บ้านคุณปู่อยู่ไปทางคำเขื่อนแก้ว การที่มาพบรักระหว่างคุณพ่อ-คุณแม่เพราะมาเรียนหนังสือและทำงานกันที่ขอนแก่นมากกว่า หนูอ้อยจึงมีภูมิลำเนาอยู่ที่นี่ คุณแม่มาใช้ทุนและเป็นอาจารย์เลยมีภาวะกามเทพแผลงศรซะ เหมือนที่พี่แสงธูปว่าไว้ ว่าข้าวเขาจะมียุ้งให้เก็บ ต้องเต็มก่อนที่เหลือจึงจะขาย จะเหลือก็ต่อเมื่อบ้านนั้นมีที่นาเยอะปลูกข้าวได้แยะ ส่วนวัวพันธุ์ที่ฮิตเลี้ยงกันช่วงหนึ่งนั้นทำเอาบางบ้านแทบล้มทั้งยืน เพราะวัวตัวหนึ่งราคาเป็นแสนๆ หากติดเชื้อเป็นไรลงไปก่อนถึงอายุที่จะขายออกได้บ้านนั้นอาจล้มละลาย ตอนคุณพ่อเรียนที่มข.คุณยายของท่านเสีย ประกอบกับวัวล้มตาม คุณพ่อลำเค็ญมาก จนต้องยิงแย้เป็นกับข้าวเนื่องจากคุณปู่มีตังค์พอส่งอย่างกระท่อนกระแท่น คุณพ่อเล่าว่ายามจนก็จนซะจริงๆ ค่ารถสองแถวบางทีแค่ 50 สต.ยังไม่มีให้พี่โชเฟอร์ แต่จำเป็นต้องเกาะรถเขาไปเรียนที่คณะอื่นต้องยกมือไหว้-ขอพี่เขา เขาโบกมือไล่แล้วบอกว่า " เออๆ ไสหัวมิงไป แดรกเหล้าหมดดิ " ตอนนี้พ่อเล่าขำๆนะ แต่บอกว่าตอนนั้นขำไม่ออก เศร้าแป๊บบบ
พูดเรื่อง "ทำฟัน" สาวเกาหลีฟันสวยจริง ขาววิ๊ง แต่จะดูหนาผิดปรกติเพราะเขาแปะฟัน เรียกว่า facing โดยใช้ dental material พอกเติมลงไปบนฟันเดิม เลือกเฉดสีให้ใกล้เคียงกับของเดิมของตัว เรียกว่าแทบทุกอณูของสาวเกาหลีทำใหม่ขื้นแทบทั้งตัวเลยทีเดียว แทยอน แห่ง GG
Minions นี่ก็ลูกสาวจัดให้ดูเหมือนกัน ก็แหมวัยขนาดแม่มะนาวเนี๊ยะ ใช้เครื่องได้แค่นี้ก็เอาดีแล้ว แต่ก่อนสมัยมีเคเบิล ก็ดูรายการเพลงจากช่อง MV ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว Pharrell Williams นี่เห็นจากรายการ The Voices แต่นึกไม่ถึงเลย ว่าจะเสียงเพราะขนาดนี้ ฟังจากเพลงที่หนูอ้อยเปิด เลยไปหามาฟังอีกสักเพลง
เด็กรุ่นหนูอ้อย หรือลูกสาวแม่มะนาว ถือว่าโชคดีแล้ว ที่ไม่ต้องอยู่ในสภาพที่รุ่นพ่อ หรือแม่เจอมา แม่มะนาวเอง ตอนบอกที่บ้านว่าสอบติด มธ. ย่าบอกว่าจะเอาเงินที่ไหนส่งเสีย คือย่าคิดว่าคงแพงแหละ แต่แม่มะนาวฟังแล้วแทบล้มทั้งยืน เป็นตอนที่แม่เริ่มส่งเงินมาช่วย เดือนละ 250 บาท ได้จากปู่อีก 100 สมัยนั้นข้าวจานละ 3 บาท หนังสืออ่านเยอะมาก แต่แม่มะนาวก็ไม่เคยขอเพิ่ม เก็บเงินซื้อเอง สมัยนั้นต้องดวงกมล สยาม ตอนปีแรกเพื่อนที่รหัสติดกัน พาไปทานข้าวเช้าตลอด จนแม่มะนาวเกรงใจ เพื่อนบอกไม่เป็นไร เห็นแม่มะนาวบากบั่นมาจนถึงจุดนี้ได้ โดยไม่ออกนอกลู่นอกทาง ตอนมาเล่นเทนนิส เอาไม้ปู่ไปเล่น ไม่อายใครหรอกเพราะความอยากเล่น และไม่ต้องไปยืมของคนอื่น ปีหลังหนังสือมากขึ้น เลยต้องเอาข้าวจากบ้านมาทาน เพื่อนที่แสนดี ก็พากันเอามาทานเป็นเพื่อน ทั้งลูกนายพล ลูกสาวเจ้าของโรงไม้ เลยกลายเป็นเรื่องสนุกสนานกันไป เพื่อนกลุ่มนี้สนิทกันมาก น้ำใจไม่ต้องพูดถึง ผิดเป็นด่า 55555+ พอแระ เดี๋ยวกลายเป็นศาลาคนเศร้าไป แต่มันก็ทำให้ชีวิตเติมเต็มนะ มีทุกข์ มีสุขจากมือเพื่อนที่คอยดูแล
