ช่วงความคิดดีๆก่อนนอน Cr : เพจ กำลังใจมีไว้ให้ น้ำใจมีไว้แบ่งปัน นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
คู่ขวัญเพลงดังสมัยก่อน "หนุ่มยาวสาวสั้น" ดาว บ้านดอน พิมพ์ใจ เพชรพลาญชัย สมัยก่อนเวลาไปบ้านตากับยายที่ภาคอีสานส่วนใหญ่จะต้องนั่งรถไฟไป ระหว่างทางช่วงโคราชถึงขอนแก่นจะมีคนขึ้นมาขายอาหารมากมาย มีทั้ง ไก่ยาง ส้มตำ ข้าวเหนียว ห่อหมกอีสาน แต่จะมีอย่างหนึ่งที่ผมชอบซื้อทานมาก ยำแหนม ทุกวันนี้ไม่รู้ยังมีอยู่หรือเปล่าไม่ได้ขึ้นรถไฟไปนานมากแล้ว "พี่มะนาวและพี่ๆน้องๆบ้านดินเหนียวครับผมต้องไปต่างจังหวัดสองวันคงไม่ได้เข้าบ้านดินเหนียว ถ้าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมา" ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่มะนาว คุณตะขบ คุณหนูอ้อย คุณmaison พี่สายลม พี่หงส์เฒ่า คุณไดโกโระ คุณctpk05 คุณควันหลง คุณพี่อาวุโสโอเค คุณ(Thai de Lion) คุณข้ามันลูกทุ่ง คุณจักร และเพื่อนๆสภากาแฟ.netทุกท่าน
สวัสดีคืนวันอังคาร ช่วงบันเทิงธรรม ทำไมไม่สงบ ความต้องการของคนมันเป็นอย่างนั้น ต้องการเอร็ดอร่อย ความเพลิดเพลินทางตา เพลิดเพลินทางหู เพลิดเพลินทางจมูก ทางลิ้น เพลิดเพลินไป นี่มันก็เป็นความสบายส่วนหนึ่งของคนทั่วไป แต่มันไม่ใช่ความสบายที่แท้จริง ความสบายที่แท้จริงนั้นต้องเกิดจากจิตใจที่สงบ จิตใจที่สงบนั้นเป็นความสบายที่แท้จริง ซึ่งความจริงนั้นความสงบมันมีอยู่แต่ว่าเราเอาอะไรมาปิดมันเสียไม่ให้มันโผล่ออกมา ความจริงมันมีอยู่เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมชาติ คือ มันสงบอยู่ แต่ว่าเราไม่ให้มันโผล่ออกมาได้ ไม่ให้ความสงบโผล่ เพราะว่าเราเอาเครื่องวุ่นวายไปปิดเสีย Cr : หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison แอบเอามา : แม่มะนาว
ความคิดดีๆมีไว้ก่อนนอน Cr : เพจ กำลังใจมีไว้ให้ น้ำใจมีไว้แบ่งปัน นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
วันมาฆบูชา ความหมาย วันมาฆบูชาหมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ความสำคัญ วันมาฆบูชา เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา ๖และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาท ปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติที่ นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดี ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส การประกอบพิธีมาฆะบูชาในไทย ได้เริ่มในพระบรมมหาราชวังก่อนในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีพิธีการพระราชกุศลในเวลาเช้า พระสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชประดิษฐ์ ๓๐ รูป ฉันในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลาค่ำ เสด็จออกทรงจุดธูปเทียน เครื่องมนัสการแล้ว พระสงฆ์สวดทำวัตรเย็นเสร็จแล้ว สวดมนต์ต่อไปมีสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ด้วย สวดมนต์จบ ทรงจุดเทียนรายตามราวรอบ พระอุโบสถ ๑,๒๕๐ เล่ม มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนา โอวาทปาติโมกข์ ๑ กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลีและภาษาไทย เครื่องกัณฑ์ มีจีวรเนื้อดี ๑ ผืน เงิน ๓ ตำลึง และขนมต่าง ๆ เทศนาจบพระสงฆ์ ซึ่งสวดมนต์ ๓๐ รูป สวดรับการประกอบพระราชกุศลเกี่ยวกับวันมาฆบูชา ในสมัยรัชกาลที่ ๔ นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปีมิได้ขาด สมัยต่อมามีการเว้นบ้างเช่น รัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกเองบ้าง มิได้เสด็จ ออกเองบ้างเพราะมักเป็นเวลาที่ประสบกับเวลาเสด็จประพาสหัวเมืองบ่อยๆหากถูกคราวเสด็จไปประพาสบางปะอินหรือพระพุทธบาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง ก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชา ในสถานที่นั้น ๆ ขึ้นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาก็ขยายออกไป ให้พุทธบริษัทได้ปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบสืบมาจนปัจจุบันมีการบูชา ด้วยการเวียนเทียน และบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ ส่วนกำหนดวันประกอบพิธีมาฆบูชานั้น ปกติตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ หากปีใดเป็นอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหนจะเลื่อนไปตรงกับวันเพ็ญเดือน ๔
โอวาทปาติโมกข์ หมายถึงหลักคำสอนคำสำคัญของพระพุทธศาสนาอันเป็นไปเพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น หรือคำสอนอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ วิธีการ ๖ ดังนี้ หลักการ ๓ ๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลดละเลิก ทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งความชั่ว มีสิบประการ อันเป็นความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติ ผิดในกาม ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติ ของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม ๒. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี ๑๐ อย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ ความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นมีแต่ช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม การทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวาน พูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะการทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมีแต่คิดเสียสละ การไม่ผูกอาฆาตพยาบาทมีแต่คิดเมตตา และปราถนาดีและมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ๓. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึงความสงบ มี ๕ ประการ ได้แก่ ๑. ความพอใจในกาม (กามฉันทะ) ๒. ความอาฆาตพยาบาท (พยาบาท) ๓. ความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน (ถีนะมิทธะ) ๔. ความฟุ้งซ่าน รำคาญ (อุทธัจจะกุกกุจจะ) และ ๕. ความลังเลสงสัย (วิกิจฉา) เช่น สงสัยในการทำความดีความชั่ว ว่ามีผลจริงหรือไม่ วิธีการทำจิตให้ปฏิบัติสมถะผ่องใส ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการละบาปทั้งปวง ด้วยการถือศืลและบำเพ็ญกุศล ให้ถึงพร้อมด้วยการวิปัสสนา จนได้บรรลุอรหัตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง
อุดมการณ์ ๔ ๑. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ ๒. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น ๓. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ๔. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จาการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ ๘ วิธีการ ๖ ๑. ไม่ว่าร้าย ได้แก่ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือ กล่าวโจมตีใคร ๒. ไม่ทำร้าย ได้แก่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ๓. สำรวมในปาติโมกข์ ได้แก่ ความเคารพระเบียบวินัย กฎกติกา กฎหมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีของสังคม ๔. รู้จักประมาณ ได้แก่ รู้จักความพอดีในการบริโภคอาหารหรือการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ๕. อยู่ในสถานที่ที่สงัด ได้แก่ อยู่ในสถานที่สงบมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ๖. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ ได้แก่ฝึกหัดชำระจิตให้สงบมีสุขภาพคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดี คัดลอกจาก ศูนย์วิปัสสนาวัดศรีโอภาส
ช่วงบันเทิงใจกับเสียงเพลง วันนี้เป็นชุดของ The Carpenters ที่ชอบ ด้วยยังมึนๆหัว นึกอะไรๆไม่ออก แต่ก็เป็นอีกวง ที่แม่มะนาวมีชุดรวมเพลงของเขาเลยแหละ
สวัสดีคืนพฤหัสฯ บันเทิงธรรมกันก่อน "อย่าเห็นว่าผ้าเหลืองๆ เป็นพระทั้งหมด พระอยู่ตรงที่ความบริสุทธิ์ต่างหากล่ะ" หลวงปู่บุดดา ถาวโร Cr : Kannikar Jinadit นำมาเสนอ : คุณ เพียงพันธุ์ รักในหลวง แอบเอามา : แม่มะนาว
เมื่อเราเริ่มรู้จักวาง รู้จักปล่อย ความทุกข์มันก็หายไป แล้วการปล่อยการวางเนี่ย เป็นสิ่งที่เราทำได้ เราเลือกได้ถ้าเราคิดจะเลือก Cr : พระไพศาล วิสาโล นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison แอบเอามา : แม่มะนาว
มาขอต่อเพลงของ carpenters กับพี่มะนาวค่ะ เพลงนี้ชอบมากเพราะพอจะ ร้องแบบมั่วๆ ได้ ไม่ค่อยเพี้ยนเท่าไหร่ อิอิ
ช่วงบันเทิงใจไปกับเพลง เมื่อคืนพี่มะนาวก็ว่าจะลง Top Of The World ปิดท้าย บังเอิญไปเจอเพลง Now เสียก่อน
และความคิดดีๆก่อนนอน Cr : เพจ กำลังใจมีไว้ให้ น้ำใจมีไว้แบ่งปัน นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
สวัสดียามสายครับ ไม่อยู่หลายวันคิดถึงบ้านดินเหนียวจัง ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยว"เขาวงพระจันทร์"จังหวัด"ลพบุรี"มา ขอเอามาเล่าให้ พี่ๆเพื่อนๆฟังนะครับ เริ่มต้นจากผมได้รื้อรูปเก่าๆมาดูกับลูกสาว ดูไปดูมาลูกหยิบรูปใปหนึ่งขึ้นมาแล้วถามว่าที่นี่ที่ไหน ผมคว้ามาดูเห็นแล้วน้ำตาแทบไหลเป็นรูปถ่ายเก่าๆใบหนึ่งเป็นรูปผมกับพ่อและแม่ที่ยอดเขาวงพระจันทร์เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ผมเลยเล่าเรื่องราวในตอนนั้นให้ลูกสาวฟัง ลูกเลยบอกว่าอยากไปบ้าง หลังจากไปพูดคุยกับญาติพี่น้องแล้วเลยตัดสินใจไปเขาวงพระจันทร์กันอีกครั้งในฐานะรุ่นที่สองพารุ่นที่สามไป