คุณแสงธูปบอกเคยขายน้ำแข็งไส แบบดั้งเดิม แม่มะนาวเคยลองไสดู ไม่ง่ายอย่างที่คิด ตอนแรกมันกระชึก กระชัก(ปู๊นๆ) ที่บ้านก็มีค่ะ แต่ไม่ได้ขาย ทำทานกันเวลารวมญาติตอนเสาร์-อาทิตย์ มีหม้อก๋วยเตี๋ยวทำเอง ด้วยนะ อาเขยแม่มะนาวเป็นทหารเรือ แบบสารพัดช่างเลย พวกนี้เป็นไรไม่รู้ชอบซ่อมรถได้ทั้งวัน(หยุด) แม่มะนาวเลยได้เรียนรู้วิธีเปลี่ยนยางรถ ติดตัวมาด้วย คำถามหนูอ้อยทำเอาแม่มะนาวคิดทั้งวัน เพราะอ่านแต่ตอนเปิดเครื่องตอนบ่ายแล้ว และยังคิดไม่ออกเลย ว่าทำไมเรียกกระเป๋า จะว่าเขาเก็บเงินในกระเป๋าก็ไม่ใช่ เขามีกระบอกใส่ตัง และฉีกตั๋ว แถมเดินชอบเขย่ากระบอก จนแม่มะนาวกลัวว่าสักวันมันจะโดนหัวใครเข้า หรือบางทีอาจมีแล้วก็ได้ แต่ยังไม่ใช่หัวแม่มะนาวแน่นอน
คุณแม่ของหนูอ้อยเก่งนะคะ ส่งเรื่องลงแพรวได้นี่ ถือว่าฝีมือเลยเชียวแหละค่ะ เรื่องคะ ค่ะ ค๊ะ เนี่ย คุณแม่หนูอ้อยไม่หยุมหยิม หรอกค่ะ ต้องรีบเข้าข้าง เพราะแม่มะนาวก็เป็น ไม่เห็นยากเลยก็เขียนตามเสียงที่ออกมาอยู่แล้ว แม่มะนาวไม่ได้เป็นเด็กอักษรค่ะ เป็น(อดีต)เด็กศิลปศาสตร์ คือที่แม่มะนาวเรียนเหมือนแยกสาขาเจาะลึกลงไปมากกว่า แบบพวกหมอค่ะ ถ้าเปรียบให้เห็นชัด หมอศัลย์ หมอสูติฯ หมอผิวหนัง คณะแม่มะนาวบรรดาภาษาอังกฤษทั้งหลายที่ อักษรเรียน จะถูกซอยแยก (เราเรียนภาษาไทยแค่ปี ๑ วิชาพื้นฐานที่ทุกคณะ ทุกคนต้องเรียนให้ผ่าน) เป็นเอกภาษาศาสตร์ เอกอังกฤษ เอกวรรณคดีอังฤษ อย่างอังกฤษนี่ วิชาบังคับ คือ Reading Writing Structure และ Speaking and Listening เรียนวิชาละ 18 หน่วย ทุกอัน สรุปคือต้องผ่านทุกเทอม เทอมละ 3หน่วย ทั้ง 4 ตัวเลย พวกนี้เลือกโทอะไรก็ได้ แต่ไม่ค่อยมา วรรณคดีกัน จริงๆเด็วรรณคดี ถ้าไม่เลือกโดยสมัครใจ ก็จะถูกบังคับให้โดนเลือกแบบแม่มะนาว อิอิ เพราะคัดจากผลสอบอังกฤษ พื้นฐานตอนปี ๑ ยังโชคดีที่ได้ติดวรรณคดี ไม่งั้นต้องไปเรียนประวัติศาสตร์อะไร เทือกนี้แน่ บุญแม่มะนาว ที่ไม่ต้องเจอ สศจ ส่วนวรรณคดี ก็เรียนกันไปทั้ง วรรณคดีของอังกฤษ และอเมริกัน จากที่พบมาไม่เคยเห็นนักเขียนจบจากสาขาวรรณคดี สักคน เห็นมีแต่อักษร อาจเพราะเราเรียนลึกไป ปีสุดท้ายจะเรียนวรรณคดีวิจารณ์ แม่มะนาวว่าวิชานี้แหละ เพราะต้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติทั้งหลายของงานเขียน จินตนาการเลยหายหมด