อิอิ สายลมก็เคยได้รำค่ะ แม่ส่งไปเรียนวันหยุดอยู่พักนึง แล้วเคยถูกคัดเลือก ให้ไปรำออกทีวีด้วยนะคะ สมัยนั้นยังเป็นจอขาวดำ รำขวัญข้าว พี่มะนาวคงรู้จัก ครูที่สอนบอกว่า สายลมรำแล้วไม่นิ่มนวลไปทางม้าๆ ประมาณนั้นค่ะ แต่คงหาคนอื่นไม่ได้ ก็เลยได้รำ
สร้างภาพ ถาม : คนทุกคนมีข้อดีและข้อด้อยในตัวเอง การที่เราทำแต่สิ่งที่ดี ประพฤติดีให้คนอื่นเห็น แต่ไม่ได้ ประพฤติข้อด้อย ข้อบกพร่องของเราให้ผู้อื่นรู้ ทำให้คนอื่นคิดว่าเราดี อย่างนี้เป็นการโกหกหรือไม่ ตอบ : เราทราบว่าจิตใจมีผลต่อการพูดและการกระทำ จิตมาก่อนใช่ไหมเราจึงพูดจึงทำ แต่ในขณะ เดียวกันการกระทำและการพูดก็มีผลต่อจิตใจ ยกตัวอย่างในเรื่องของศีล ถ้าเรารักษาศีลข้อแรกอย่างเคร่งครัด จะสังเกตได้ว่าการต้องงดเว้น คิดจะฆ่า คิดจะทำอะไรก็ไม่ทำ จะทำให้ความรู้สึกต่อสัตว์เปลี่ยนไป เพราะเจตนาจะงดเว้น ถ้าเรามีการกระทำหรือการพูดในสิ่งที่ดี ก็เป็นการสรรเสริญสิ่งที่ดี ถ้ามีการกระทำ หรือการพูดตามอำนาจของสิ่งที่ไม่ดี ก็เป็นการสรรเสริญสิ่งที่ไม่ดี อันนี้คือหลักการอย่างหนึ่ง เราก็มีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี แต่เราต้องการให้พ้นจากสิ่งที่ไม่ดี เหลือไว้แต่สิ่งที่ดี วิธีการก็ต้องใช้อาวุธหลายอย่าง ใช้วิธีการหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งก็คือ สิ่งที่ไม่ดีให้มันอยู่ที่จิตใจอย่างเดียว อย่าพึงแสดงออกภายนอก มันจะทำให้พลังของสิ่งที่ไม่ดีนั้น ค่อยๆลดถอยลง ในขณะเดียวกัน การไม่ทำตามและไม่พูดตามสิ่งไม่ดีงามในจิตใจ ไม่ได้หมายความว่าเราปิดบังอำพราง ถ้าเราทำสิ่งที่ไม่ดีแล้วยอมรับผิด อย่างนี้ก็ถือว่าไม่โกหก แต่ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ดีแล้วต้องเที่ยวประกาศ ให้ทุกคนทราบ นี่ก็ไม่จำเป็น
พระพุทธองค์สอนเรื่องความแตกต่างระหว่างบัณฑิตกับพาลในหลายกรณีเรื่องการพูด ท่านว่าพาลชอบพูดถึงเรื่องที่ไม่ดีของคนอื่น แม้ไม่มีคนถาม เขาจะพูดก่อน แล้วพูดอย่างละเอียดด้วย ไม่เบื่อ ไม่มีสรุป ไม่มีสังเขป พูดทั้งหมดเลย และอาจจะเกินความจริงด้วยซ้ำไป สิ่งที่ดีของคนอื่นไม่อยากพูดถึง ถ้าไม่มีใครถามจะไม่บอก ถึงจะรู้ก็ไม่อยากให้เขาทราบความดีของคนอื่น แต่ถ้ามีใครปรารภหรือใครถาม ก็จะตอบอย่างสั้นที่สุด แต่เรื่องของตัวเองจะตรงกันข้าม ความไม่ดีของตัวเองไม่อยากให้ใครทราบ ถ้ามีใครถามหรือว่าจำเป็นต้องพูดจะพูดให้สั้นที่สุด แล้วก็จะมีข้ออ้างมากมายด้วย แต่ถ้าจะพูดถึงความดีของตนจะเทศน์ได้ทั้งวันทั้งคืน “ตอนเริ่มต้นฉันก็ไม่มีอะไรนะ ฉันก็สร้าง ตัวเองด้วยความขยันหมั่นเพียรของตัวเอง” อะไรอย่างนี้ พูดเรื่องความดีของตัวเองนี่สนุก แต่สนุกคนเดียว คนอื่น เขาไม่ค่อยสนุกหรอก นี่คือลักษณะของพาล ส่วนนักปราชญ์จะตรงกันข้ามทุกข้อ ปราชญ์ไม่อยากจะพูดถึงความไม่ดีของคนอื่น พยายามจะไม่พูด แต่ถ้าการไม่พูดนั้น จะมีผลกระทบต่อสถาบันหรือต่อส่วนรวม บางทีต้องพูดเหมือนกัน แต่จะพูดอย่างสั้นที่สุด ไม่ได้พูดชวนให้เกิดความโกรธ จากอคติและอาจจะพยายามมองที่เหตุปัจจัยที่ทำให้เขาทำอย่างนั้น ปราชญ์ชอบที่จะพูดถึงความดีของคนอื่น “นี่สังเกตไหม คนนั้นเขาน่ารักนะ เขาดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ” ใจเขาเองก็เป็นกุศล แล้วคนอื่นก็ค่อยๆชื่นใจด้วย “ใช่ไม่ได้สังเกตมาก่อน... ใช่” ก็เลยมีความสุขในความดีของคนอื่นและชอบเปิดเผย ชอบประกาศให้คนอื่นได้ทราบด้วย ส่วนความไม่ดีของตัวเองยินดีจะเปิดเผยโดยที่คนอื่นยังไม่ถาม ก็พูดได้เลย เราจะเห็นครูบาอาจารย์ไม่ว่าหลวงพ่อชา ไม่ว่าท่านสุเมโธ ท่านเล่าถึงสมัยที่ท่านบวชใหม่ๆ ท่านมักจะเล่าถึงกิเลสของท่าน เราก็เคยอ่านเคยฟังท่านพูด ท่านจะพูด อย่างตลก
วันหนึ่งท่านอาจารย์สุเมโธเล่าว่า ท่านโกรธพระองค์หนึ่งมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านก็เดินเข้าป่าแล้วก็เลือกต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วก็ ตูม !! ชกต้นไม้ในป่า ไม่กล้าชกพระ เรื่องทำนองนี้ท่านจะเล่าโดยไม่ปิดบัง เราก็ขำด้วยได้กำลังใจด้วย เพราะเราเห็นว่าตอนท่านเริ่มต้นการปฏิบัติ ท่านก็มีปัญหามากเหมือนกัน ที่ท่านเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเป็นตั้งแต่เกิด ท่านเป็นด้วยการฝึกฝนอบรม หลวงพ่อชาก็เหมือนกัน ท่านไม่เคยคิดที่จะปิดบังเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าท่านบริสุทธิ์และน่าเลื่อมใสทุกอย่าง ท่านยินดี เปิดเผยกิเลสของท่านเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ส่วนความดีของท่าน ๆ จะพูดถึงน้อยมาก ไม่อยากจะพูด ฉะนั้นให้เรามีความจริงใจ สำคัญอยู่ที่เจตนาของเรา ถ้าเราเห็นว่าการเปิดเผยข้อบกพร่องของเราเป็นสิ่งที่สมควร จะเป็นคติธรรมหรือเป็นการให้กำลังใจคนอื่น เราก็พูด ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับคนอื่น พูดแล้วไม่ได้ประโยชน์ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดทุกเรื่องไป จากหนังสือคลายปม ท่านชยสาโรภิกขุ หน้าที่ ๕๓-๕๖ นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
ถ้าสมมุติว่า"โรงเรียนบ้านดินเหนียว"จัดงานประจำปี พี่มะนาวรำเป็นตัวพระ พี่สายลมรำเป็นตัวนาง ผมขอเป็นต้นไม้ในฉากแล้วกันเพราะมือกับแขนมันเหมือนกิ่งไม้มากกว่าจะรำได้ วันวานที่ผ่านมาเราเคยฝันอะไรไว้บ้าง ล่วงเลยผ่านมีฝันอันใดที่เราทำสำเร็จแล้วบ้าง "หอบฝัน"
