่านที่ผู้ใหญ่ที่เคารพคุยกันด้วยจิตมิตรภาพแล้วเกิดอาการคันมือ ที่จริงภาพเล่าเรื่ิองชุดนี้เคยลงที่บอร์ดเก่าในกระทู้ของพี่ซิกรี้(ที่เคารพอีกท่าน) คือเราไปไหนก็จะพยายามเอามาแบ่งปันเพื่อคุยกันในประเด็นการเมืองของประเทศนั้นๆ แต่ถ้ามาลงในห้องนั่งเล่นก็คงแนมการเมืองนิดๆหน่อยๆพอสังเขป ฮานอยเป็นเมืองเกษตร เดินไปตามถนน เผลอๆนึกว่าอยู่เมืองไทย ..ช่วงที่ไป มีของขายในกระจาดพวกหมากพลู น้อยหน่า และตามศาลเจ้าเขาจะปลูกดอกไม้สีเป็นมงคล และส้มเป็นหลักโดยถือเคล็ดว่าเพื่อให้โชคชัยไหลมาเทมา ฮานอยเป็นเมืองใหญ่ในภาคเหนือ เคยเป็นเมืองหลวงของเวียดคอมตอนยังไม่รวมประเทศ ปัจจุบันเด็กๆก็มีปัญหาโรคอ้วนและโรคฟันผุตามสไตล์ของเด็กเมือง เดินไปตามทางก็พบแผงขายหนังสือทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ และที่จะขาดเสียไม่ได้ก็ต้องเป็นของฝาก ของที่ระลึก แน่หละ "ลุงโฮ" คือเทพเจ้าตลอดกาล
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2518 เวียดนามปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ หนึ่งในนโยบายที่สำคัญคือให้ประชาชนทุกคนมีด้านหน้าของที่ดินติดถนนได้ไม่เกิน 4 เมตร ทั้งนี้เพื่อให้เข้าถึงโอกาสในการมีร้านค้าติดถนนทำการค้าขายได้เท่าเทียมกันทุกร้าน ดังนั้นเพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับคนในครอบครัว ตึกในเวียดนามจึงสร้างทรงสูงเป็น 3-4-5 ชั้น หรือมากกว่า เพราะถูกจำกัดหน้าร้านด้วยกฎหมายสี่เมตรนั่นเอง ช่วงที่ไปนั้น ฟ้าครึ้มทั้งวันไม่ค่อยมีแดด ขออภัยที่ไม่มี blue sky ..
จะเหมือนกันไหมครับ ... แบบว่าเวลานำภาพ เรื่องมาเล่าให้ใครฟังเนี่ย .. จะรู้สึกสนุกเหมือนได้กลับไปที่นั่นอีกครั้งนึงน่ะครับ(ไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะสนุกด้วยไหม ) โดยเฉพาะวิถีชีวิต ... ผมยังไม่เคยออกนอกประเทสเลย นอกจาก ตรลาดแถวๆพรมแดน ... สำหรับในประเทศตลาดสด ตลาดเช้า , ถนนคนเดิน(บางแห่งเน้นสมัยใหม่มากเกิน) บอกเล่าเรื่องราวได้เยอะทีเดียวน่ะครับ .. ผมคนนึงล่ะ รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก เวลาได้ไปเดินตามตลาดต่างเมืองเนี่ย .. โดยเฉพาะของกิง อิๆๆๆ