ตรงนี้ก็ไม่ได้ ตรงนั้นก็ไม่ดี จะให้ดีต้องอย่างนี้ เลยเลิกเขียนดีกว่า ไปทำงานบริษัทซะเลย ไม่เกี่ยวกับวรรณคดีใดทั้งนั้น แต่อ้อ มีข้อดีอย่าง บังเอิญนายฝรั่ง ผู้สัมพลาด(ไปจริง) เป็นชาวอังกฤษ พอเห็นว่าแม่มะนาวจบสาขานี้ เลยถามเรียนงานคนนี้ คนนั้นป่าว เลยคุยกันสนุกสนาน สรุปว่าแม่มะนาวได้งานที่ไม่ตรงกับที่เรียน แต่ฝรั่งพูดมาอย่างนึง เขาบอกว่า ถ้ายูจบปริญญาตรีมา แปลว่ายูพร้อมที่จะทำงานอะไรก็ได้ เพราะถูกสอนให้รู้จักคิดอย่างมีระบบ เหมือนอย่างที่หนูอ้อยเคยบอกไง คือทำได้โดยข้ามประสบการณ์ ไม่มีอะไรสูงเกินมือจะคว้า ถ้าตั้งใจพอ และไม่ท้อต่อชีวิต นักปาดที่ไหนไม่รู้กล่าวไว้
สวัสดียามดึกครับ คืนนี้พี่มะนาวนอนดึกจังเลยผมคิดว่าหลังเที่ยงคืนจะเข้านอนกันหมดแล้ว เรื่องไสน้ำแข็งนี่ถ้ามือใหม่จะติดเสมอเนื่องจากออกแรงไม่พอ หรือไม่ก็ตั้งใบมีดสูงไป ส่วนเรื่องกระเป๋าถ้าเอาความรู้สึกส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบว่ารถเมล์เป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งแล้วคนเก็บค่าโดยสารเป็นที่เก็บเงินของรถเมล์ เลยเรียกว่ากระเป๋าของรถเมล์พอนานๆเข้าเลยเหลือแค่กระเป๋ารถเมล์ อะไรประมาณนี้หรือเปล่า ครับ ส่วนกระบอกเก็บตั๋วกับเหรียญ ตรงที่ฉีกตั๋วผมเคยเห็นเด็กกระเป๋ารถ ลับจนคมกริบเลย ไม่รู้พวกจะเอาไว้ฉีกตั๋วหรือเอาไว้ปาดคอใคร "คนขี่หลังควาย" ดาว บ้านดอน
คุณหนูอ้อย พูดถึงสองแถวบ้านเรา(ขอนแก่น) ทำให้ผมนึกถึงการเดินทางสมัยก่อน ถ้าจะไปขอนแก่นต้องไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงตอนกลางคืนจะมาถึงเมืองพลตอนใกล้เช้า แล้วไปต่อรถสองแถวใหญ่ที่มีคันเดียวในหมู่บ้านซึ่งจะมารับคนแค่สองรอบคือเช้ากับบ่ายถ้าพลาดต้องรอหรือไม่ก็สามล้อเครื่องแต่ราคาแพงมาก ต่อมาคนมานิยมขึ้นบขส.กันเวลาจะไปก็ไปขึ้นที่หมอชิต ผมชอบตอนไปจอดที่ชุมทางโคราชสนุกดีตามประสาเด็กๆได้ไปซื้อขนม ไปเดินเล่นที่แปลกใหม่ พอจบหน้าเทศกาลคนที่ทำงานอยู่กรุงเทพก็ต้องจากบ้านมาทำงาน พ่อ แม่ ภรรยา ก็จะมาส่งขึ้นรถ "ด่วนบขส." สนธิ สมมาตร ราตรีสวัสดิ์ครับ