คำสอนที่แทงใจตัวเอง ทีหลังอย่าทำ ทีหลังอย่าทำ แต่อดแว๊บๆไม่ได้ ก็ถ้านึกแล้วสุข ไม่ทุกข์ใจ Cr : ฺBonne Maison Dr : แม่มะนาว
ไม่มีน้ำประปา มีแต่น้ำฝน และน้ำใจ .. เวลาหนูอ้อยไปนอนบ้านคุณปู่ หลังคาเป็นสังกะสี แต่ตอนหลังมานี่เขารื้อออกแล้วเปลี่ยนเป็นมุงสันไทยแทน ในยามหน้าฝน เสียงฝนกระทบหลังคาสาดซ่าหนัก-เบาตามน้ำหนักของฝน เล็กๆไม่เคยฟังมาก่อนเลยนอนไม่หลับกอดคุณแม่แน่นร้องว่าเสียงอะไร แต่แปลกที่ในฤดูหนาวเวลาได้ยินเสียงหวีดหวิวของว่าวธนูไล่ผีที่เซียงข้อง(หมอผีฝ่ายธรรมะ)ทำขึ้นแจกจ่ายชาวบ้านไว้ห้อยตามต้นไม้สูงๆเพื่อไล่ผีร้าย เรากลับฟังเพลินจนหลับไป .. พูดถีงน้ำประปา คุณแม่เล่าว่าตอนคบกับคุณพ่อใหม่ๆ สาวกรุงเทพนั่งรถไปบ้านนอก โชเฟอร์(พ่อ)พอเห็นน้ำเจิ่งทุ่งข้างทางปริ่มจนนาแฉะ พ่ออุทานด้วยความดีใจว่า " น้ำขาวเลยเว้ย " ฝ่ายหญิงไม่เข้าใจว่ามันจะน่าตื่นเต้นไรกันนักหนาแค่น้ำแค่นี้ คือท่านไม่เคยเห็นภาวะขาดแคลนน้ำของอีสานกับตา เพราะสำหรับชาวกรุงนั้น แค่เปิดก๊อกชื้ดเดียว น้ำประปาก็เต็มกาละมังแล้ว กรณีแม่กับพ่อนี้เป็น ivory และ ebony ทางวัฒนธรรมโดยอยู่ร่วมกันแบบ harmony จนมีหนูอ้อยเกิดขึ้นมานั่นเอง
สวัสดียามดึกครับ คืนนี้นั่งอ่านเรื่องของสองสาว(พี่มะนาวกับคุณหนูอ้อย) ทำให้ผมต้องนั่งยิ้มอยู่คนเดียว แต่ละคนล้วนมีอดีตบางเรื่องราวที่ผ่านมาก็เหมือนนิยายเรื่องหนึ่งที่เราย้อนกลับไปอ่านอีกครั้ง วันก่อนเห็นโฆษณาหนังMinionsในยูทูป ว่าจะพาลูกสาวไปดูเหมือนกัน เมื่อตอนก่อนเปิดเทอมผมพาครอบครัวไปดูThe Avengers2 มาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไปโรงหนัง ครั้งล่าสุดที่ไปตอนนั้นมีพนักงานนั่งขายตั๋วหนังเราแค่บอกเรื่องกับเลือกที่นั่ง แต่ไปคราวนี้ไม่เหมือนเก่ามันกลายเป็นตู้ขายแบบอัตโนมัติไปเสียแล้ว สามคนพ่อแม่ลูกยืนงงอยู่สักพัก มองคนโน่นคนนี้เขาว่าเขาทำกันอย่างไร จนตัดสินใจเดินไปถามพนักงานให้เขาช่วยกดให้ดีกว่าไม่กล้าเสี่ยง (แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแม้จะนานแค่ไหนคือราคาขนมหน้าโรงหนัง) "ขอบคุณ"คุณหนูอ้อยสำหรับครอบครัวหมีที่แสนน่ารักและภาษาของพวกMinions(เดี๋ยวจะเอาไปเล่นกับลูก)