หากเล่าทบทวนอีกครั้งส่วนใหญ่จะสนุกเหมือนกันนะคะ เว้นแต่บางเรื่องที่มีบางสิ่งซ่อนอยู่ก็จะเศร้าว่าเออหนอทำไมมนุษย์เราจึงทำกันได้ถึงเพียงนี้ อย่างพูดเรื่องงานหัตถกรรมของเวียดนามเนี่ยของเขาจะขึ้นชื่อมากด้วยความละเอียดมาในสายเลือด เช่นการปักการชุนผ้า และมันทำเงินให้ชาวบ้านเวียดนามได้มากมาย โดยเฉพาะนักช้อบปิ้งไทยที่ช็อปกระจาย งานหัตถกรรมที่ว่าก็เช่นงานเพ้นท์ งานจักสาน งานแกะสลักไม้สลักหยก งานปัก เครื่องเคลือบ ..ล้วนสวยๆทั้งนั้น มีภาพปรากอบ .. แต่งานปักส่วนหนึ่งมาจากหญิงเจ็นเนอเรชั่นที่ได้รับพิษจาก "ฝนเหลือง" ของอเมริกันอันตรายที่จะเอาชนะเวียดกงให้ได้ หญิงพวกนี้พิการทางโครงสร้าง หลังค่อม งานเย็บปักถักร้อยที่ทางการตั้งองค์กรรองรับจึงอาจทำให้พอมีรายได้เพื่อยังชีพ บางคนถึงขนาดขาด้วน ตาบอดก็มีนะ เศร้าไปหรือเปล่าคะ ? คือพอดีกับหนูอ้อยมีน้องที่เป็นบัดดี้ไปด้วยกันทุกทริป แล้วก็คอเดียวกันคือเตรียมอ่านไปก่อน พอไปเจอไรเราก็ร้องอ้อๆๆว่านี่ไงเป็นแบบนี้ไง แล้วก็ขยันรัวกล้อง 555+ ทริปที่ไปนารายณ์ราชนิเวศน์ที่ลพบุรีนั่นก็สนุกมาก ได้ไปดูโครงสร้างประปาในพระราชวัง ดูเศษกระเบื้องถ้วยกะลาแตก (คำเรียกขานของคุณยาย) ได้ไปนอนโรงแรมเก่าๆฝั่งตรงข้ามวังก็สนุกดีแม้สกปรกไปหน่อย ตลาดเช้าที่ลพบุรีก็อยู่ใกล้ๆโรงแรมที่พักหน้าวังน่ะแหละ เดินตลาดดูผักหญ้าของบ้านเมืองเขา แล้วซัดโจ๊กกันคนละถ้วยเอาแรงไปลุยต่อ ประทับใจกันไม่รู้ลืมเลยทีเดียว
เอาสตอบอรี่ไปกินก่อนดีกว่าสลิ่มสาป หลอกใครไม่หลอกหลอกพวกเดียวกันก็ได้ พวกถูกหลอกก็ตามไปดูได้เลยตามลิ้งนี้http://picpost.postjung.com/m/160861.html แหมลอกมาจากเน็ตหน้าด้....นๆ ยังมีหน้ามาพูดว่า เซิฟเอารูปไปเที่ยวเวียดนามปี2010 รุปเมืองไทยก็ดันไปอยู่บนโน๊ตบุ๊คที่พังไปแล้วอีก ยังไม่พอดันมีสลิ่มกดไล้ให้อีกหลายคน สวดยอดไปเลย ปอลิง อย่าลบทิ้งนะบอกก่อนเลยไม่รอดแน่แคปรูปไว้หมดแล้ว เฮ้อ...โม้น้อยๆหน่อยก็ดีนะจะบอกให้
ใครโพสก่อนใครจ๊ะ พี่โพสก่อนนะคะน้อง แล้ว "โตแล้วคิดเองได้คั๊บ" มาลอกพี่ค่ะ เข้าไปดูได้นะคะ จุ๊บๆ http://forum.serithai.net/viewtopic...b2672f2b4b86b11a424e416c00f6&start=30#p578982 ดูวันที่ก่อนนะน้อง พี่ทำไว้ในกระทู้พี่ sigree Re: เวียดนามเป็นอย่างไรบ้าง by หนูอ้อย » Thu Mar 10, 2011 12:08 am แอบถ่ายเด็กประถมเวียดนามปัจจุบันมีแนวโน้มโรคอ้วน Re: เวียดนามเป็นอย่างไรบ้าง by หนูอ้อย » Thu Mar 10, 2011 9:49 am อุบัติเหตุในเวียดนามมีไม่บ่อยแม้รถแมงกะไซจะเยอะแทบทุกท้องถนน ในภาพจะเห็นกองทัพแมงกะไซติดสัญญาณไฟที่สี่แยก http://picpost.postjung.com/m/160861.html โพสท์โดย โตแล้วคิดเองได้คั๊บ 11:50 - 3 ตุลาคม 2554 (ดูผลงานการโพสท์อื่นๆ ของ โตแล้วคิดเองได้คั๊บ) มีนาคม กับตุลาคมห่างกันหลายเดือนอยู่นะจ๊ะ ..