ถ้าจะกรุณาพี่มะนาวช่วยอธิบายความต่างของ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ด้วย อย่างเรียนครูเนี่ย จุฬาก็มีครุศาสตร์ มข.ก็มีศึกษาศาสตร์ สองอันนี้รู้ว่าต่างจากสามอันแรกเพราะต้องเรียนพวกวิชาชีพครู และการสอนด้วย อย่างตอนสอบเข้าก็ต้องสอบ แพทครู(จำรหัสไม่ได้) สมัยสิบปีก่อนเขาให้สอบวิชา "วัดแววความเป็นครู" ด้วย(ชื่อตรงไปตรงมาดีเนอะ คือดูว่าจะมีแววไหม - ฮา) ซึ่งอักษร-ศิลป-มนุษย์ ไม่มี "วัดแววอักษร" นะ 555+ หรือว่าเพราะคนละสถาบันเลยต้องผลิตชื่อให้ต่างกันเข้าไว้ คือที่บ้านนั้น คุณแม่กับหนูอ้อยเป็นเด็กวิทย์ คุณพ่อสายศิลป์ ส่วนน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันมาอยู่บ้านเราตั้งแต่ ม.1 เลี้ยงเป็นลูกอีกคน (ดีใจที่มีน้อง คนนี้ติ่งแทยอน) นางเอ็นท์ติดวิศวะแล้ว มาปีนี้ยื่นซิ่วติดอักษรจุฬาด้วย ก็เลยไปได้ความรู้ใหม่ว่าอักษรจุฬาเดี๋ยวนี้เปิด segment ใหม่ขึ้นมาด้วย ไม่ใช่เรียนภาษาอย่างเดียวแล้วแยกเป็นเอก โททางภาษา และการละครเหมือนตอนสมัยที่พระเทพฯทรงพระอักษรอยู่ segment ใหม่ที่ว่าคือ ภูมิศาสตร์ภูมิสารสนเทศ ซึ่งรับเด็กโปรแกรมวิทยาศาสตร์ คุณแม่บอกว่าโลกเราเปลี่ยนไปแล้ว อักษรก็ต้องปรับตัวให้ทันสมัยขึ้น จะมามัวคร่ำครึอยู่ในเทวาลัยเหมือนยุคเดิมๆไม่ได้แล้ว แชมพูแพนทีนเขายังแบ่งเซ็กเมนท์เป็นแชมพูสำหรับผม curve c , curve s etc. เลย อุแหมเข้าใจเปรียบโนะคุณแม่นี่ เห็นน้องเขาเตรียมให้คุณแม่สอนบูมจุฬาให้แล้ว เขามันศิษย์ผู้พี่-ศิษย์ผู้น้องกัน - ฮา คือคุณแม่เขาก็จุฬานะรหัส 16 ปีเดียวกับพระเทพฯแต่คนละคณะ น้องจะไปเรียนอักษรนี่เรียกว่าหมุน 180 องศาเลยจากวิดวะ เขาชอบก็ชีวิตของเขา ฟังพี่มะนาวพูดเรื่องศิลปศาสตร์ หนูอ้อยก็เลยสงสัยว่า เอ๊ะอักษรเนี่ยไม่เหมือนศิลปศาสตร์เหรอคะ .. ( ที่พี่มะนาวเขียน อาจพอรู้บ้างละว่าศิลปศาสตร์เอกวรรณคดีเรียนลึก แล้วศิลปศาสตร์สาขาอื่นหละ ทั้งมนุษยศาสตร์อีก เรียนอะไรกัน ทำไมไม่เรียกให้เหมือนกัน ..( วิศวะเขาก็เรียกวิศวะทุกมหาลัย แพทย์ก็เรียกแพทยศาสตร์ทุกมหาลัย ไรอย่างเงี๊ยะ ) แดนเทวาลัย จุฬา
ความต่างของ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ชื่อต่างกันไง และอยู่คนละมหา'ลัย ฮ่า ฮ่า อย่าเพิ่งขว้างค้อนมา แม่มะนาวฝึกวิชาหลบตาลปัตร จากหลวงพี่จนคล่องแล้ว คือว่า ไงดีล่ะ อักษรศาสตร์ ตามที่แม่มะนาวเข้าใจ (มีเพื่อนกลุ่มเดียวกันแยกกันอยู่ จุฬา กับ มธ.) น่าจะเรียนทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ส่วนจะแบ่งเอกนั้น ไม่ทราบแน่ชัด ว่ามีเอกไทย