"วันวานที่ผ่านมาเราเคยฝันอะไรไว้บ้าง ล่วงเลยผ่านมีฝันอันใดที่เราทำสำเร็จแล้วบ้าง" สำหรับพี่มะนาว ในชีิวิตที่ถือว่าฝันที่ทำสำเร็จ มีอยู่สองอย่าง เข้าสตรีวิทยา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได่ นี่ไม่ได้คุยว่าตัวเองเก่ง แต่เป็นอะไรที่กดดันมาก เหนื่อยมาก ท่องหนังสือ อย่างชนิว่าลืมเรื่องบันเทิงเริงใจไปหมด ทำเพื่อปู่อะนะ ปู่อยากให้อยู่ก็จะทำให้ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วยซ้ำว่าสตรีวิทย์ดีอย่างไร เคยแต่นั่งรถผ่าน แล้วปู่ก็ชี้ให้ดู บอกว่าอีกหน่อยต้องมาเรียนที่นี่ อยากอยู่ มธ. เพราะปู่จบจากโรงเรียนพระกฎหมาย ที่เป็น จุดกำเนิดของมหาวิทยาลัย พี่สรุปเอาเองแหละ เพราะสมัยเด็กๆ จะร้องเพลงมอญดูดาว ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในเพลงของ มหา'ลัย เลย คิดว่าต้องใช่ซิ ส่วนฝันอย่างอื่น มีใครบ้างไม่เคยฝัน เคยฝันอยากได้บ้านที่มีห้องสมุดใหญ่ แต่ไม่ได้ คงฝันใหญ่ไป เลยได้แค่พอประมาณ ตัว พอเผาพี่ได้หมด โดยผสมกับฟืนบ้าง เป็นคนช่างฝัน แต่ไม่สนใจว่าจะได้ หรือไม่ได้ เออ แปลกนะ จริงๆเขาคงเรียกว่า คนโรแมนติกแหละแต่ซ่อนไว้ลึกๆ แบบอ่อนไหว แต่ไม่ค่อยอ่อนหวาน แฮ่แฮ่ คงพอตอบคำถามคุณแสงธูป ที่พี่ก็ไม่แน่ใจว่าอยากรู้หรือเปล่า เล่ามาก เดี๋ยวจะไปตรงกับ หนังสือคลายปม ของท่าน ชยสาโรภิกขุ ที่พี่แอบอ่านหนังสือท่านมา สองปีแล้ว วันนี้ได้อ่านที่ท่านเขียนแล้ว นึกดูว่าชอบเพราะอะไร ชอบเพราะเรานำมาใช้ในชีวิตของเราได้ไง ถ้าเราทำตามคงจะพอ เป็นคนที่ดีกับเขาได้บ้างเนอะ
และอีกเพลงที่รู้สึกเหมือนเป็นความฝันในใจ เลยเข้าหาธรรมะไม่ได้สักที เหมือนมีอะไรค้างในใจ หนังเรื่อง The Others ก็เหมือนกัน ชีวิตที่คอยอะไรบางอย่าง ดูแล้วเศร้า เหงา อย่างนี้หลวงพี่มาเห็นโดนดุแน่ๆ ฐานเพ้อเจ้อ แต่ไม่เพ้อในธรรมนะแจ๊ะ 555555555
ผมชอบอ่านน่ะครับ เรื่องราวของพี่มะนาว ของพี่สายลม หรือของเพื่อนๆทุกคน มีหลายเรื่องที่อ่านแล้วต้องนั่งยิ้ม อย่างสมัย"สิ่งที่ยังคงอยู่"พี่มะนาวมีเรื่องมาเล่าให้ฟังบ่อยจากการชุมนุม อย่างเรื่องที่พี่มะนาวโดนฝักบัวสนามฉีดใส่ผมอ่านไปขำไป พอพี่มะนาวมาบ้านดินเหนียว ผมตามมาช้าไปหน่อยไม่ทันได้ร่วมเปิดบ้านกับพี่มะนาวและเพื่อนๆแต่ผมก็ตามอ่านบทความแรกๆ ตอนอ่านเรื่องที่มะนาวเอาหัวไปโขกกับที่กดกริ่งผมคิดในใจเลย"นี่แหละพี่มะนาว...ยังเหมือนเดิม" "นกเจ้าโผบิน" จำรัส เศวตาภรณ์
