คุณสายลมต้องทานยาก้ปวดนะคะ ไม่แน่ใจว่ามียาแก้กล้ามเนื้ออักเสบด้วยป่าว และต้องหมั่นทายาครีมแก้ปวดค่ะ เวลาทำงานที่ต้องใช้ข้อมือ แนะนำให้ไปซื้อปลอกแขนค่ะเป็นอีลาสติกรัดจะช่วยลดอาการกระเทือน ทุกวันนี้ แม่มะนาวต้องใส่ตลอดเวลาทำงาน มี2 อัน ใช้สลับเวลาต้องซัก แต่เป็นข้อมือขวา โชคดีมีประกันอุบัติเหตุ ประกันมา เป็นสิบปี ช่วง 2-3 ปีมานี่ เคลมถี่ยิบเลยค่ะ จ่ายปีละ 2700 แต่เคสละ 60,000ถ้าต้องรักษาติดต่อก็รวมไปได้
ผมยัง"ไม่ล้าน"นะครับพี่สายลมแค่เถิกๆ ผมออกจากบ้านดินเหนียวไปไหนไม่ได้หรอกครับ เพราะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเดี๋ยวนี้ตัวใหญ่กว่าประตูบ้านแล้ว "ลูกสาวชาวนา" กะท้อน
คืนนี้ผมคงต้องขอลาไปก่อนขอให้ทุกท่านนอนหลับฝันดี ตื่นมารับแสงทองของดวงสุริยาที่นำพาแต่ความสุขความแข็งแรงมาให้ "รุ้งทองฟ่องฟ้า" ลัดดา ศรีวรนันท์ ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
สิบเอ็ดโมงไม่เป๊ะ วันพุธ เวลาบันเทิงธรรม เมื่อมีปัญหา ใคร ๆ ก็ย่อมแสวงหาทางออก แต่บ่อยครั้งเรามักได้ยินผู้คนบ่นว่า “ไม่มีทางออก ๆ” อันที่จริงทางออกนั้น มีเสมอแต่ถ้าไม่เจอก็มักเป็นเพราะมองไม่ถี่ถ้วนหรือมองไม่รอบด้าน เพราะถ้าเพียงแต่เหลียวหลังไปดู ก็จะพบว่าทุกปัญหา โดยเฉพาะที่สร้างความทุกข์ใจ มีทางออกอย่างน้อยก็ทางหนึ่ง นั่นคือทางเข้า เข้าทางไหน เราก็สามารถออกทางนั้นได้ เป็นแต่ผู้คนจำนวนส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือถึงมองเห็นก็ไม่คิดว่านั่นจะเป็นทางออกได้ คนที่เล่นการพนันจนหมดตัว แถมมีหนี้สินท่วมหัว จะบากหน้ายืมเงินใครก็ไม่ได้เพราะไม่มีคนเชื่อถือ ย่อมรู้สึกจนตรอก หมดทางออก หาไม่ก็เห็นว่าทางออกคือ ปล้น จี้ ขายยาบ้า เท่านั้น แต่ที่จริงทางออกที่ดีกว่านั้นมีอยู่นั่นคือเลิกเล่นการพนัน ใช่หรือไม่ว่าการพนันคือประตูพาสู่ความฉิบหายที่กำลังเกิดขึ้นกับเขา ถ้าอยากออกจากภาวะดังกล่าว ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการ ก้าวขาออกจากประตูนั้น เมื่อพบว่ากิจการของตนกำลังตกต่ำย่ำแย่ นักธุรกิจหลายคนพยายามหาทุนมาค้ำจุนกิจการนั้น แต่ทุ่มเงินลงไปเท่าใด สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น จึงขายสมบัติที่มีอยู่ด้วยความหวังว่าเงินที่ได้มาจะช่วยพยุงธุรกิจนั้นให้อยู่รอดได้ แต่ยิ่งทำ ปัญหาก็ยิ่งลุกลาม ฉุดเอาอะไรต่ออะไรลงเหวไปด้วย ถึงตรงนี้ก็รู้สึกมืดแปดด้าน ทางออกไม่หลงเหลือยกเว้นแต่ การฆ่าตัวตาย แต่เขาลืมไปว่าในเมื่อเป็นทุกข์เพราะแบกกิจการนั้นเอาไว้ ทางออกก็คือปล่อยมันลงเสีย