หรือเอกอังกฤษ หรือเปล่า จริงๆแล้วเรียนในขั้นมหา'ลัย ก็เหมือนเราเรียนแคบลงมาเรื่อย อักษรสมัยนั้นลองถามคุณแม่ดู เพราะคงไม่ต่างอะไรกับยุคแม่มะนาว เราห่างกัน 2 รุ่นเอง แม่มะนาวคงเล่าได้เฉพาะคณะตัวเอง ชื่อปะกิดคณะนี้คือ Liberal Arts คณะอักษรนี่เขาเรียก Arts เฉยๆป่าว ไม่รู้จริงๆ คณะนี้สมัยนั้นมี 7 เอก ภาษาศาสตร์ ก็เรียนพวกการอ่านออกเสียง หนูอ้อยเคยเห็นในดิคชันนารี ป่าว ที่มีตัวอ่านอยู่หลังศัพท์ เขียนแปลกๆ จะมีอะไรไปมากกว่านี้ไม่ทราบจริงๆ เพราะที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน ไม่มีใครอยู่เอกนี้ พวกนี้ส่วนมากเด็กคะแนนต้นๆ ของคณะ ภาษาอังกฤษ อันนี้พอทราบ เพราะเพื่อนสนิทอยู่ทั้งคู่ พวกนี้เรียน แค่ 4 อย่างจริงๆแบบรู้ลึกกันไปเลย ตั้งแต่ปี 2 ถึงปีสี - structure โครงสร้างประโยค เรียนพวก tense ทั้งหลาย verb ไรพวกนี้ - writing จะเรียนเกี่ยวกับการเขียนแบบ การรวมประโยคเล็กๆแล้วมาเชื่อมกัน เหมือน ม.ปลาย แต่หนูเอ๋ย มันไม่ ง่ายปานนั้น ยกตัวอย่างแบบมีประโยคเล็กๆ หลายประโยค ก็จับประโยคพวกนี้มารวมเป็นประโยคเดียวเสียเลย โดยคำอธิบายคุณลักษณะทั้งหลาย ยังอยู่ครบ ตัดทิ้งไม่ได้ เช่น This is a dog. A dog has three legs ก็กลายเป็น Three leg-ged dog ประมาณนี้ เวลาสอบเขา จะบอกว่าให้เรา combine these sentences เป็นประโยคเดียว และขณะเดียวกันที่สุดของหัวใจเลย หนึ่ง Paragraph มี full stopเดียว จงแยกออกมาเป็นประโยคเล็กๆ - reading ก็เป็นการอ่านหนังสือ ที่พวกเรามักไปเรียนเป็นวิชาเสรี เก็บคะแนน - Listening & Speaking ก็หัดฟังหัดพูด ไว่เรียนเพื่อการผ่อนคลาย วรรณคดีอังกฤษ ก็เรียนเหมือนวรรณคดีไทย แต่เขามีสี่ยุค Elizabethan Neo-Classic Romatic Victorian ก็เรียน งานในแต่ละยุคไป ยุคที่น่ากลัวที่สุด ยุคแรกเรย เราเรียนเรื่องคุณหอกสั่น ในภาพรวมยังไม่พอ มีแยกเป็น ตาคนนี้เดี่ยวๆ อีก วิชา ข้าพเจ้าจะบ้าตาย แม่มะนาวไม่ค่อยเข้าเรียน หนีไปเล่นเทนนิส เจอข้อสอบว่า ทำไมฉากนี้ มีเป่าเขา Horn เอาภาพรวมแค่นี้ไปก่อนนะ ก็บอกแล้วว่าแม่มะนาวชอบเล่าเรื่องเก่าๆก็จริง แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสุนทรีอารมณ์ เศร้าๆ เล่าไม่เป็นอ้ะ จำได้อีกอย่างคือ เข้าไปนั่งกัดปากกา ขมวดไปทั้งหน้า ไม่ใช่แค่คิ้ว ในวิชาสอบยุคโรแมนติค