"ฝากความรู้สึกห่วงใยไปให้กับเพื่อนๆบ้านดินเหนียวทุกคน แม้ว่าจะไม่เคยพบกันแต่กลับรับรู้ถึงความผูกพันที่มี" "ห่วงใย" คนด่านเกวียน ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
ค่ำๆวันเสาร์ ฟังธรรม Cr : มูลนิธิบ้านอารีย์ นำมาเสนอ : หลวงพี่ พสิษฐ์ สุจิณฺโณ ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
"นี่แหละพี่มะนาว...ยังเหมือนเดิม" แปลว่าพี่ยังซุ่มซ่ามเหมือนเดิมใช่ป่าว เด๋วเหอะ แต่จะว่าไปก็จริงอย่างคุณว่าแหละ อิอิ
อย่าเลือกความสุขที่อยู่ไกลเกิน ความสุขไหนใกล้ตัวเรา ก็ใช้ความสุขเหล่านั้นไปก่อน ถึงจะไม่ใช่ที่สุด แต่มันก็ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น Cr : ข้อคิด กำลังใจ นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
"ทุกข์หรือสุขอยู่ที่ใจเราคิด" คืนนี้คงต้องขอลาไปก่อน นอนหลับฝันดีทุกท่าน "คืนลาอาลัย" สนธิ สมมาตร ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
ย่ำค่ำวันอาทิตย์ ท้องฟ้า เหมือนฝนจะตก แต่แถวบ้านยังไม่ตก อาจไปตกที่อื่น หรือท้องฟ้าแกล้ง เหมือนจะตกแต่ไม่ตก มาลองอ่านธรรมะดีกว่า น่าสนใจ ต้องอ่านช้าๆ เห็นแต่เช้า กว่าจะหาตอนเย็น ลงมาเสียล่าง นี่คือเหตุผลที่แม่มะนาวชอบจะเอาบทความที่ตรงใจมาลง ถึงแม้ลึกๆเพราะไม่ได้เขียนอะไร ความจริงมีอยู่ว่า เวลากำลังเขียน ชอบมีแมวมาคอยขัดจังหวะ คอยเรียก หิวข้าวมั่ง อ้อนมั่ง โดยเฉพาะถ้าอ้อน ถ้าเราไม่สนใจ กระโดดขึ้นโต๊ะคอมพ์ นอนทับเมาท์ หางวางบนคีย์บอร์ด เลยจบข่าว 55555
สวัสดีคืนวันอาทิตย์ มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง ในวาระใกล้ครบรอบ 1 ปี ที่คนบนฟ้า จากไปค่ะ แต่ก่อนจะมาเริ่มเล่าตอนที่ 1 เอา soft rock ที่ชอบฟังมา แสดงก่อนนะคะ เรื่องเล่าคืนนี้ขอเลื่อนเป็นคืนพรุ่งนี้ค่ะ แฟนขับคอยติดตามนะคะ
"มีรักไฉนคล้าย...ไร้รัก" "รักอำพราง" นราธิป กาญจนวัฒน์ ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
บ่ายวันจันทร์ ทางพุทธศาสนาสอนว่าอยากได้ผลต้องสร้างเหตุ บางศาสนาสอนว่าสร้างเหตุยังไม่พอ ยังจะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดปรานจึงจะได้ผล บางศาสนาสอนว่าไม่ต้องสร้างเหตุก็ได้ ขอให้สิ่งศักดิ์โปรดปรานอย่างเดียวก็พอ ทางพุทธเราบอกว่าไม่ต้องเถียงในระดับปรัชญาก็ได้ เอาของรอบตัวที่เป็นรูปธรรมเป็นเครื่องพิสูจน์ เช่น ต้องการ น้ำร้อน พุทธศาสนาสอนว่าจุดไฟ ตั้งกา น้ำเย็นก็จะกลายเป็นน้ำร้อนโดยไม่ต้องอ้อนวอนใคร แต่ถ้าไม่ตั้งกาไว้เลย อ้อนวอนเท่าไรมันก็ไม่ร้อน Cr : ธรรมะโดยพระอาจารย์ชยสาโร นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