เขามาลอกรูปเราไปใช้งาน .. โพสทีหลังเราตั้ง 6 เดือน กลายเป็นเราลอกเขาเฉยเลย จะด่าเราก็ไม่ดูวันเดือนปีด้วย ทีแรกคิดจะใส่เครดิตที่รูป แต่น้องบอกว่าคนขี้ลอกมันก็คร็อปออกได้อยู่ดี สงสัยทีหลังต้องใส่ลายน้ำ 555+
วันนี้เข้ามาค่ำหน่อย มัวคุยกะลูกสาว ลูกสาวเล่าเรื่ิอง Talk of The Town เพื่อนเรียนที่ญี่ปุ่น ส่งมา เรื่องการขออนุญาตใช้ปืน สรุปว่าขอยากมากๆ ผู้มีสิทธิใช้ได้ มีแต่ตำรวจ และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ตำรวจก็ไม่ได้มีทุกคน คงเฉพาะพวกที่ต้องจับคนร้าย หรือสายตรวจ จะได้ไม่ไปยิงคนที่แหกด่านตรวจ อิอิ จราจรพกกระบอง อันนี้ ลูกสาวเล่าเพราะไปเที่ยวมา เมื่อสักหลายปีมาแล้ว แต่แม่มะนาวไม่มีรูปให้จับ(ผิด)ถูกนะ เพราะอยู่ในคอมพ์เก่าเธอ ยังดีอยู่ แต่ก็ซื้อใหม่อีก ตำรวจญี่ปุ่นเองเวลาใช้ ต้องเก็บปลอกกระสุนกลับด้วยนะ แล้วต้องเขียนรายงานว่ายิงเมื่อไร ที่ไหน ยิงไปกี่นัด ประชาชนแทบจะไม่สามารถครอบครองปืนได้ โดย กม. จะเปิดช่องให้มีได้เฉพาะที่จะขอจะใช้ได้ในกรณีล่าสัตว์เท่านั้น ถ้าพี่ขอคงพอได้ เหตุผลคือไว้ยิงสัตว์ที่มาเพ่นพ่านแถวบ้าน พวกหนูสกปรก แหละ 555555 มีการอบรมภาคทฤษฎีเรื่องปืนและ กม.โดยผ่านการสอบข้อเขียน แล้วทดสอบความแม่นยำในการยิงปืน ให้ได้ตามที่กำหนด ประเภทน้องๆทีมชาติ เผื่อว่าจะได้ไม่ซี้ซั้ว ยิงพลาดไปโดนหัวชาวบ้าน ตรวจสอบสุขภาพของร่างกายและสุขภาพจิตด้วยที่ รพ. เพื่อยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องสารเสพติดหรือมีปัญหาสุขภาพจิต แถมต้องยื่นประวัติส่วนตัว และเครือญาติให้ตำรวจ โดยพวกที่มีประวัติอาชญากรรม เป็นสมาชิกกลุ่มการเมือง เป็นนักกิจกรรมที่ก้าวร้าว รวมทั้งบุคคลล้มละลาย พวกนี้ไม่สามารถมีปืนในครอบครองได้เลย เมืองไทยไม่ยักมี (ส่วนใหญ่ชอบยิงหน้าคอมพ์มากก่า แมนมากเค่อะ) ต้องมีแจ้งซื้อปืนร้านไหน พร้อมรายละเอียดของปืน และจำนวนกระสุนด้วย การเก็บปืนต้องมีตู้เก็บเฉพาะ และแยกกระสุนปืนไว้คนละที่ พร้อมมอบแผนที่ที่เก็บให้กับตำรวจ ใบอนุญาตต่อทุก 3 ปี ซึ่งถ้าเจ้าของปืนเกิดมีปัญหา อาจถูกยึดใบอนุญาต หรือไม่ต่อ ก็จบข่าวเรื่องติดคุก เอ๊ยไม่ใช่ กม.