พวกการ์ตูนพวกอนิเมชั่นผมก็ชอบดูชอบอ่านนะครับยิ่งบาร์บี้นี่ผมดูแทบทุกภาคเพราะต้องนั่งดูกับลูกสาวตั้งแต่เธอยังเด็กเล็กๆ ตอนแรกผมก็ไม่ชอบแต่พอตั้งใจดูก็สนุกดีบางเรื่องบางตอนสนุกมากๆด้วย ทุกวันนี้มีการ์ตูนอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมยังอ่านอยู่เพราะอ่านมาตั้งแต่เด็กจนป่านนี้จะสี่สิบปีแล้วยังไม่อวสานเลย(ออกเฉลี่ยปีละเล่ม) ไม่รู้ว่าผมกับการ์ตูนเรื่องนี้ใครจะอวสานก่อนกัน "BERSERK" ปัจจุบันอยู่ที่เล่ม 38
คืนนี้คุยซะมากยังไม่ได้เปิดเพลงเลย ก่อนจากกันในค่ำคืนนี้ผมขอฝากไว้สักเพลง "เผลอใจรัก" ยอดรัก สลักใจ ราตรีสวัสดิ์ครับ
ขอบคุณมากค่ะน้องหนูอ้อย พี่สายลมกำลังเหนื่อยเพราะร้อนมาก แต่แดดก็สวยมาก ท้องฟ้าสีฟ้าจริงๆ ได้อย่างเสียอย่าง แต่น้ำเชอรี่โซดาของโปรดค่ะ รู้ได้ไงคะเนี่ย (แถวนี้ใช้น้ำแดงของ เฮลส์บลูลบอยแทนไปก่อน อิอิ)
เห็นรูป Dress Fashion แล้ว หนูอ้อย เป็นนักออกแบบป่าวคะเนี่ย การ์ตูน Berserk เนี่ย แม่มะนาวเห็นลูกๆอ่านอยู่ แต่ก็นานแระ Winnie the Pooh นี่ แม่มะนาวชอบ Tigger มากที่สุดเหมือนสุขอยู่กับตัวเอง โดดดึ๋งๆ มีสะสม แก้วน้ำ ลายเสือด้วย ลูกสาวชอบลา แต่แม่มะนาวว่ามันชอบทำเศร้าตลอดเวลา การ์ตูนฝรั่งเลือกแรกก็ Charlie Brown และ Snoopy เจ้าบีเกิ้ลงี่เง่า ที่มีตั้งหกตัว(ที่บ้าน) แม่มะนาวซื้ออ่านสมัยสนามหลวงเป็นตลาดนัด ด้วยความที่ชอบหมา เลยเจียดเงิน ซื้อมาอ่านเป็นหนังสือมือสองแหละ ใช้ตัวละครเด็กๆนินทาสังคมของอเมริกันชน ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้า Snoopy นี่ดังมาก ซื้อได้หลายเล่มตามที่ทรัพย์อำนวยได้ พอมีลูกหาเงินพอได้ ซื้อการ์ตูนของดิสนีย์ ยกชุดให้ลูกเลย ผ่อนเอา นั่งอ่านให้ลูกฟังก่อนนอนทุกวัน หลังกลับจากทำงาน ยอมเหนื่อยหน่อย ถึงเขาไม่เข้าใจภาษา แต่หัดให้ชินกับการออกเสียง ส่วนการบ้านพวกเลข นั้นแม่มะนาวโง่มากเลยละ บางทีต้องให้พ่อสอนลูกทางโทรศัพท์ เพราะเป็นทหารอยู่ประจำโคราช หลายปี ดู Red Baron เสียก่อน
ไม่เคยมีใครเดาอาชีพหนูอ้อยได้ถูกเลย ยกเว้นมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่คนเดียวที่ถึงกับหลังไมค์มาถามเพราะเคยครั้งหนึ่งที่หลุดปากออกไปเป็นประโยคเกี่ยวกับวิชาชีพ แต่อาชีพนั้นสำคัญไฉนจริงมะ พอๆกับไลค์หรือวิว สำคัญอะไร 555+ (ที่เราเคยถกกัน) สำคัญว่าเราเข้าใจประเด็นในกระทู้ที่เราพูดอยู่หรือเปล่า ไม่รู้ก็ถาม พร่องน้ำจากแก้วเข้าไว้ เพื่อนๆก็จะมาช่วยกันคนละนิดละหน่อยเติมเต็มให้ สนุกดีออก แต่เท่าที่อ่านรู้สึกว่าเสื้อแดงในเว็บเรานี้จะเป็นตรงกันข้ามคือเป็นแก้วน้ำโบ๋ๆเสียมากกว่า - ฮา