เข้าทางไหน ก็ออกทางนั้นได้ แต่หลายคนไม่ยอมออกตรงทางเข้า เพราะมองไม่เห็นว่ามันจะเป็นทางออกได้ อะไร บังตาเขาไว้ คำตอบคือความยึดติดถือมั่นในบางสิ่งบางอย่าง เช่น ยึดติดหวงแหนกิจการ ทนไม่ได้ที่จะเห็นมันพังไปต่อหน้าต่อตา จึงมีพฤติกรรมไม่ต่างจากคนที่กอดหีบสมบัติที่กำลังดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลด้วยความหวังว่าจะกู้มันขึ้นมาได้ ผลก็คือไม่เพียงสูญเสียทรัพย์เท่านั้นแต่ยังสูญเสียสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือชีวิต Cr : พระไพศาล วิสาโล นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
เมื่อวานมัวแต่ตอบคุณสายลม จนลืมตอบคุณแสงธูป แม่มะนาวชอบเป็นแบบนี้ คือถ้ากำลังจะพูด หรือทำอะไร ถ้าถูกขัด จังหวะ อะไรที่จะทำหรือพูด จะลืมทุกที ต้งสักพักถึงจะนึกออก และยิ่งอายุเพิ่มขึ้น ช่วงเวลาที่จะนึกออกจะนานขึ้น แย่จัง แต่ก็ต้องทำใจ ใครจะไปห้ามเวลา ห้ามแก่ได้ แต่ห้ามแม่มะนาวไม่ให้สนุกไม่ได้หรอก คุณแสงธูปมีโรคประจำตัวของ ก็ต้องดูแลตัวเองมากๆนะคะ เพื่อครอบครัวแหละค่ะ แม่มะนาวเองไม่ได้ตรวจสุขภาพมา 3 ปี โรคที่กลัวคือเบาหวานอ้ะค่ะ สงสัยต้องกลั้นใจไปสักที ก่อนไปต้องฟังเพลงก่อนเนอะ
ข้อคิดก่อนวันพระ บุคคลใดใช้อารมณ์ข่มขู่ผู้อื่น จนผู้อื่นสยบยอมด้วยความหวาดกลัว บุคคลผู้นั้นหาใช่ผู้ชนะแต่อย่างใดไม่ เขาเป็นเพียงผู้มีชัยต่อการทะเลาะวิวาท ท่ามกลางความเลวร้ายแห่งโทสะ และโมหะ แท้จริงแล้วเขาเหล่านั้นคือผู้พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงต่อความเลว หากแต่บุคคลใดรู้เท่าทันอารมณ์ได้ บุคลลเหล่านั้นต่างหากคือผู้ชนะโดยแท้ Cr : อาจารย์จักษ์ พันธ์ชูเพชร
ทำดี..แม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างไรก็ดีกว่า..ไม่ได้ทำอะไรเลย ทำดี..แล้วมีคนว่าคนนินทา ก็ยังดีกว่า..คนที่คิดดีๆ ยังไม่ได้เลย.. Cr : เพจ กำลังใจมีไว้ให้ น้ำใจมีไว้แบ่งปัน นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
ตอนฝึกงานสมัยเรียนปวช ตอนนั้นผมแอบชอบสาวนักบัญชีที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน เธออายุมากกว่าผมสองปี โต๊ะทำงานของเธอกับโต๊ะเขียนแบบของผมอยู่ข้างกันเลย เวลาผมเขียนแบบผมจะแอบมองเธอ มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอหันมาสบตาผมพอดี ไม่รู้ทำไม่ผมถึงต้องตกใจด้วยเหมือนถูกจับได้ว่าเราทำอะไรผิด ในมือกำลังถือ"ลีรอยเขียนตัวหนังสือ"อยู่เกิดอาการมืออ่อนทำลีรอยร่วงเล่นเอา"ปากการ็อตติ้ง"ที่คาอยู่หักเลย ของบริษัทด้วยด้ามตั้งเจ็ดร้อยตอนนั้นฝึกงานได้ค่าแรงวันละร้อยยี่สิบ โชคดีที่รุ่นพี่บอกว่าไม่เป็นไรแต่อย่าบ่อย"เฮ้อรอดไป" ตอนนั้นคิดว่า"แค่สบตาเธอยังประหม่าขนาดนี้แล้วเราจะกล้าคุยกับเธอหรือ...เฮ้อ" "หลงรักเธอ"