สวัสดีคืนวันจันทร์ค่ะ ไม่ได้มาเล่าเรื่องอีกแล้วค่ะ เพราะมีเรื่องใหม่เข้ามาเมื่อเย็นนี้ เพื่อนสมัยเรียน ม.ปลาย ไม่เจอกันกว่ายี่สิบปี แต่ก็ยังติดต่อกันบ้าง ปีละครั้งสองครั้ง ทางโทร. เพื่อนโทร.มาครั้งสุดท้ายเมื่อต้นปีที่แล้ว คราวนี้เสียงพูดอ่อนๆ เหมือนคน พูดเหนื่อยๆ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน เพื่อนบอกว่า เพื่อนเป็นไตวายแล้ว ตอนนี้ต้องฟอกไตอาทิตย์ละสามครั้ง ตกใจมากเพราะเพื่อนเป็นพยาบาล แต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร เพราะไม่อยากให้เพื่อนหมดกำลังใจ ประโยคที่ทำให้ใจหายจนนาทีนี้ เพื่อนบอกว่าไม่รู้จะมี ลมหายใจได้อีกนานเท่าไหร่ เป็นคนที่พูดปลอบใจใครไม่เป็นค่ะ พูดได้แต่ว่า ดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ จะมาอยู่กะเรามั้ย เรายินดีนะเพื่อน แต่เพื่อนบอกว่า มาไม่ได้เพราะเพื่อนต้องดูแลแม่ ก็ลากัน พรุ่งนี้ค่อยโทร.ไปหา ต่อไปนี้จะ พยายามโทร.ไปหาเพื่อนบ่อยๆ เพราะรู้ว่ากำลังใจสำคัญมาก โทร.ไปหาเพื่อนอีกคน ที่อยู่ในอำเภอเดียวกันให้โทร.ไป หาเพื่อนที่ไม่สบายบ่อยๆ ถ้าทำได้.... เฮ้อว่าจะ เล่านิดหน่อย ก็ยาวอีกซะ ขอไปนอนทำใจต่อว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ค่ะ.... พรุ่งนี้จะไปทำบุญให้แม่ แต่ไม่ใช่ที่วัด แล้วจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ถ้าได้ไปนะคะ สุขนิทราค่ะ เพื่อนๆ ทุกคน
รอคุณสายลม เขียนเล่าถึงผู้เป็นที่รักยิ่ง แต่ได้อ่านเรื่องเพื่อนคุณสายลมเสียก่อน เสียใจด้วยนะคะ แต่เพื่อนเป็นพยาบาล คงไม่ลำบากเรื่องการรักษา แม่มะนาวเคยเจอคนป่วยเป็นไตอายุกว่า70แล้ว มากันสองคนตายาย ก่อนกลับบอกว่าดูแลกัน ให้ดีๆนะคะ แม่มะนาวเองทำประกันชีวิตกับโรคพวกนี้ไว้ จะได้ไม่เดือดร้อนลูกๆ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราทุกคนคงต้อง เตรียมใจไว้เจอค่ะ เดือนก่อนที่เจอตายาย แม่มะนาวเองก็ไปผ่าก้อนเนื้อไขมันตรงชายโครง เพราะไปข่มขู่คุณหมอให้ผ่า เพราะกดเจ็บแล้วรำคาญ แต่ก็เป็นแค่ก้อนไขมัน วันหลังจะเล่าเรื่องไปผ่าให้คุณแสงธูปฟัง รอไปผ่าไฝที่ตรงตีนผมใกล้หน้าผาก จะได้เป็นการรวมเรื่องเลยทีเดียว อิอิ งั้นเราก็ฟังพลงกล่อมเกลาจิตใจให้สบายก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
ฟังเพลงกันเถิดชื่นใจ วง Uriah Heep เป็นวงหนึ่งมี่เคยได้ยินมานานแล้ว เจอเพลง Lady In Black เลยลองเอาเปิดจากที่เคยฟังแบบหวานๆ