เข้มมาก ขนาดยากูซ่ายังไม่กล้าพกเลย เพราะขืนตำรวจเจอ ไม่ต้องเถียง คุกอย่างเดียว ยาวไปเลยพี่ (กระเป๋ารถเมล์สมัยก่อนชอบพูด) ฟังแล้วแม่มะนาวไม่สงสัยอีกว่าทำไมพวกนักการเมืองที่ทำความผิด และมีความละอาย ถึงได้ทำฮาราคิรี หรือโดดเขาตาย เพราะปืนหาไม่ง่ายเหมือนสารขัณธ์ ที่ประกาศว่ามีตั้ง 30 ล้านกระบอก เนี่ยยังไม่นับปืนเถื่อนอีกนะ ญี่ปุ่นทั้งประเทศมีปืนประมาณ สองแสนกว่ากระบอก จากประชากร 127 ล้านมั๊ง ถ้าจำไม่ผิด แล้วห้ามจับผิดด้วย อิฉันแก่แล้วและเจ้าของเรื่องเดินไปซื้อผลไม้ให้เจ้ากระรอกบินของเธอ
เห็นรูปที่หนูอ้อยถ่ายตอนไปเที่ยวเวียดนาม เมื่อ มีนาคม 2011 รูปเยอะดีนะคะ สวยด้วย เห็นกระเป๋าปักแล้วเฮ้อ....ถ้าแม่มะนาวไปสงสัยหอบมาครบทุกสี สวยอ้ะ หวังว่าคนขี่แมงกะไซด์ที่โน่น ไม่เหมือนบ้านเรา ที่ชอบขี่บนทางเท้า แถมบีบแตร ไล่เราอีก ลูกสาวเองอยากให้แม่ลองไปเที่ยวแบบ Backpack คือเธอไปอ่านในพันติ๊ป มีคุณแม่คนนึงทำแล้วถ่ายรูปมา ลูกชายเอามาลง หนูอ้อยไปเวียดนามลำบากเรื่องภาษาป่าว เขาพูดอังกฤษ หรือฝรั่งเศส ตอนวัยเดียวกับหนูอ้อย แม่มะนาวก็เที่ยวนะ ถ้าเป็น long weekend ส่วนใหญ่ขึ้นเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ทุกปี แหมมันมีหลายดอยให้ขึ้น รูปไม่ค่อยมี เพราะถ่ายไม่เก่งอีกอย่าง สมัยนั้นยังเป็นฟิล์มที่แพงมั่กๆ ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ จากมือถือก็ได้แล้ว อันไหนไม่ชอบก็กดทิ้ง แต่ฟิล์มมันทิ้งมะได้นะซิ และได้ฟังที่คุณปลายฟ้าเล่าเรื่องไปเที่ยว ตลาดเนี่ยเป็นอันนึงเลยที่ต้องไป ชอบดูผู้คน บรรยากาศ และวิถีชีวิต ขอยืมคำ คุณปลายฟ้าสักหน่อย แล้วบันทึกลงสมองค่ะ เลยเป็นแต่เล่า จากความทรงจำล้วนๆ ฟังเพลงหน่อยเนอะ ไม่ได้ฟังนานแระ
ไปเวียดนามกับน้อง น้องได้ประโยชน์เพราะเค้าตอนนั้นอยู่มัธยม ได้ใช้ประกอบการเรียนวิชาสังคมศึกษา เช่นพอครูพูดถึงประเทศนี้ก็จะคลิกในสมองเลยว่าเคยเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสนะ เป็นของเมกานะ เมกายังใกล้ตัวเพราะมีหนังเกี่ยวกับต้านสงครามเวียดนามเยอะ แต่ฝรั่งเศสนี้น้องบอกเต็มตาเลยเพราะตัวหนังสือฝรั่งเศสมีทั่วบ้านทั่วเมืองเวียดนาม หนูอ้อยไปตามตลาดเขาพูดไทยกันได้นะ พวกแม่ค้าชอบนักช้อปไทย แถมรับเงินบาทอีกตะหาก เช่นหมวกแก๊ปปักคำว่าเวียดนามสีต่างๆซื้อทีละสิบ ยี่สิบใบก็ตกใบละ 40-50 บาท ของไม่ค่อยแพงเพราะค่าจ้างแรงงานบ้านเขาถูก ครั้งแรกไปภาคกลางพวกเว้ ดานัง ฮอยอัน ยังแลกเงินด่องไป แต่รอบหลังที่ไปฮานอยนี้ใช้เงินบาทซื้อเลย แม่ค้าชอบบอกว่าเงินบาทเป็นราคาดี นี่เล่าว่าไปเวียดนาม 2 ครั้งจะเป็นคนขี้โม้อีกมั้ยนี่ 555+ ว่าแต่ตอนพี่มะนาวไปเที่ยว อย่าลืมถ่ายรูปมานะคะ แล้วใส่ลายน้ำจดลิขสิทธิ์ให้ลายพร้อยเลย 555+อีกที หนูอ้อยถ้ามีโอกาสได้ไปเวียดนามอีกครั้ง สถานีต่อไปคือ ซาปา ที่ทุกวันนี้กลายมาเป็นคำว่า สปา เมืองนี้อยู่เหนือฮานอยไปอีก อากาศจะเหมือนยุโรป หน้าหนาวมีหิมะตกด้วย เวลาฝรั่งไปเวียดนามก็จะถวิลถึงซาปาเพราะอากาศคล้ายที่บ้านเขา .. ป.ล.มีแฟนนานุแฟนคนนึงหลังไมค์ชมว่าหนูอ้อยถ่ายรูปสวยเหมือนกันนะ ฮ่าฮ่าสวยเกินไปละมั้งเลยมีคนไม่เชื่อว่าถ่ายเองแต่ไปลอกเขามา ..เหอๆ ถ่ายรูปไม่มีไรยาก ใช้ใจถ่าย ออกมาสวยทุกรูปค่ะ
แม่มะนาวก็อยากถ่ายรูปโดยใช้ใช้ใจนะ มือมันไม่นิ่ง แบบยิ่งเกร็งยิ่งสั่น นี่ยังถ่ายรูปสมัยเรียน ลงในสมาคุยรร. เก่าไม่หมดเลย พรุ่งนี้อาจไปหาน้องเขาให้เขา scan น่าจะง่ายกว่า แต่ต้องตกลงว่า แม่มะนาวต้องเขียนบรรยายเองนะ วันนี้คุณแสงธูปไม่คุยเลย ตกใจไรเหรอ ไม่ใช่ตุ๊กแกซักหน่อย แค่ไอ้หนูสกปรก กะลังรอซื้อปืนจากญี่ปุ่นอยู่จ้ะ เขาไว้สำหรับให้ล่าสัตว์ได้
ต๊กใจว่าหนูอ้อยถูกด่าว่า " หน้าด้....นๆ " 555+ อย่างแมนหน้าจอมั่ก แถมพวกตัวยังคลั่ง รัวกดไล้กันใหญ่ เหอๆ .. ( เขียนงี้ จริงๆ )
สวัสดียามค่ำครับ สองสาวไล่หนูกันไปเรียบร้อยแล้วผมถึงกล้ากลับเข้าบ้าน (แมนมั่กๆ) ผมนั่งอ่านตั้งแต่"หนูอ้อย"เอาความจริงฟาดใส่เขา จนมาถึง"พี่มะนาว"เปิดเพลง โดยเฉพาะ"คำคมวันนี้" ถูกใจครับ ฟังเพลงกันดีกว่า เพลงนี้"หลวงพี่"เปิดให้ฟังนานแล้วอยากฟังอีกจึงขออนุญาตนำมาเปิดอีกครั้ง "คน"