ฮึ่มฮั่มๆ มีเรียนวรรณคดีของอเมริกันด้วย เรียนตั้งแต่ยุคบุกเบิก พวกบันทึกการเดินทาง อีก 4 เอก คงจะเป็น ประวัติศาสตร์ จิตวิทยา สถิติประยุกต์ แล้วไรอีกอันไม่รู้ เพราะเป็นพวกสายวิทย์ เอกวรรณคดีแปลอย่างตรงที่เขาไม่ให้เรียนโทอังกฤษ เพราะมีภาคบังคับว่า ต้องเรียน structure และ writing ทั้งสองวิชาให้ได้ 18 หน่วย แม่มะนาวก็จะเลือก reading กับ speaking เป็นวิชาเสรี เก็บเกรดสวยๆ ไว้มาถัวกับวิชาหลัก เวลาเรียน speaking จะชอบมาก ไม่มีสอบ พูดหน้าห้อง ต้องเข้าห้องแลบ ฟังเทป ตอบในเทปครบชั่วโมงเรียนที่กำหนด ที่ขำคือ นั่งฟังเทปไป ระหว่างรอคำถาม จะมีเสียงเพลงหงุงหงิงมาในเทป อร๊ายยยย...เพื่อนโรงเรียนเก่าแม่มะนาว เจ้าหน่อยที่คลั่ง Tom Jones ร้องเพลงลงเทปอ้ะ ไม่รู้ว่าที่ๆเล่ามาจะตรงกับคำถามที่หนูอ้อยอยากได้ป่าว กลัวจะเป็นตอบไม่ตรงคำถาม หรือถาม ไม่ตรงคำตอบจัง ส่วน คณะ ศึกษาศาสตร์ ตอบไม่ได้ค่ะ ไม่มีเพื่อนเลย ฝากถามคุณแม่ ในฐานะศิษย์เก่าอักษร ว่า เคยได้ยินชื่อ วาวแวว ธรมธัช หรือเธียรทิพย์ ฉัตรแก้วบ้างป่าว เอาเป็นว่าถ้ายังไม่เคลียร์ถามเป็นข้อดีกว่า แม่มะนาวอาจตอบครอบจักรวาลเกินไป นะจ๊ะ นะจ๊ะ
คุณแม่ไม่ได้อยู่อักษรค่ะ เด๋วมาาา ไปดูแบตก่อน .. อยู่กระทู้ข้างๆนี้เอง ต่อนะคะ สรุปว่าอักษรศาสตร์กับศิลปศาสตร์จะคล้ายกัน แต่ศิลปศาสตร์น่าจะลิเบอรัลกว่า อันนี้ไม่ฮาเพราะอักษรเรียกว่า Arts เฉยๆไม่ได้ใส่ลิเบอรัลข้างหน้า แม่ไม่ได้เรียนอักษรก็จริง แต่บูมอักษรเป็น เห็นฝึกให้น้องที่บ้านใหญ่ ส่วนมนุษยศาสตร์ยังไม่ได้คำตอบ แต่เห็นเพื่อนที่เรียนมนุษย์ก็มีเอกไทย เอกจีน เอกการละคร เอกอังกฤษ เอกอังกฤษเพื่อธุรกิจ ฯลฯ ส่วนอักษรศาสตร์จุฬาอันใหม่ที่ออกมานี้ก็เรียนเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ แผนที่ แผนที่ดาวเทียม จีพีเอส สถิติ ซึ่งใช้เลขพอสมควรแต่ไม่ถึงขนาดแคลคูลัส เรียกว่าเป็น Applied Arts มากกว่า คือมีวิทยาศาสตร์และเลขมาประกอบด้วย งานพวกนี้ถ้าใช้บุคลากรที่เข้มทางภาษาอย่างเดียวก็อาจไม่รอด เพราะต้องมีพื้นฐานฟิสิกส์ (และเลข)ด้วย ก็ไม่ใช่ว่าเด็กสายศิลป์ไก่กานะ แต่คงจะเรียนแล้วไม่อินเท่าเด็กวิทย์ และภาควิชานี้ก็ไม่ได้รับนิสิตเยอะด้วย ส่วนใหญ่ของคณะก็จะเป็นด้านภาษา (มีบาลี สันสกฤตด้วย) พวกนี้ก็ให้เด็กศิลป์เขาลึกซึ้งกันไป ..
แม่มะนาวดูวอลเลย์ เป็นเพราะดูป่าวไม่รู้ วันนี้เล่นได้ไม่ค่อยดี แบบเนือยๆ ดูจบ ฝนตก อาบน้ำ หลับเลย ตื่นมาเกือบสามทุ่มแล้ว วันนี้ดูเงียบพิกล แบบแถวบ้านไม่ค่อยได้ยินเสียงรถวิ่ง
วันเก่าๆไม่เหงาเลย(จริงๆ) วันนี้รื้อกล่องสมบัติหารูปสมัยโรงเรียนเก่า เจอเยอะเกินคาด แต่เป็นรูปที่เพื่อนๆเซ็นให้ก็เยอะ บางคนนี่ชื่อไรหว่า คือถ้าไม่ใช่นักกีฬา หรือซนมาด้วยกันบ่อยๆ นี่จบข่าวไปเรย แต่หลังจากหาเสร็จเนี่ย ได้ทำความสะอาดทั้งกล่องและบริเวณ ใกล้เคียงกันเหงื่อหยด ได้ซักผ้าม่านใหม่ ทำความสะอาดหิ้ง รุ่นน้องจะจัดงานโรงเรียนช่วงสิ้นปี ปีนี้เกิดนึกถึงพี่แก่ๆ เข้าทางแม่มะนาวเล๊ย นั่งเล่าเรื่องโรงเรียนเก่ายุคมะนาวเฟื่องฟู เป็นตอนๆไปลงให้น้องเก็บข้อมูลในเฟซ บางคนบอกความจำ ดีจัง เอ๊ะน้องจะบอกว่า อายุรุ่นนี้แล้ว ใส่วงเล็บไว้ในใจหรือเปล่า เห็นรูปแล้วคิดถึงสมัยนั้นจัง ตอนเย็นเดินเล่นบนสนามหญ้ากว้างคุยกับเพื่อน ถ้าเหนื่อยก็นั่ง ก่อนจะกลับบ้าน เพราะเป็นคนชอบมอง ชอบดู สิ่งต่างๆรอบตัว ที่แม่มะนาวรู้ว่า "จักไม่หวนคืนมา" สมองเลยกลายเหมือนวิดีโอ บันทึกสิ่งต่างๆรอบตัว มิน่าหมู่นี้จำไรไม่ค่อยได้ คงเป็นเพราะเม็มฯใกล้เต็มนี่เอง ความทรงจำของแม่มะนาวระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โรงเรียน ความทรงจำคือกิจกรรมต่างๆที่ทำ ทุกแห่ง ทุกพื้นที่ที่ได้เหยียบ ความภูมิใจ ที่อยากใช้คำว่ารู้สึก "ผยอง" กับการ ที่จะบอกใครๆ ว่าจบมาจากไหน ความรู้สึกมันท่วมท้นจริงๆ แต่กับเพื่อน แม่มะนาวมีสองคนที่ยังติดต่อบ้าง คือต่างคน ต่างกระจายไปตามเส้นทางชีวิต มหา'ลัย ภูมิใจว่าทำสำเร็จ ได้เดินตามรอยที่พวกพี่ทำไว้ และเราคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น (โรงเรียนอีกแล้ว) ความทรงจำแม่มะนาวกลับอยู่ที่เพื่อนสองสามคน ที่ซอกซอนกันไปทั่วมหา'ลัย เดินเล่นไปทุกตึก แอบเปิดรั้วตรงข้าง สนามเทนนิส ลงไปเดินเล่นริมเจ้าพระยา เวลาน้ำลง เดินไปถึงท่าพระจันทร์เลย ยามเย็นที่ต้องรอเลคเชอร์วิชาที่อาจารย์ หม่อมคึกฤทธิ์สอน ที่เย็นมาก ก็จะเดินแบกบันไดไปเข้าหอประชุมแห่งชาติ ไปฟังคอนเสิร์ตวงราชนาวี ยามฝนตกถือร่ม คนละคันไปวิ่งเล่นกันในสนามเทนนิส