ฝากเรื่องไว้อ่านก่อนอน แม่จ๋า จงอย่ากลัว (ตอน ๔) ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๘ หลังจากกลับมาวัด ฉันนั่งสมาธิหน้าต้นพระศรีมหาโพธิ์ แล้วอธิษฐานมอบดวงตาให้แม่ ๑ ข้าง หากหมอจะต้องควักดวงตา แม่ออกจริงๆ ขอให้ฉันได้อุทิศตาข้างขวาของฉันให้กับแม่หนึ่งข้าง เพื่อแม่จะได้มีดวงตาเห็นโลกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน หลังจากอธิษฐานแล้ว รุ่งขึ้นตอนบ่ายฉันไปโรงพยาบาล เยี่ยมแม่ สวดมนต์ให้แม่ นางพยาบาลกับหัวหน้าห้องเข้ามาบอกฉันว่า คุณหมอฝากให้มาถามว่า จะตกลงให้ควักดวงตาแม่ออกหรือไม่ ฉันบอกพยาบาลว่า ฝากถามคุณหมอ หากควักตาแม่ออก แล้วจะใช้ตาฉันแทนได้หรือไม่ ฉันยินดีจะบริจาคตาข้างขวาให้แก่แม่หากใช้แทนกันได้ นางพยาบาลรับฝากคำถามฉันไปบอก คุณหมอ ปาฏิหาริย์มีจริง วันต่อมา คุณหมอแจ้งแก่ฉันว่า อาจารย์หมอตาจากโรงพยาบาลจุฬามาช่วยตรวจดูตาแม่ทั้ง ๒ ข้างโดย ละเอียดแล้วยังจะสามารถรักษาได้ไม่ต้องควักออก แต่ก็ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อให้แรงขึ้น ต้องใช้เวลาและเงินมากโขอยู่ ฉันบอกหมอว่าไม่เป็นไร หากทำให้ตาแม่สามารถมองเห็นได้ จะใช้เวลาใช้เงินเท่าไร ฉันจะพยายามหาเงินมาให้ วันนั้น ฉันกลับมาวัดด้วยความลิงโลดยินดี ไปที่ห้องนอนของแม่ จำได้ว่า แม่มีแหวนเพชรเก่าอยู่วงหนึ่ง แม่เคยเล่า ให้ฟังว่าเป็นแหวนแต่งงานที่โยมพ่อให้แม่ในวันแต่งงาน ฉันเคยเห็นแม่เก็บเอาไว้ติดตัวตลอดเวลา ฉันกะว่าจะเอาไป ให้เด็กจำนำเพื่อนำเงินจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่ พอดีนายพงศักดิ์ ประธานมูลนิธิรู้เรื่องเข้า เขาจึงนำเงินมาให้ เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลแม่ ฉันเลยมิต้องจำนำแหวนของแม่
แม่อยู่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐมประมาณ ๑ เดือน ใช้เงินไปแสนเศษๆ กลับมาวัดอย่างปลอดภัย แต่ดวงตาของแม่ ยังมองอะไรไม่ค่อยชัด หมอบอกว่า ตาแม่ได้รับเชื้อมานาน จึงไม่สามารถมองเห็นได้ชัดอย่างเดิม โดยเฉพาะข้างซ้าย แทบจะมองไม่เห็นเลย จะยังคงใช้ได้แต่เฉพาะตาข้างขวาเท่านั้น จนฉันต้องค้นคว้าสูตรยาบำรุงประสาทตา แล้วทดลอง กับตัวเองอยู่ ๑ เดือนเต็มๆ เมื่อเห็นว่าสามารถทำให้ตาสว่างขึ้น มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น พอให้แม่กินยาได้เดือนเศษ ตาแม่ เริ่มเห็นได้ชัดขึ้น มัวแต่เล่าเรื่องเก่าเสียนาน กลับมาป้อนก๋วยจั๊บแม่ต่อ วันนี้ดูว่าแม่อาการดีขึ้นมาก แม่อยากกินก๋วยจั๊บให้มาก แต่ฉันก็ป้อน ก๋วยจั๊บแม่ไม่มากนัก ฉันบอกแม่ว่า อายุมากแล้ว อย่ากินให้อิ่ม จะทำให้อาหารไม่ย่อย ฉะนั้น เวลากินควรกินครั้งละน้อยๆ แต่กินบ่อยๆ เพราะถ้าปล่อยให้คนอายุมากกินอาหารจนอิ่ม เมื่ออาหารย่อยไม่หมด เกิดอาการบูดเน่า ภายในกระเพาะ จะเกิดแก๊สดันขึ้นอัดปอด ม้าม หัวใจ อาจทำให้หายใจไม่ออก ฉะนั้นคนอายุมากไม่ควรกินอาหารอะไรที่ย่อยยาก แม้ย่อยง่าย ก็ไม่ควรกินมากจนอิ่ม อาจทำให้อึดอัดทรมาน