คืนนี้อากาศร้อนมากก่อนนอนคงต้องรวบรวมความกล้าลงไปอาบน้ำไม่งั้นคงนอนไม่หลับ "ใจฉันมีเธอแล้วใจเธอมีใคร" ขอให้เพื่อนบ้านดินเหนียวมีความรักที่สวยงามและความรักที่เข้าใจกัน "ใจเธอใจฉัน" สิบแปดกะรัต ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
สวัสดีค่ะ เพิ่งเสร็จภาระกิจเรื่องต้นไม้ ร้อนมากอยากไปอาบน้ำ แต่ก็แวะมาบ้านนี้ก่อน อยากเอาฟาร์มสุขมาแบ่งปันกันค่ะ วันนี้ไปที่นี่มาค่ะ อย เดี๋ยวมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
มาต่อนะคะ สถานที่นี้ชื่อ บ้านศิริวัฒนธรรม อยู่ อ.ดำเนินสะดวก เป็นที่รับเลี้ยงคนแก่ ที่ถูกทิ้ง เป็นส่วนมาก เอามาฝากไว้ ให้ค่าเลี้ยงดูบ้างก็มี เจ้าของบ้านชื่อ คุณกล้า กับ คุณนารี ทำด้วย ใจจริงๆ ตอนนี้มีทั้งหมด 32 เตียง ส่วนมากจะเดินไม่ได้ ผู้ชายจะน้อยกว่าผู้หญิง รูปที่มีผู้หญิง นั่งบนเตียงชื่อป้าจุน เป็นเบาหวาน อัลไซเมอร์ แบบเรียบร้อย เท้าถูกตัดไปข้างนึงแล้ว อายุแค่ 77 เห็นแล้วคิดถึงแม่มาก ป้าจะเรียกสายลมว่าพี่ ป้าบอกว่า พี่ช่วยไปบอกพ่อแม่ ที่โคราชให้มารับน้องด้วย น้องอยากกลับบ้าน แต่เดินไม่ได้ พ่อกับแม่ต้องมารับ ฟังแล้วรันทดค่ะ พี่ที่ขับรถพาไป มีแม่พี่อายุ 82 ไปด้วย ขากลับแม่บอกว่าจะหาเงินซักแสน แล้วมาอยู่ที่นี่ค่ะ เป็นงั้นไป เคยไปดูที่ที่รับเลี้ยงคนสูงอายุ ที่ท่ามะกาเอย บ้านลูกแก กรุงเทพฯ ตอนที่แม่เป็น อัลไซเมอร์ใหม่ๆ สถานที่ดี ใหญ่ แต่คนที่เอาไปฝากเลี้ยงหน้าตาเศร้ามาก ที่นี่หน้ายิ้มทุกคน ยกเว้นผู้ชายที่มีอาการทางสมอง จากการกินเหล้าค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ผู้เขียนคงต้องบอกว่า สุขนิทรา แล้วล่ะค่ะ เหนื่อยมากกกก
ดึกแล้วหนอคืนวันพฤหัสบดี ยังไม่นับเป็นวันใหม่รอเช้าก่อน Cr : MAYA Gotami Foundation นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
ดูรูปสถานที่ ที่คุณสายลมไปเยี่ยมคนชรา ต้องนับถือน้ำใจผู้เป็นเจ้าของโครงการณ์ ขนาด 1 ครอบครัว ยังดูแลพ่อแม่ตนเองไม่ได้ แต่นี่รับดูแลหลายชีวิตมาก แถมสถานที่สะอาด น่าอยู่ ใครจะรู้วันนึงแม่มะนาวอาจไปนั่งยิ้มกับดอกไม้ที่นั่นก็ได้ ต้องจดชื่อไว้
ผมขอ"อนุโมทนา"ด้วยคนนะครับพี่สายลม ขอแบ่ง"สุข"จาก"ฟาร์ม"ของพี่สายลมด้วย วันนี้พี่มะนาวเข้าบ้านดึกจัง คืนนี้ผมคงต้องลาไปก่อนตอนเช้าต้องไปทำธุระแต่เช้า หลับตาลงแล้วเจอกันที่ปลายฟ้านะครับเพื่อนๆ "สุดขอบฟ้า" แฮมเมอร์ ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