เป็นกำลังใจให้หนูอ้อยนะ อย่าคิดมากช่วงนี้บอร์ดเรา คนโง่ จิตอกุศลเข้ามาเยอะ เห็นแค่รูปเหมือนกันก็สรุปในแง่ร้ายกับเราแล้ว มีบทกลอนจากกวีเอก สุนทรภู่มาฝาก จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสิ้น อย่านึกนินทาแกล้งแหนงไฉน นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ จึงร่ำไรเรื่องร้างเล่นบ้างเอยฯ .... สุนทรภู่ / นิราศภูเขาทอง อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แค่องค์พระปฎิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา .... สุนทรภู่ / พระอภัยมณี อันมนุษย์สุดจะเชื่อมันเหลือปด พูดสบถกล้าสะบัดไม่ขัดสน เพราะแต่คำน้ำจิตคิดประจญ ปากเป็นผลใจเป็นพาลเหลือมารยา ใครหลงลิ้นกินลูกยอก็พอม้วย ต้องตายด้วยปากมนุษย์ที่มุสา คนทุกวันมันมิซื่อถือสัจจา สู้สัตว์ป่าก็ไม่ได้ใจลำพอง .... สุนทรภู่ /โคบุตร
หนูอ้อยอยู่บอร์ดนี้มาตั้งแต่บอร์ดเพิ่งแยกมาจากพันทิปและบอร์ดยังเป็นชื่อเก่า (สมัครวันนั้น 21 มีนาคม 2552) เก่า (แต่ไม่แก่) ขนาดนี้ไม่คิดมากหรอกค่ะ ผ่านสมรภูมิในเว็บเรามารอบแล้วรอบเล่าที่แรงกว่านี้ เพราะปณิธานเสมอมาในการนั่งอยู่หน้าจอคือ " รับผิดชอบทุกโพส " ระวังแม้กระทั่งตัวสะกด ดังนั้นเรื่องเนื้อหา - เรื่องรูปภาพไม่ต้องพูดถึง ไม่ลอกการบ้าน ไม่ลอกข้อสอบอยู่แล้วจ้ะ ไอ้ประเภท "ภาษาสะดวก" เช่น "รุปเมืองไทย" "โน๊ตบุ๊ค" "กดไล้" แบบนี้ไล่หนีไปไกลๆเลย 555+ ขอบคุณทุกกำลังใจทั้งหน้าไมค์ และหลังไมค์ จุ๊บุ๊ จุ๊บุ๊
ลองดูสิ่งที่เพื่อนมนุษย์พึงมีต่อกัน ยังขอยืนยัน คนไม่เท่ากัน เพียงแค่ Species เดียวกัน Homo Sapiens เด็กๆ และเพื่อนบ้านมาช่วยหญิงชราวัย 75 ปีกำจัดวัชชพืช เพื่อช่วยให้เธอรอดจากคุก
จดหมาย ถึงเจ้าพระยาหน้าเห่ย เธอคือตัวอย่างความเชื่อที่ฉันมีมาตลอดว่า คนเราไม่เท่ากัน ไม่เท่ากันในด้านความคิด ไม่ใช่เรื่องของคิดต่าง แต่เป็นเรื่องของการควรทำหรือไม่ควรทำที่คนบางพวกจิตสำนึกไม่สามารถแยกแยะได้ บ้านดินเหนียวเปิดให้คนที่มีความสุนทรีย์ทางอารมณ์ เข้ามาพูดคุย แลกประสบการณ์ที่ผ่านมา จะเก่าหรือจะใหม่ ก็รวมอยู่กันได้ เพราะเรารู้จักที่จะรับฟัง และเรียนรู้สิ่งที่เรายังไม่รู้จัก ห้องนี้จึงมีแม้คำสอนทางศาสนาสั้นๆ ให้ความหมายง่ายๆ มาลงไว้เพื่อสอนใจ "จงเป็นน้ำที่พร่องแก้วอยู่เสมอ" เพราะเราสามารถจะเติมเต็มสิ่งดีๆ ได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นน้ำเต็มแก้ว ซ้ำร้ายน้ำเน่าอีก ทำได้อย่างเดียวคือเททิ้ง รดวัชชพืช ให้เติบโต ไว้เลี้ยงสัตว์ การเข้ามาด่ากราด ของเธอในห้องนี้ น่ารังเกียจ แต่ก็อีกนั่นแหละเพราะคนไม่มีวันเท่ากัน จึงแยกแยะอะไรไม่ได้ ข้อกล่าวหาที่ยกมาเพราะอยากด่าคนอื่น ดูตลก ไร้สาระ เหมือนพวกตลกตราเกี๊ยะไขว้ รูปลงแต่เดือนมีนาคม 2011 แต่รูปของคนที่เธออ้างว่าไปลอก กลับลงในเดือนตุลา 2011 สงสัยว่าหนูอ้อย คงนั่งยานข้ามเวลาไปอนาคตได้ จึงสามารถไปแอบเอารูปมาลงก่อนได้ ถ้าไม่มีโมหะจริตครอบงำ คงสังเกตุได้ในข้อนี้ และการที่ไปนำกระทู้ผู้อื่นมาเทียบนั้น ได้ขอเจ้าของแล้วยัง หรือลืมไป (เหมือนบางคนที่กำลังจะติดคุกเพราะความหลงลืม) เข้าใจว่าเธอมาจากห้องกาแฟ และเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี (เถียงไม่ได้เพราะตัวเองไร้เหตุผล) เลยเข้ามาแสดงความเขลาในห้องนี้ อย่าบังอาจมาเรียกพวกฉันว่า สลิ่มสาป มันคืออะไร สลิ่มเข้าใจว่าเป็นอาหาร แต่สาปนี่จะหมายถึงสาปส่งพวกชั่วช้า ทำลายชาติ ใช่ไหม สองคำมารวมกันแล้วคืออะไร ภาษาถูกสร้างมาเพื่อให้สะดวกในการติดต่อถ่ายทอดความคิด มานานแล้ว สร้างไม่เป็นก็อย่าทำลาย เธอไม่มีสิทธิ์ตรงนั้น อยากขอยืมยานข้ามเวลาหนูอ้อยมาใช้ อยากเห็นอนาคตเธอจัง ว่าจะลงเอยอย่างไร
ชอบวงนี้มาก ตอนออกเพลงนี้รู้สึกจะเข้าท๊อป10ที่อังกฤษ และเพลงนี้ในยุค 80 จังหวะทำนองแหวกแนวมาก Eurythmics อยู่ในยุคเดียวกับ Culture club ที่นักร้องนำคือ Boy George ซึ่งก็เป็นยุคที่เด็กวัยรุ่นในอังกฤษเริ่มย้อมผม เจาะหู แล้วแต่งหน้า จะหลังพวกพังค์ Punk หน่อย แต่แฟชั่นนี้ก็ได้รับความนิยมเร็วมาก .. 30 กว่าปีแล้วนะ เวลาผ่านไปเร็วจัง....ยังจำความหลังที่คิดถึงบ้าน และคนที่เมืองไทย.. นับวันนับเดือนเหมือนจะขอให้มันผ่านไปให้เร็วๆ มาถึงวันนี้กลับตรงข้าม หวนคิดถึงอดีดที่เรียกกลับมาไม่ได้....ผ่านเป็นเรื่องราวที่ฝั่งลงลึกในใจ..เหมือนรอยแผลทีติดตามตัว สะกิดเมื่อไร ก็..เศร้าเมือนั้น