แจงเอาไว้เผื่อบรรดาคุณๆ ทั้งหลาย จะนำไปใช้ดูแลพ่อและแม่ที่แก่ชรา เพราะการได้ตระเตรียมอาหาร ป้อนข้าวป้อนน้ำ ท่านผู้เฒ่าบ่อยๆ จะทำให้เกิดผลดีทางจิตใจและทางกายด้วย แต่ต้องทำด้วยกิริยาทะนุถนอม นุ่มนวล เต็มใจ จริงใจ รักและเทิดทูน ด้วยความรู้สึกและกิริยาอันแสนวิเศษเช่นนี้แหละ พ่อและแม่ของเราจะมีความสุขทั้งกายและจิตใจ หากถึงเวลาตาย ก็จะตายด้วยความสงบสุข ซึ่งขณะที่ทำ ควรชวนท่านพูดท่านคุยในวิถีแห่งทำนองคลองธรรม เพื่อกล่อมเกลา จิตใจให้ท่านผ่อนคลายจากความกังวลทั้งปวง นำพาอารมณ์ของท่านให้เข้าสู่ความสงบสันติ รวมทั้งต้องขยันที่จะตอบ ขยันที่จะอธิบาย เพราะคนแก่มักจะหลงๆ ลืมๆ อาจจะมีอาการย้ำทำ ย้ำคิด ซ้ำซาก วกวน ลูกหลานทั้งหลายต้องไม่ยึด เอามาเป็นอารมณ์ และพร้อมที่จะอธิบายให้ท่านได้เข้าใจอย่างจริงใจ สุภาพอ่อนโยน อย่ากระโชกโฮกฮาก แสดงกิริยาปั้นปึ่ง กระทำการปึงปัง แดกดันกระแทกกระทั้นเป็นอันขาด หากเป็นเช่นนี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้พ่อแม่ดีขึ้น มีความสุขขึ้นแล้ว ยังจะเป็นการซ้ำเติมท่าน แช่งชักหักกระดูกท่าน ให้ตายเร็วตายร้อน นั่งนอนเป็นทุกข์อีกต่างหาก พวกคุณทั้งหลายต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่คุณทำแก่พ่อแม่ ไม่ว่าจะดีก็ตาม เลวก็ด้วย ทุกอย่างล้วนแล้วแต่จะติดตามตัวคุณไปข้ามภพข้ามชาติทีเดียวแหละ
หากไม่อยากจะได้ชื่อว่าลูกอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณพ่อแม่และผู้มีคุณ คุณๆ ทั้งหลายควรทำพูดคิดต่อพ่อแม่ประหนึ่ง ดังพระอรหันต์คู่หนึ่งทีเดียวล่ะ เพราะถ้าหากคุณๆ ทำได้ ถือว่าคุณกำลังทำถวายแก่พระอรหันต์ เป็นบุญใหญ่ มีผลใช้ได้ ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ และที่สำคัญ อย่าให้เว่อร์ จงจำไว้ วัตถุธาตุสำหรับพ่อแม่ ไม่สลักสำคัญเท่ากับจิตใจที่ซื่อตรง รักเคารพ ของลูกที่มีให้ต่อพ่อแม่ ฉันคงจะจบเรื่อง แม่จ๋า จงอย่ากลัว เอาไว้แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ หากมีเวลา จะเขียนมาเล่าสู่กันฟังใหม่ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม และหวังว่าคุณๆ ทุกท่านคงจะเป็นลูกยอดกตัญญูของพ่อและแม่นะจ๊ะ เจริญธรรม พุทธะอิสระ