ในวันมาฆบูชา มาถึงทางขึ้นเขาวงพระจันทร์ประมาณตีสาม อากาศหนาวมาก เด็กๆทุกคนต้องใส่เสื้อกันหนาว ตัวผมเองมีกระเป๋าสะพายใบหนึ่งใส่น้ำสองขวดกับขนมปังอีกห้าห่อ ผมลืมเสื้อกันหนาวเลยใช้ผ้าห่มมาคลุมแทนอุ่นดี ตกลงกันว่าจะขึ้นเขากันเลยตอนนั้นตีสามพอดี เขาวงพระจันทร์ จากทางขึ้นถึงยอดเขา มีบันไดทั้งหมด 3,790 ขั้น ด้านบนยอดเขามี"รอยพระพุทธบาท(โยนกปุเร)" "วัดเขาวงพระจันทร์" "ถ้ำยักษ์กกขนาก" ในรูปจะเห็นแสงไฟสูงขึ้นไปเรื่อยๆนั้นคือบันไดขึ้นเขาครับ
สวัสดีสิบเอ็ดนาฬิกาวันศุกร์ บันเทิงกับธรรมะก่อนตามธรรมเนียม Cr : กฏแห่งกรรม นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison แอบเอามา : แม่มะนาว
ไม่กล้าอ่านรูปข้างบน........#1184........เพราะแม่มะนาวบอกว่าให้อ่านก่อนนอน...เก็บไว้อ่านตอนดึกๆดีกว่า
หลังจากเดินกันมาได้สักพักหนึ่งร่างกายเริ่มอ่อนล้า เลยเข้าพักที่ศาลาข้างทางกัน(ตอนลงลองนับดูมีทั้งหมดประมาณสิบสองศาลา) เด็กๆเริ่มร้อนกันแล้ว เสื้อกันหนาวที่ใส่มาเลยต้องถอดออก ผมรวบรวมเสื้อกับสัมภาระส่วนเกินของเด็กๆมาห่อไว้ในผ้าห่มที่ติดมาแล้วผูกไว้กลางหลัง "เฮ้อไม่น่าบอกให้ใส่กันมาเลย" หลังจากนั้นก็เดินกันต่อตอนนี้ผู้ใหญ่เริ่มไม่ไหวกันแล้วโดยเฉพาะภรรยาบอกว่าจะลงไม่ขึ้นแล้ว ผมบอกว่ามากันขนาดนี้แล้วจะกลับทำไมแล้วลูกกับหลานๆละ เอาอย่างนี้ไม่ต้องคิดถึงยอดเขาแล้วมองแค่ศาลาข้างหน้าไปให้ถึงพักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยไปศาลาต่อไปที่ละศาลา ตัวผมเองก็แย่มันหนักผ้าห่มที่ห่อของแต่ก็ไม่กล้าบ่น ทั้งคลานทั้งเดินจนมาถึงศาลาหนึ่งเขาเขียนว่า"อีกสี่ศาลา"ผมเลยถามเด็กที่ขายน้ำในศาลาเพื่อความแน่ใจว่า"หนูอีกสี่ศาลาถึงหรืออีกสี่ศาลาจะไม่มีที่พักแล้ว"เด็กบอก"อีกสี่ศาลาถึงครับ" แค่นั้นแหละยิ้มกันเป็นแถว ต่อจากนั้นก็เดินกันมาเรื่อยพักทุกศาลาในที่สุดก็ถึงยอดเขาจนได้ มาถึง หกโมงเช้าพอดี ใช้เวลาทั้งสิ้น สามชั่วโมง ในรูปผมถ่ายจากทางเข้าวัดย้อนลงไป
ด้านบนนี้หมอกลงจัดมาก อากาศหนาว เด็กๆร้องหาเสื้อกันหนาวกันใหญ่ (สุดท้ายเราก็คิดไม่ผิดที่ติดเสื้อกันหนาวมา ) ตอนนี้ต่างคนต่างแยกกันไปไหว้พระ หรือไม่ก็ไปกินข้าวต้มที่ทางวัดจัดไว้ให้ทานฟรี ผมทึ่งกับอาชีพหนึ่งบนนี้คือคนขนของขึ้นมาให้ร้านค้า เขาหาบขึ้นมาจากทางขึ้นเลยแต่ละรอบหนักสุดๆ เช่น บี๊บผักกาดดอง กระสอบข้าวสาร น้ำดื่มแพ็ค ฯ เขาบอกว่ารอบหนึ่งได้ค่าแรงสามร้อย ผมบอกอยากทำบ้างจังเลย ภรรยาเลยบอกสองวันรอบหนึ่งจะได้หรือเปล่า
หลังจากเดินเที่ยวจนทั่วก็รวมตัวเพื่อลงเขากัน ตอนลงก็เอาเรื่องเหมือนกัน ลูกสาวบ่นตลอดทาง มีคนบอกว่าถ้าเมื่อยให้ถอยหลังลงช้าๆจะช่วยได้ ภรรยากับลูกสาวเลยทำบ้าง พวกเขาไปกันไกลแล้วสามคนพ่อแม่ลูกยังรั้งท้ายอยู่เลย ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ลงมาถึง ตลอดทางผมจะคอยให้กำลังใจคนที่ขึ้นตลอด (เราลงแล้วก็คุยได้เนอะ) พากันไปล้างเนื้อล้างตัวเสร็จก็นั่งพักกันยาวเลยเพื่อเตรียมตัวไปต่อ จุดหมายต่อไป "พระพุทธบาทสระบุรี" มาถึงก็เกือบเที่ยงแล้วล้ามากๆ คนเยอะมากๆหาที่จอดรถตั้งนาน หลายคนสละสิทธิ์ขอรออยู่ที่รถ แต่ผมสามคนพ่อแม่ลูกตัดสินใจไป (ผมไม่เคยมาไหว้ รอยพระพุทธบาท ที่จังหวัด"สระบุรี"มาก่อน เคยไปแต่ที่"เขาคิชฌกูฎจันทบุรี") ตอนแรกลูกสาวก็งอแงไม่อยากไปเพราะเดินไม่ไหวแล้ว ผมต้องให้ขี่หลังไป พอไปถึงคนเยอะมาก ผมต้องแทรกพาลูกฝ่าเข้าไปจนถึง"รอยพระพุทธบาท"จนได้ หลังจากไหว้แล้ว ผมพาลูกออกมาเห็นคนกำลังตั้งเหรียญบนรอยจำลองกันอยู่ ผมกับลูกสาวเลยตั้งกันบ้างใช้เวลาอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็สำเร็จ จบการเดินทางในวันมาฆบูชา ปีหน้าบอกกับลูกสาวว่าเราจะไป"เขาคิชฌกูฎ"กัน ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆที่ติดตามอ่าน ผมขอไปนวดขาด้วย"เคาน์เตอร์เพน"อีกสักรอบเส้นตึงสุดๆไม่อยากขึ้นลงบันไดไปอีกนาน "เดินไปเรื่อยๆถ้าเหนื่อยนักก็พักเสียบ้าง ต่อให้ยังไปไม่ถึงจุดหมายแต่เราก็เข้าใกล้มันไปทุกที ที่เราออกเดิน" "นักเดินทาง" พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
อ่านเรื่องที่คุณแสงธูปเล่า ฟังสนุกไม่น้อยสำหรับคนอ่าน ถ้าแม่มะนาวไป คงใช้เวลาวันละ 3 ศาลา แล้วพักนอนข้างทาง เป็นแน่แท้ แล้วรุ่งขึ้นไปต่อ นี่เป็นสิ่งที่แม่มะนาวไม่ชอบการมีอายุมากขึ้น แล้วสังขารก็เสื่อมถอยลง ทุกวันนี้ถ้าเดินทางราบ ก็พอได้หลายกิโล แค่ขึ้นภูเขาทองเมื่อสองสามปีที่แล้ว ก็เกาะราวบันไดพยุงขึ้นไป แทบไม่รอด สมัย กปปส จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ถึง ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ ยังพอสบายๆ แม่มะนาวไปลพบุรีหลายครั้ง ไม่เคยได้ยินชื่อ เขาวงพระจันทร์เลย เคยแต่ไปดูค้างคาวบินจากถ้ำ พระพุทธบาทนี่ไปสมัยทำงานซึ่งก็นานมากแล้ว ปีนเขาพอไหว แต่ให้มุดถ้ำนี่แม่มะนาวยอมแพ้จริงๆ สุดท้ายที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ แวะลพบุรีฝากลูกสองคนไว้กับ ปู่-ย่า แล้วขับรถเลยต่อไป แวะนอนพิษณุโลก ออกเส้นทางน่าน สวยมากเลย ไม่ได้ไปทางสายเอเชีย ไปเที่ยววัดที่เขาบอกว่า ท่านครูบาศรีวิชัย เคยไปนั่งกรรมฐาน (ถ้าเรียกผิดขออำพัย) เขามีบันไดทอดลงไปตามช่อง มีไปนีออนส่อง ลงไปล่างสุด เป็นลานกว้าง มองไปรอบๆเห็นได้เท่าที่ไฟส่องถึง กลัวสุดๆจับมือคุณหลวงแน่น ไม่ได้โรแมนติก กลัวแกหายง่ะ อยู่คนเดียว คงตายแน่ๆ ร้องไห้กลัวจนน้ำหมดตัวประมาณนั้น กลัวความมืดในที่ที่ไม่คุ้น แต่ที่บ้านสบายมาก บางทีหมาเห่าดึกๆ เดินถือไม้ไปอันนึง ลงไปข้างล่างนอกบ้านคนเดียว เพื่อดุหมาให้หยุดเห่า สบายๆ คุณแสงธูปไม่อยู่ แอบเหงาเล็กน้อย เพราะหลวงพี่ก็ยังไม่กลับเหมือนกัน แถมเป็นหวัดมีไข้ เลยยิ่งแย่หนัก ลืมบอกไปลองเอาเท้าแช่น้ำแบบอุ่นจัด ใส่เกลือแกงสักถุงเล็กๆ แช่จนน้ำหายร้อน มีคนบอกสูตรให้ เขาบอกว่าเกลือ จะช่วยได้ ก็ลองดูไม่เสียหาย แล้วเวลานอนก็หาที่รองขาให้สูง จะช่วยได้มาก
ลาในคืนนี้ด้วย ความคิดดีๆที่มาจากการปีนเขาวงพระจันทร์ คุณ Thai de Lion เปิดเจอตอนไหนก็อ่านได้เลยค่ะ Cr : เพจ กำลังใจมีไว้ให้ น้ำใจมีไว้แบ่งปัน นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison ผู้ไปแอบฉกมา : แม่มะนาว