และสิ่งดีๆสุดท้ายก่อนนอน Cr : เพจ กำลังใจมีไว้ให้ น้ำใจมีไว้แบ่งปัน นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
ก่อนไปนอนคืนนี้ ขอเริ่มเรื่องที่อยากเล่าพอเป็นน้ำจิ้มนะคะ เชิญปูเสื่อได้เลยค่ะ เท่าที่จำได้ แม่มีอาการบ่งบอกว่า มีอาการผิดปกติ เช่นเอาถ้วยพลาสติคไปตั้งบนเตา ใส่ตะขอเสื้อชั้นในไม่ได้ เรื่องปัจจุบันจะจำไม่ได้ จะถามซ้ำๆ หลายครั้ง เริ่มสงสัยค่ะ ไปปรึกษาคนที่มีความรู้เรื่องนี้ หาอ่านจากเน็ต อ้อ ตอนนั้นพ่ออยู่กับแม่กันสองคน แต่พ่อ ไม่ได้ใส่ใจอาการของแม่ เลยตัดสินใจพาแม่ไปศรีธัญญา ซึ่งมีแผนกอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะ คนส่วนมากจะคิดว่าคนไข้ที่ไปศรีธัญญาจะเป็นคนไข้ทางจิต แม่ก็คิดแบบนั้น แม่บอกว่าจะไม่มาอีกแล้วนะแม่ไม่ได้บ้า แต่พอทำแบบทดสอบคนไข้สมองเสื่อม คุณหมอบอกว่าแม่มีความน่าจะเป็นอัลไซเมอร์ ขอให้ไปตรวจสมองแบบ เอ็มอาร์ไอ แต่ที่ศรีธัญญาไม่มีเครื่องนี้ ตอนนั้นใช้ความคิดมากเพราะโดนแม่ว่า พี่ว่า น้องว่า ทุกคนบอกว่าแม่จะ 80 แล้ว แค่อาการหลงลืมของคนแก่ เราก็เลยท้อเหมือนกันค่ะ ขอจบ ตอนที่ 1 แค่นี้ก่อนนะคะ สุขนิทราค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
ผมจะคอยติดตามเรื่องของพี่สายลมกับคุณแม่ต่อไปนะครับ วันเสาร์-อาทิตย์ถ้าเพื่อนๆว่างลองเปิดเรื่อง"พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก"ทางช่อง"เวิร์คพอยท์"ตอน10:00-11:00 น. ดูซิครับ ผมกับลูกสาวชอบดูมากเลย "ความรักเป็นสิ่งที่ตัดได้ยาก กับบางคนรู้ว่ารักแล้วเจ็บแต่ก็ยังยอม" "ตะรางดวงใจ" ธานินทร์ อินทรเทพ ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
แม่มะนาวขอแสดงความเห็นแทรกเรื่องของคุณสายลมนิดนึง ศรีธัญญา เป็นคำต้องห้ามสำหรับคนทั่วไปตั้งแต่สมัยก่อน จนแม้ปัจจุบัน ก็ยังมีคนคิดแค่ว่าเป็นที่สำหรับคนวิกลจริตเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดนั้น ก็สามารถไปหาจิตแพทย์ได้ แม่มะนาวเคยเครียด นอนไม่หลับ ก็ยังไปหาจิตแพทย์เลยค่ะ ได้คุยปัญหากับหมอ ค่อยๆหาทางแก้ปัญหา ทานยาตามหมอสั่ง แก้นอนไม่หลับ เพราะจะทรมานมาก คือเราอยากนอน แต่สมองไม่ยอมพัก ตอนเช้าตื่นมาเหมือนคน เมาค้างค่ะ ทุกวันนี้เวลาอยู่คนเดียวเงียบๆ เล่นคอมพ์ ยังโดนลูกบอกว่าเวลาแม่ไปหาหมอ ถามหมอด้วยนะ ว่าแม่เข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือเปล่า อย่างอัลไซเมอร์นี่แม่มะนาวก็คอยเช็คตัวเองและบอกให้ลูกคอยดูด้วยอีกที คุณสายลมคงจะต้องลำบากในการที่จะต้องต่อสู้กับความคิดของ ญาติพี่น้อง มากเลย เข้าใจความรู้สึกและเห็นใจ กับสภาพที่คุณต้องผ่านมา และดีใจที่คุณยังยืนหยัดอยู่ได้ค่ะ ทุกวันนี้เลยพยายามเอาธรรมะที่พอเข้าใจง่ายมาลงไว้ที่บ้านดินเหนียว ไว้สอนใจตัวเองค่ะ
มาต่อ ตอนที่ 2 ค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบคุณเม้นท์ของคุณพี่มะนาวนะคะ ลูกของพี่มะนาวน่ารักจัง อ่านแล้วคิดถึงแม่ค่ะ หลังจากที่เกิดวิวาทะระหว่างพี่น้อง ตัวป้าสายลมก็เลยตัดสินใจถอยออกมา แต่ก็ยังทำตัวเหมือนเดิม ปี 2552 ไปทำงานเป็นอาสาสมัคร ที่ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย งานวิสาขบูชาโลก ค่ะ พอดีน้องสาว คนเล็กมีปัญหากับสามีขอมาอยู่ที่ราชบุรี ก็เลยได้โอกาสฝากแม่ซะเลย จะได้ลุยงานได้เต็มที่ แต่ก็กลับ ไปเยี่ยมนะคะ ปกติจะไปอาทิตย์ละครั้งก็เปลี่ยนเป็นเดือนละครั้ง จบงานที่ มจร.กลับไปบ้าน ดูแล้ว อาการแม่แย่กว่าเดิม ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ราชบุรีประมาณเดือน มิย.2552 พาแม่ไปทำทดสอบที่ รพ.ราชบุรี หมดสงสัยแล้วค่ะแม่เป็นอัลไซเมอร์ ต้องเริ่มกินยา แต่ตอนนั้นเป็นอาการเริ่มแรก แม่ ยังอ่านหนังสือ ทำกับข้าว หุงข้าว ร้องเพลง จำลูก จำเพื่อนบ้านได้ ป้าสายลมไม่ค่อยดีที่ไม่ศึกษา เรื่องอัลไซเมอร์ให้ละเอียดมากขึ้น ความเข้าใจคนเป็นอัลไซเมอร์น้อยมาก ตอนนี้ก็ได้แต่เสียใจพอนึก ถึงเรื่องนี้ รูปใน profile เป็นรูปแม่ที่มีอาการระยะแรกแล้วค่ะ น้องสาวที่อยู่ กทม.จะ มาเยี่ยมเดือนละครั้งแล้วจะพาแม่ไปเที่ยวเพชรบุรี หรือไปวัด เคยพาไปวัดอัมพวันด้วยนะคะ เดือน กพ. 2553 แม่ล้มค่ะ กระดูกหน้าขาร้าว ไม่ต้องเข้าเฝือกแต่ต้องทำกายภาพบำบัด ตอนแรก นึกว่าแม่สะดุดอะไรแล้วล้ม เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นอาการทางสมองค่ะทำให้ขาไม่มีกำลังล้มลง หลังจากเหตุการณ์นี้ แม่เปลี่ยนไปเร็วมาก ขอจบตอนที่ 2 แค่นี้นะคะ วันนี้เหนื่อยหน่อย ลมพัดแรง ฟ้าครึ้ม กลัวฝนจะตก รีบจัดสมบัติน้องสาวที่เอามาไว้ที่นี่ให้เข้าที่ กลัวโดนฝนค่ะ ขอบคุณพี่มะนาว กับคุณแสงธูป ที่เข้ามาเม้นท์ค่ะ สุขนิทราเพื่อนๆ ทุกคนที่มาอ่านนะคะ ไม่ได้ใส่เพลงหลายวันแล้ว วันนี้ขอเป็นเพลงของแม่ แม่ชอบเพลงนี้มากค่ะ อยากรู้จังว่าแม่อยู่ที่ไหน แล้วแม่จะคิดถึงลูกคนนี้บ้างหรือไม่ แม่จะรู้มั้ยว่าลูกคิดถึงแม่มากแค่ไหน หนึ่งปีที่กำลังจะผ่านไป ความคิดถึงและห่วงใยยังคงเหมือนเดิม เพราะทุกลมหายใจเข้าออก มีแต่คำว่าคิดถึงแม่