ตัวผมเองทุกวันนี้ก็ต้องพบหมอตามนัดเหมือนกัน หมออายุรกรรมทุก12สัปดาห์ หมอตาทุก10สัปดาห์(ครั้งไหนต้องขยายม่านตาจะลำบากตอนกลับบ้านเพราะตาจะสู้แสงไม่ได้เลย) ผมเคยล้มป่วยอย่างหนักตอนอายุสามสิบ จากหลายโรครุมเร้า ความดัน คอเรสเตอรอล แต่ที่หนักสุดคือโรคกระเพาะ(มีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร)สาเหตุมาจากการดื่มเหล้า เวลากำเริบมันเจ็บมากเลยเหมือนเราโดนแทงตรงลิ่นปี่ทะลุไปถึงข้างหลัง ทางกายว่าแย่ทางใจยิ่งแย่หนัก ผมกินยาอยู่หลายเดือนเริ่มท้อ ผมเลยถามหมอว่า ผม : หมอครับผมกินยามาหลายเดือนแล้วทำไมผมยังไม่หาย หมอ : คุณเริ่มกินเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ผม : ประมาณตอนอายุ16ครับ หมอ : คุณกินเหล้ามาตั้งแต่16มาถึงตอนนี้สิบกว่าปี เป็นสิบกว่าปีที่คุณทำร้ายตัวเอง แล้วคุณคิดว่าการที่คุณกินยาแค่ไม่กี่เดือนมันจะหายไหม ไม่มียาวิเศษอะไรที่กินแล้วหายทันทีหรอก จากคำพูดของหมอทำให้ผมเข้าใจ ต่อมาผมได้มีโอกาสศึกษา"โพชฌังคปริตร"ทำให้คิดได้จิตใจหายป่วย ร่างกายก็เริ่มมีพลัง ผมกินยาและปฏิบัติตัวตามหมอสั่งอยู่สามปีในที่สุดผมก็หายจากโรคกระเพาะแต่หมอให้กินยาต่ออีกหนึ่งปี ทุกวันนี้ก็เหลือแต่โรคประจำตัวซึ่งเป็นโรคที่รักษาไม่หายอยู่แล้วแต่ถ้ากินยาก็ไม่เป็นอะไร ส่วนเหล้าผมเลิกแบบเด็ดขาด(กว่าจะเลิกได้ลำบากมากร่างกายมันต้องปรับสภาพ) ชีวิตคนเราไม่แน่นอน ตอนวัยรุ่นผมใช้ชีวิตประมาทแม่ต้องร้องไห้แทบทุกวัน มีแต่คนรังเกียจ กว่าจะสำนึกได้เกือบจะสาย ทุกวันนี้เวลามีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น ผมจะคิดว่าชดใช้กรรมที่เคยทำ "จงดีใจที่ได้ชดใช้กรรม สำนึกถึงความผิด อย่าก่อกรรมร้ายเพิ่ม ให้เพิ่มแต่กรรมดี" "ยิ้มกลางสายฝน" จากผลงานเก่าๆของ"คาราวาน"แต่ผมขอนำเสนอในรูปแบบของ"อรวี สัจจานนท์ ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
มารายงานตัวอย่างโรยรา ก่อนไปนอนคืนนี้ขอแจ้งว่าเรื่องของคนบนฟ้าต้องเลื่อน ไปอีกวัน แฟนขับตั้งสองล้านคน (พี่มะนาว กะ คุณแสงธูป) อย่าเพิ่งลาออกนะคะ เหตุผลคือ ตอนเช้าไปหาหมอเบาหวานตามนัด กลับมาประมาณ 11 โมง รีบรดน้ำต้นไม้ ดึงสายยางที่พันกัน ไปสะดุดกระถางต้นไม้หน้าบ้านหมาน้อย หงายหลังเอาฝ่ามือซ้าย ค้ำไว้ อุ้งมือบวมแข็ง กำไม่ได้ ปวดมาก กลัวกระดูกหักหรือร้าว ตัดสินใจไปหาหมอที่ รพ.อำเภอ หมอให้เอ็กซ์เรย์ แต่ก็รอนานมากก มือเริ่มหายปวด กำได้ ไม่แข็ง ก็เลยขอตัวกลับบ้าน เพราะต้องกลับมาจัดอาหารเย็นให้แฟนของแม่น่ะค่ะ แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ พาราก็หมด แต่มือไม่ค่อยปวดแล้วค่ะ ขอไปนอนก่อนนะคะ เฮ้อ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เป็นเช่นนี้ สุขนิทราค่ะ เพื่อนๆ ทุกคน