คงจะจริงอย่างหนูอ้อยบอกแหละ "อาชีพนั้นสำคัญไฉน" แค่คุยในสิ่งที่ชอบเหมือนกัน อย่างเข้าใจ ก็คงพอแระ ห้องกาแฟเป็นไรบ้าง ไม่ได้เข้าไปชิมเลย เหลือแดง(แต่ไม่ simply red เท่าไร) ไม่กี่คน วนลูปเดิมๆ
แดงที่เป็นคนอย่าไปสน ตามหนูอ้อยไปชิมของแดงๆแบบ เมลอนบิงซู ดีกว่า บิงซูเป็นน้ำแข็งใสสไตล์เกาหลี หอมมัน นุ่มๆ ไม่หวานมาก ขายที่ร้าน Treat House บริเวณฮักมอลล์ ถ.ศรีจันทร์ เพิ่งไปทานเมื่อเย็นนี้มากับเพื่อนๆหลายคน เก็บไว้ให้เพื่อนๆคนอื่นชิมบ้างนะคะพี่มะนาว .. ( ที่ กทม. มีร้าน Hollys Coffee, Snow Fall อยู่ที่ Siam Square 1 และร้าน SeoBinggo ไม่ทราบที่ไหนลองเซิร์ชดู )
บิงซูทานแล้วชื่นใจคลายร้อน นิยมมากในเกาหลี มีมะม่วงบิงซูด้วยนะ ถาดข้างๆใส่น้ำแข็งแห้งควันฉุย ขออำภัย บรรยายรูป #2544 ผิดค่ะ อันนั้นที่หนูอ้อยทาน เรียกว่า วอเตอร์เมลอนบิงซูค่ะ
สวัสดียามค่ำครับผม พูดถึงเรื่องอาชีพแล้วตัวผมเองได้บอกไว้แต่แรกแล้วว่าผมทำอาชีพอะไร เพื่อให้เพื่อนๆรับรู้ถึงขีดจำกัดทางปัญญาของผม ซึ่งบางเรื่องหรือบางหัวข้อผมตามไม่ทันจริงๆ โดยเฉพาะในบ้านหลังใหญ่สภากาแฟ ผมจึงได้แต่อาศัยอยู่ในบ้านดินเหนียวแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างดูว่าเพื่อนๆเขาทำอะไรกัน แต่เดี๋ยวนี้บ้านดินเหนียวก็กว้างขึ้นมาก มีเสียงเพลงจากวิทยุดังตลอดเวลา มีรายการวีดีโอให้ดู มีธรรมะสอนใจไว้ให้อ่าน บางมุมก็มีรูปภาพสวยๆหรือไม่ก็บทความดีๆติดไว้ที่ผนัง มีต้นไม้ดอกไม้งามๆมาให้ชม มีนิยายและความรู้เต็มชั้นหนังสือ ในตู้เย็นมีขนมและของกินนานาชนิด สภากาแฟเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่บ้านดินเหนียวมาปลูกอยู่ ผมขอแค่ตอนเช้าเดินออกจากบ้านดินเหนียว ไปนั่งเงียบๆฟังเพื่อนๆสภากาแฟแสดงความคิดเห็นกันในเรื่องราวต่างๆและดูความเป็นไปของสังคม พอตกดึกก็กลับมานอนบ้านดินเหนียวฟังเพลงและคำสอนของพี่สาว บางครั้งพี่สาวอีกคนก็จะเอาต้นไม้ดอกไม้มาให้ดูหรือมีเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้ฟัง ยิ่งน้องสาวคนเล็กของบ้านมีสิ่งดีๆที่บันเทิงทั้งจิตใจและสมองมาสร้างรอยยิ้มให้เสมอ มีพี่ชายอีกคนที่คอยห่มผ้าให้เราเสมอๆ แค่นี้คืนๆหนึ่งผมก็นอนหลับอย่างมีความสุขแล้วครับ แต่ก็มีบางคืนที่นอนไม่หลับได้แต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเพราะคิดถึงใครบางคนที่เคยอยู่ด้วยกัน "บ้านหลังเก่า" แจ้ ดนุพล ด้วยความเคารพและรักเพื่อนๆทุกคน จากใจของผม "แสงธูป" ราตรีสวัสดิ์ครับพี่น้องทุกท่าน