Sweet dreams are made of this Who am I to disagree I travel the world and the seven seas Everybody's looking for something Some of them want to use you Some of them want to get used by you Some of them want to abuse you Some of them want to be abused Sweet dreams are made of this Who am I to disagree ฮ่าๆ ชอบเพลงเดียวกับคุณแม่หนูอ้อยเลย อะ
ยามดึก ไม่เห็นคุณ hillton(ปาล์มาลี) นานแล้วเหมือนกันนะคะ ไม่เหมือนบอร์ดเก่าที่คนยังพลุกพล่านลานตา สงสัย ปิดนานไปหน่อย เลยกระจายไปกันเยอะ วงนี้ชอบหลายเพลงอยู่ค่ะ เอาเพลงมาลงแทนความรู้สึกบ้างก็ได้ จะเหงา จะเศร้า จะสุข หรือง่วง บางวันเลยลงเพลงชวนนอนซะงั้น อิิอิ คนเรา ไม่เคยมีใครไม่เคยมีแผลเป็น สะกิดสะเกาบางครั้งบางคราเพื่อความฟินในอารมณ์บ้างก็ได้ ไม่เห็นแปลก แม่มะนาว ทำออกบ่อยไป
สวัสดียามค่ำครับ ทุกคนย่อมมี"ความหลัง"ถ้าเลือกได้ใครๆก็อยากจะมีแต่เรื่องราวดีๆ ความจริงไม่ใช่ความฝัน บางครั้งเราก็ก้าวผิดที่เดินผิดทาง บาดแผลมากมายที่แม้ต่อมาภายนอกจะหายแต่ภายในยังคงเจ็บ เจ็บทุกครั้งที่ใจเราไปโดน แต่จะเจ็บเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าถ้าคนที่เรารักเป็นคนกดแผลนั้นของเรา "ความหลัง"พงสิทธิ์ คำภีร์
คุณอ้อยคงหมายถึงการชอบเพลงแนวเดียวกันกับคุณแม่มั่งครับ แต่เสียงหัวเราะนำหน้าดูแปลกๆ คุณแม่มะนาวก็ช่างเอาเพลงถูกใจมาให้อีกเพลง เพลงนี้จำได้แม่นมากว่าเคยใส่ กางเกงทรงsailorไปนั่งฟังทีThe fox ตรงเพลิตจิตอาเขต ตอนนั้นหัวยังเกรียนอยู่เลย แต่แอบเข้าไปกับเพื่อนๆ มีเพลงนี้เมือไรก็ต้องตามด้วย สาวน้อยอายุ 16 คู่กันเสมอ
ขอบคุณค่ะคุณแสงธูป เพลงนี้เวอชั่นนี้ชอบมากกก ชอบจริงๆๆ พี่สายลมสบายดีค่ะ แต่จะยุ่งเพราะเข้าหน้าฝนแผ่นดินเงิน แผ่นดินทอง น้อง (ใส้) เดือนมาช่วยพรวนดิน เจอที่ไหนก็จะเชิญ น้องไปอยู่รวมกันในบ่อบุฟเฟต์ใบไม้ ส่วนอีกอย่างก็คือแฟนแม่ ไม่สบายเพิ่งดีขึ้นแต่ยังต้องพาซ้อนท้ายชาลีไป รพ.ทุกวัน เพราะ เป็นแผลที่นิ้วเท้า แผลเบาหวานนั้นสำคัญขนาดไหน คุณแสงธูปคงจะรู้นะคะ พี่สายลมยังตามทุกเรื่องราวที่บ้านนี้ค่ะ