"แม่มีบุญคุณ การุณลูกยา ถึงลูกชั่วช้า หน้าตาขี้เหร่ แม่ก็รักลูก พันผูกไกวเปล จะไม่เสเพล เพื่อแม่ภูมิใจ" กลอนบทนี้ผมแต่งตอนอยู่ ป.5 ด้วยความรู้สึกว่าในชีวิตมีหนึ่งคนที่รักเรามากที่สุดรักเราแน่นอนรักเรามากกว่าตัวเองคนนั้นคือ"แม่" (ประกวดได้ที่หนึ่งของโรงเรียนด้วย ) "อ้อมอกแม่" ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน ปล.ประโยคสุดท้ายของพี่สายลมทำเอาผมน้ำตาซึมเลย ผมเชื่อว่าแม่ทุกคนย่อมอยากเห็นลูกของตัวเองมีความสุขเข้มแข็งและเป็นคนดี ไม่ว่าท่านจะอยู่ ณ.แห่งหนใด ผมเคยบอกลูกสาวว่าถ้าต่อไปภายภาคหน้าพ่อต้องจากหนูไป ขอให้ลูกใช้ชีวิตให้มีความสุขแทนส่วนของพ่อด้วย คิดถึงพ่อได้แต่อย่าเศร้าจนทุกข์ พ่อจะดีใจถ้ารู้ว่าลูกมีความสุขและเป็นคนดี "ความตายจบชีวิตแต่ไม่จบความสัมพันธ์"
สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ค่ะ คุณแสงธูปทำให้พี่สายลม น้ำเกือบหล่นจากตาเหมือนกันค่ะ ดีที่เงยหน้าทัน ฮา ฮา พี่สายลมไม่มีลูก ขอรอฟังเม้นท์จากคุณแม่มะนาวค่ะ
คืนวันอาทิตย์ฟังธรรมก่อนนอน มีทิดคนหนึ่งเคยสึกมาหลายปีมีความต้องการจะกลับมาบวชอีกครั้งกับหลวงพ่อชาที่วัดหนองป่าพง แต่ไม่ต้องการ บวชเป็นปะขาว ต้องการบวชพระเลย โดยให้เหตุผลว่า เคยบวชเรียนมาหลายพรรษา มีความรู้ทางธรรมดี รู้วินัยดี บทสวดมนต์ยังจำได้ดี เทศนาได้ ปฏิบัติได้ ย้อมผ้า เย็บตัดจีวรได้ ด้วยเคยเป็นถึงระดับอาจารย์มาก่อนที่จะสึก จึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเสียเวลาบวชปะขาว บวชสามเณรเพื่อฝึกฝนในเรื่องอะไรอีกเพราะทำเป็นหมดแล้ว เมื่อหลวงพ่อชาได้ฟังดังนั้น จึงตอบว่า "ถ้าเปรียบพระวินัยเป็นหลัก คารวะธรรมก็จัดว่าเป็นเชือก ผู้จะบวช เป็นพระภิกษุ นอกจากจะมีความรู้ทางพระวินัยแล้ว ก็จะต้องเป็นผู้มีคารวะธรรมในใจด้วย จึงจะเป็นสมณะที่สมบูรณ์ได้ คารวะเป็นธรรมที่สำคัญมากสำหรับพระภิกษุ เพราะนำมาซึ่งความเมตตา สามัคคี และความเจริญมาสู่หมู่คณะ สังคมไหน ถ้าขาดคารวะธรรม สังคมนั้นก็จะพบแต่ความวุ่นวายและเสื่อมถอย ผู้พร้อมจะออกบวชสำหรับผมไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ดี แต่เป็นผู้ที่มีสัมมาคารวะ คารวะธรรมเป็นกำลังแห่งศรัทธา สามารถทำลายมานะในใจ ช่วยยกจิตใจให้สูง ไม่เที่ยวดูหมิ่น รังเกียจใครต่อใคร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการประพฤติปฏิบัติของเรา " ทิดคนนั้นเมื่อได้ฟังคำตอบก็ซาบซึ้งมากยินดีที่จะบวชเป็นปะขาวจนกว่าหลวงพ่อชาจะอนุญาติให้บวชแม้ว่าจะให้เป็น ปะขาวซักสิบปีก็ยินดี ต่อมาไม่นานท่านก็ได้รับอนุญาตให้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และเป็นผู้มีความอ่อนน้อมมาก ซึ่งมีตัวอย่างเสมอว่าผู้บวชตอนอายุมากและมีความรู้มากมักว่ายากสอนยากไม่ค่อยจะฟังใคร "แดนเคารพ" ในความหมายของหนองป่าพงจึงมิใช่แค่เขตวัด แต่หมายถึง ทุกๆสถานที่ทั้งในวัด นอกวัด หรือที่เที่ยว จาริกไป คือ"แดนเคารพ"ทั้งสิ้น เพราะแดนเคารพก็คือคารวะธรรมในใจนั่นเอง Cr : สาขาวัดหนองป่าพง นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
อ่านข้อเขียนจากทั้งคุณสายลม และคุณแสงธูป แม่มะนาวขอบอกนะคะว่า คุณแสงธูปโชคดีที่สุดค่ะ คุณได้รับความรักจากแม่ และมีความรักที่ส่งต่อให้ลูก คุณแสงลมก็ได้รับความรักและความอบอุ่นจากแม่ ได้มีโอกาสดูแลแม่ทดแทนบุญคุณจนวาระสุดท้าย แม่มะนาวเองไม่ได้อยู่กับแม่แต่เด็กค่ะ จำความได้ก็อยู่กับปู่ย่าแล้ว ความรู้สึกรักจึงไปอยู่ที่ปู่ย่าจนหมด อย่างที่เคยบอกไงคะ อะไรที่จะทำให้ปู่ย่าสบายใจ แม่มะนาวจะทำทุกอย่าง เข้าสตรีวิทย์ เข้า มธ. วันที่บอกปู่ว่าสอบได้ ปู่น้ำตาคลอ แม่มะนาวก็สุข แล้ว จะมีก็แค่ ปู่ย่า ไม่ทันเห็นความสำเร็จของแม่มะนาว ตลอดมาก็พยายามใช้ชีวิตอย่างที่ถูกสั่งสอนมา โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ ปู่เป็นอัยการค่ะ แต่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ถ้าจะถามว่ารักแม่ไหม ถ้าให้ตอบจากใจจริง แม่มะนาวเคารพรักแม่ในฐานะที่เป็น ผู้ให้กำเนิด แต่ความผูกพันลึกซึ้ง ไม่มีอย่างที่คุณสายลม และคุณแสงธูป มีค่ะ เพราะมีอะไรหลายอย่างที่ซับซ้อนอธิบายยาก แม่มะนาวไม่ใช่ดาวพระศุกร์นะเออ ที่ไม่เจอแม่มา 20 ปี แล้วโผเข้ากอดแม่ รักสุดหัวใจ อะไรจะดราม่าปานนั้น ที่บอกอย่างนี้ อย่าคิดว่าแม่มะนาวไม่ดี หรือจะคิดก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ความรักในสายเลือดมันต้องมีความผูกพันร่วมด้วย นาทีแรกที่แม่มะนาวเห็น ลูกชายตัวน้อย รู้สึกแค่ว่านี่คือลูกของเรา แต่พอที่เขาดื่มนมจากอก ความรู้สึกผูกพันมันจึงค่อยเริ่มก่อตัว ทุกวันๆที่ได้เลี้ยงดูเขา อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวของแม่มะนาวเอง อาจต่างจากคนอื่น เป็นรักที่ไม่มีข้อแม้ สอนลูกให้เป็นคนดีสำหรับสังคม จนบางทีลูกทำไม่ได้ดังใจ ก็มีน้ำโหจนเครียดต้องหาหมอแหละค่ะ แล้วจึงได้สติคิดว่า ชีวิตนั่นเป็นของเขา เขาย่อมมีสิทธิ์ ที่จะเลือกทางเดินเขาเอง เราเองก็ยังเลือกทางเดินของเราเองเลย วันข้างหน้ายังมาไม่ถึง จะเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งไป คาดเดา ทุกข์ทั้งนั้น เลยอยู่กับวันนี้ไปทุกวันดีกว่า ทำให้เขาเท่าที่ความเป็นแม่จะให้ได้ ก็คงได้แค่นี้