ตัลกีบิงซู หรือ สตรอแบรี่บิงซู อันนี้ฝากพี่สายลมนะคะเพราะเมื่อคืนพี่แสงธูปคงซัดไปหมดแล้ว 555+ ที่ปักข้างบนคือชีสนะคะ เคยลองแล้ว เข้ากับน้ำแข็งใสข้างล่างอยู่ค่ะ มีเพื่อนคนนึงไม่ชอบชีส คนอื่นก็บรรเลงเลย บิงซูชามหนึ่งๆ mega ค่ะ ต้องอาศัยคนหมู่มาก - ฮา
เพื่อนกันไม่มีเรื่องปัญญามาเกี่ยวข้องนะคะ มีแต่หัวใจค่ะ หนูอ้อยเห็นตัวอย่างของคุณแม่ที่ต่างจากคุณพ่อมาก รู้สึก delicate & sensitive เยอะกับเรื่องความแตกต่างมาแต่เด็กๆ (เราอยู่ตรงกลางและไม่ได้มองไรอย่างผิวเผิน) บ้านคุณยายที่กทม.ไม่เหมือนบ้านคุณปู่ที่บ้านนอกอีสานโดยสิ้นเชิง เพียงแค่เริ่มที่คุณยายเป็นต้นแบบของการนอนเตียงเดียวกับคุณย่าเมื่อเยี่ยมเยืิอนกัน ..เราก็ได้เรียนรู้ ซึ่งหากลองไปดูมือ - เท้าของชาวนาแบบคุณย่าช่างต่างกับมือ - เท้าอันนุ่มนิ่มของผู้ดีตีนแดงของคุณยายราวฟ้ากับเหว แต่จุดร่วมของ harmony คือ ความรัก ต่อลูกๆของพวกท่าน ebony & ivory จึงไม่เคยรังเกียจเดียดฉันท์ต่อกันหากมีหัวใจเป็นสะพานเชื่อม อันที่จริงคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน องค์ความรู้ในตัวเองนั้นไม่แน่เผลอๆอาจจะเป็นขั้น โท เอก แล้วก็ได้ เพียงแค่ไม่มีใบอะไรใบนั้นเป็นเครื่องยืนยัน ลองเรียนด้วยตัวเองแบบสายอ้อมดูสิคะ คุณพ่อหนูอ้อยเคยลงบริหารการศึกษาของมสธ.ใช้เวลา 2 ปีเอง ท่านใช้วุฒิตรีเอกมัธยมศึกษาของ มข.ยื่นสมัคร เพราะพอเราสอบเป็น ผ.อ.ได้ก็อยากได้ทฤษฎีมาประกอบเนื่องจากที่ผ่านมา ท่านบริหารในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่มาก่อน ซึ่งพ่อบอกว่าก็ทำตามสัญชาตญาณและสรุปบทเรียนเอาเอง พอได้อ่านหนังสือของมสธ.แล้วได้อะไรขึ้นมาเยอะเลย คือสิ่งที่เราทำมาแล้วตอนเป็นอาจารย์ใหญ่น่ะแหละแต่ว่าในหัวเราจะเป็นระบบขึ้น ซึ่งนี่คือเป้าหมายของปริญญาค่ะ หนูอ้อยเคยหยิบหนังสือไทยศึกษาของมสธ.บนโต๊ะคุณพ่อมาอ่าน เอ๊ย..เจ๋งค่ะ อาจารย์ท่านเขียนได้ดีมาก และก็ไม่เชยๆแบบ คนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไตทางตอนใต้ของจีนอีกแล้ว - ฮาฮา ลองซื้อระเบียบการมสธ.มาอ่านดูสิคะ มีขายที่ 7-11 นะ ถ้าพี่แสงธูปได้วุฒิปวส.มาแล้วยิ่งสบาย คงเรียนอีก 2 ปีแค่นั้นก็จะได้ใบอย่างที่ต้องการมากอด แต่ที่สำคัญคือได้องค์ความรู้ที่เป็นระบบขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น หนูอ้อยว่าจะเวิร์คกว่าเรียนรามนะคะ น่าสนุกออกเรียนไปพร้อมๆกับลูก อะนะ ตั้งโต๊ะคู่กันเลยค่ะ ตั้งแต่วันนี้ พวกเรามาเลิกศาลาคนเศร้าเรื่องขีดจำกัดทางปัญญากันนะคะ