หรือทำกิจกรรมแกล้งเพื่อนมนุษย์ในมหา'ลัยเดียวกัน ทุกวันนี้ยังอยู่กับเพื่อนที่เรียนมหา'ลัยด้วยกัน คิดถึงก็โทรหา ไม่คิดถึงก็ส่งเพลงฝากทางไลน์ ไม่ค่อยวุ่นวายกัน อย่าสงสัยเลย ที่บางคนจะบอกว่าเพื่อนที่สนิทที่สุดคือเพื่อนสมัยมัธยม แต่แม่มะนาวกลับต่างไป เพราะแม่มะนาวต่างไง ต่างจากเพื่อนที่ โรงเรียน ที่ต้องเป็นกุลสตรี ศรีงามวิไล ตลอด เพื่อนใหม่ที่ไม่ต้องพูดมาก มองหน้าก็เข้าใจ ว่าเรากำลังขำอะไร หรือ ควรจะแกล้งใครกันอยู่ แหมไม่อยากคุย ระดับใหญ่มากๆบางคนของฝ่ายศาลน่ะ โดนพวกแม่มะนาวแกล้งมาแล้วนะ เล่นเทนนิส ช่วยกันเช็ดสนาม ป่วนชาวบ้านไม่เว้นแม้คนขายถั่ว กล้านั่งตุ๊กๆจากบางลำพู ให้คนขับ ขับเข้าทางประตูใหญ่ ผ่านตึกนิติศาสตร์ ไปจอดหน้าสนามเทนนิส ซึ่งแน่นอน ไม่ผ่านกรายใกล้สามแยกปากหมาแน่นวล หมาเห่าเรียกแระ เวลาอาหาร นางทาสของจบก่อน
ภาพคั่นเวลาจาก Latinos Post ก่อนเตรียมตัวดูบอลค่ำนี้ ( ที่กระทู้ข้างเคียง ) ทำงานเนาะ ใส่หูฟังก็ไม่ดี ดูทีวีก็ไม่ได้ เฮ้อ
สวัสดียามเย็นครับ พูดถึงรูปสมัยเรียน คิดถึงและเสียดายหนังสือรุ่นตอนเรียนก่อสร้างจริงๆ แต่เมื่อเดือนก่อนโชคดีลูกพี่ลูกน้องที่เคยเรียนด้วยกันถ่ายรูปผมในหนังสือรุ่นตอนจบปวช.มาให้ เขายังเก็บไว้อย่างดีเลย เห็นแล้วคิดถึงตอนเรียนปวช.มากเลย รูปแบบชีวิตจะหนักไปทางยกพวกตีกันโดยไม่รู้เหตุผล ส่วนเพื่อนที่สนิทกันจริงๆ ก็เสียชีวิตไปหลายคน ทั้งจากการทะเลาะวิวาทและยาเสพติด ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งที่ผมมักจะเล่าให้ลูกฟังเพื่อเตือนใจว่าอย่าได้ประมาทในการดำเนินชีวิต ผมกับเขาเรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่ประถม ภายหลังเขาต้องโทษอยู่หลายปีพอพ้นโทษออกมา เขาบอกว่าเขาตามโลกไม่ทันเสียแล้ว เขาเล่าถึงความฝันหลายอย่างที่เขาอยากทำหลังจากพ้นโทษ ผมในฐานะเพื่อนก็หวังให้เขาประสบความสำเร็จดังที่ใจฝัน ในสายตาของคนในสังคมอาจมองว่าเขาเป็นคนไม่ดีแต่สำหรับผมเขาเป็นเพื่อนที่ดีมีน้ำใจกับผมตลอดมา ผมมั่นใจว่าเขาต้องทำความฝันที่หวังไว้ได้สำเร็จแน่ๆ เสียดายชีวิตคนเรารู้วันเกิดแต่ไม่รู้วันตาย ครึ่งปีต่อมาเขาเสียชีวิตลงด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด จบทั้งความฝันจบทุกๆอย่าง "คนเลว" มาลีฮวนน่า