สวัสดียามสายครับ ขอบคุณพี่มะนาวสำหรับสูตรการแช่เท้า วันนี้ผมจะลองทำดู พี่มะนาวพูดถึงตอน กปปส มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเดินไปกับขบวนจาก"สวนลุม"ไป"ช่องสาม" วันนั้นไปคนเดียวช่วง"บ่อนไก่" ผมรู้สึกหน้ามืดเหมือนจะเป็นลมคิดในใจ"เอาแล้วสิจะไหวไหมเรา" ส่วนตัวก็ไม่อยากหยุดเพราะตอนนั้นอยู่หัวขบวนอยากจะไปให้ถึงเป็นกลุ่มแรกๆ พอดีทางรถที่นำขบวนบอกให้หยุดรอกันก่อน เลยได้โอกาสหามุมร่มๆนั่งพักอัดยาดมอยู่พักใหญ่รู้สึกดีขึ้น พอดีกับกลุ่มที่มาจากต่างจังหวัดเข้ามาพูดคุยเรื่องเส้นทาง เลยได้เพื่อนอีกกลุ่ม พอออกเดินอีกครั้งผมเลยเดินไปกับกลุ่มเพื่อนที่มาจากต่างจังหวัดพร้อมกับร่างกายที่กลับมาพร้อมอีกครั้ง (พูดแล้วคิดถึงพี่น้อง กปปส ทุกคนตอนนั้นมองไปทางไหนก็เห็นแต่เพื่อนเห็นแต่มิตรภาพและน้ำใจ) พี่หงส์เฒ่า เปิดเพลงประกอบซีรีส์"พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก" ผมดูจบเห็นเขาเขียนว่า"เริ่ม7มีนา 10:00 ช่อง1workpoint" อ้าววันนี้นี่หว่า เลยได้เปิดดูกับลูกสาวเลย "ขอบคุณครับ" "คนเราจะมีช่วงเวลาที่ดีสักกี่ครั้ง แต่ละครั้งเราเก็บไว้ตรงส่วนไหนของความทรงจำ ทุกครั้งที่คิดถึงมีทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม" "ช่วงเวลาที่ดีที่สุด"
สวัสดีตอนหัววัน วันเสาร์ เวลาบันเทิงธรรม คาถาแก้จน ไม่ยอมเรียน หรือ จะรู้ ไม่ยอมดู หรือ จะเห็น ไม่ยอมทำ หรือ จะเป็น จะลำเค็ญ ย่ำแย่ จนแก่ตาย..... หลวงพ่อจรัญ Cr : กฏแห่งกรรม นำมาเสนอ : คุณ Bonne Maison แอบเอามา : แม่มะนาว
กปปส ของพี่มะนาวเป็นประสบการณ์หนึ่งในชีวิต สมัย ตุลาปี ๑๖ อยู่มธ. ยังไม่ร่วมเลย เพราะตอบตัวเองไม่ได้ ว่าจะทำไป เพื่ออะไร หรือใคร สิ่งที่เกิดกระทบเราแค่ไหน แต่คราวนี้ออกไปเพราะเก็บความรู้สึกมานานแล้ว เพื่อพระเจ้าอยู่หัว ทุกครั้งที่ไป มักจะถามคนรอบข้างว่าออกมาเพื่ออะไร จะได้คำตอบเดียวกับที่เราคิดและรู้สึก ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อ ไม่มีความเป็น คนแปลกหน้า มีแต่คนที่มาเพื่อรู้จักกัน ความประทับใจมีเยอะจนเล่าไม่ถูก บางทีเหมือนจะเว่อร์ไปด้วยซ้ำ แต่ก็เป็น เรื่องจริงที่เราได้พบในชีวิต พี่ชอบจะออกไปคนเดียว คุณหลวงไปด้วยน่าเบื่อ ในความรู้สึกของพี่ แหะๆ คือแกไปเพราะห่วง พี่แหละ ถ้ารู้ว่าคุณแสงธูปจะไปเดิน จะบอกเคล็ดลับให้ (อีกแระ) คือ ใส่รองเท้านุ่มๆ ใส่สบาย ก็รองเท้า ผ้าใบคู่เก่ง ถุงเท้าหนาหน่อย เดินไปเรื่อยๆในจังหวะสม่ำเสมอ ไม่เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า พี่จะไม่ค่อยเดินไปกับ กลุ่มใหญ่ คนเยอะ ต้องเร่งฝีเท้าให้ทันคนอื่น มันจะเมื่อยและเหนื่อยง่าย พี่จะมีกระบอกน้ำที่ ใส่น้ำไปค่อนเต็ม แล้วแช่แข็งในคืนก่อนไป เอาผ้าขนหนูพันแล้วใส่ถุงพลาสติกอีกที มีน้ำธรรมดาอีกขวดคอยเติม แค่นี้ก็มีน้ำเย็นจิบทานตลอดทาง คือติดน้ำเย็น ถ้าไม่เย็นจะไม่หายอยากเรย มีลูกอมนิดกระเป๋าและที่สำคัญ เขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร พร้อมกรุ๊บเลือด ใส่ซองพลาสติกไว้เผื่อฉุกเฉิน เล่าไปเล่ามาเยอะจัง พอดีก่า