"คนรวยนั่งคิดว่าวันนี้จะกินอะไรดี คนจนยืนปาดเหงื่อคิดว่าวันนี้จะเอาอะไรกิน" "ไอ้หนุ่มรับจ้าง" มนต์รัก ขวัญโพธิ์ไทย
วันนี้ลงธรรมะปลอบใจไปสามบท โดนอุด สามซี่รวด แต่อะฮ้า....เสร็จแล้ว หกเดือนพบกันใหม่ค่า ขอบคุณ คุณพระคุณเจ้า วันนี้แม่มะนาวจะเคี้ยวข้างไหนดี
ตามมาด้วย"ไอ้หนุ่มแขนซ้ายลายมังกร"เจ้าของผลงานเพลง"สาวจันทร์กั้งโกบ"ที่ยุดหนึ่งเคยดังมาก "แม่ของใคร" พรศักดิ์ ส่องแสง
อีกหนึ่งเพลงก่อนลาจากกันในวันนี้ เสียงร้องของ"ฮันนี่ ศรีอีสาน" นักร้องหมอลำสาวที่ผมชอบน้ำเสียงของเธอมากๆ "วอนพี่มีรักเดียว" ราตรีสวัสดิ์ครับ
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างได้ประวาทะกับมิตรสหายเลย ต้องขออภัยเนื่องด้วยภารกิจทางการงานบางประการ ร่วมด้วยกีฬาฟีเวอร์เล็กๆ 555+ แต่อันนี้อดไม่ได้ต้องแชร์ จากศิลปินคิ้วต่ำนะคะ .. เจอลุงแท็กซี่เล่าให้ฟังพร้อมหยิบสมุดหลังเบาะมาให้ดู ว่าเมื่อก่อนลุงจดบันทึกทุกครั้งในการเดินทางรับผู้โดยสารทั้งเวลา เงิน สถานที่เพื่อที่จะได้วางแผนการทำงานรับผู้โดยสารแต่ละวันให้คุ้มค่าโดยคำนวณรายได้กับค่าน้ำมัน แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้เขียนเพราะสุขภาพตา เลยถามว่าทำไมลุงถึงคิดอยากจะเขียน ลุงบอกว่าลุงเอามาจากที่การที่ในหลวงสอนให้เขียนรายรับรายจ่าย ลุงเลยเอามาปรับใช้กับตัวเอง แล้วช่วยได้เยอะมาก ลุงไม่เคยปฏิเสธผู้โดยสาร ลุงทอนครบทุกบาท ลุงพูดจาเพราะ ก่อนลงลุงบอกให้ดูของเผื่อลืมของ พอเราลงลุงยังช่วยดูให้อีกรอบเพื่อความแน่ใจ พร้อมกับยิ้มแล้วบอกขอบคุณเราว่า "โชคดีนะครับ" #การเจอคนดีๆมันทำให้มีความสุขได้จริงๆ คิ้วต่ำ 25 กุมภาพันธ์
อ่านที่หนูอ้อยเกริ่นว่าติดภาระกิจบางประการด้วยกีฬาฟีเว่อร์เล็กๆ พอเลื่อนลงมาเป็นรายการทางบัญชี อร๊ายยยย.......ตกใจจริงๆนะ นั่งเพ่งอยู่นานเชียว เลยเลื่อนลงมาอีก อ๋อ บ/ช คุณลุงที่ขับแท๊กซี่ทำ แล้วไป แม่มะนาวนึกว่าอาชีพที่หนูอ้อยบอกว่า อาชีพนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพ คืออาชีพรับแทงบอลอ้ะ พี่ขอโทษนะแจ๊ะ