สิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางธรรมชาติ จะมีที่ไหนบ้าง มาดูกัน Banaue Rice Terraces จังหวัดอีฟูเกา ประเทศฟิลิปปินส์ คือ บันไดข้าวอายุกว่าพันปี ที่แกะสลักจากภูเขาทั้งลูก เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลูกข้าว สมัยก่อนนั้นการทำนาจะต้องใช้พื้นที่ราบ หากแต่พื้นที่ภูมิประเทศบริเวณนี้เต็มไปด้วยเขาสูงมีที่ราบน้อย ปริมาณน้ำและเนื้อที่ในการทำการเกษตรจึงเป็นปัญหา ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน จึงได้คิดวิธีทำนาแบบขั้นบันไดขึ้นตามไหล่เขา โดยสกัดไหล่เขาให้เป็นชั้นๆ ลดหลั่นลงมาเป็นขั้นบันได เพื่อช่วยเพิ่มเนื้อที่ในการเพาะปลูก เป็นการรักษาหน้าดินไม่ให้ถูกชะล้างไป อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำทั้งในแง่การชลประทานโดยการเก็บกักน้ำฝน และยังช่วยป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย โดยนาข้าวที่บานาเวนั้นเป็นภูเขาสูงอยู่เหนือน้ำทะเล 5,000 ฟุต นาข้าวแต่ละแห่งมีเนื้อที่ 10,360 ตารางกิโลเมตร และในปี ค.ศ. 1985 องค์การยูเนสโกได้จัดสถานที่นี้เป็นมรดกโลก
Sigiriya เป็นเมืองใหญ่โบราณมหึมาของศรีลังกา สร้างขึ้นโดยพระเจ้ากัสสัปปะ ประมาณ ค.ศ. 470 โดยพระองค์ได้สร้างเมืองนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นโลกศักดิ์สิทธ์ของพระองค์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,300,000 ตาราง เมตร มีถนน มีระบบชลประทาน และสถานที่เกี่ยวกับศาสนามากมาย หนึ่งในนั้นคือถ้ำที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อมอบแก่พุทธสาวกให้เป็นสถานปฏิบัติธรรม แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุด คือ ที่ใจกลางเมือง มีภูผาหินขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังกับป้อมปราการอันน่าเกรงขาม และทิวทัศน์ตระการตารอบด้าน ฐานของป้อมที่ก่อด้วยอิฐ มีอายุมากกว่า 1,500 ปี และถือเป็นหนึ่งในมรดกโลกของศรีลังกา
Torun เป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศโปแลนด์ ที่ยังคงสภาพเป็นเมืองเก่าสมัยกลาง และเป็นบ้านเกิดของ Nicolaus Copernicus นักดาราศาสตร์เจ้าของทฤษฏี “โลกเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล” โดยเมืองTorun มีอายุถึง 1,100 ปี ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานเก่าของโปแลนด์ ความโดดเด่นอยู่เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและรวมสถานที่เก่าแก่มากมาย ที่สำคัญคงสภาพเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแต่อย่างใด
Tower of Hercules ประภาคารเฮอร์คิวลิส เป็นประภาคารและประตูสู่ ลา คอรุนญา เมืองท่าสำคัญ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน สร้างขึ้นโดยชาวโรมันในศตวรรษที่ 2 ก่อน คริสตกาล ผู้อาศัยในนิคมนี้ได้สร้างตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ไว้ และในไม่ช้าเมืองนี้ก็กลายเป็นเขตสำคัญของการค้าทางทะเล ส่วนหอเฮอร์คิวลิส เป็นประภาคารที่เปิดทำการต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 1,900 ปี ซึ่งในบริเวณเดียวกันมีสวนประติมากรรม หินแกะสลักจากเหล็ก และสุสานมุสลิม ในยุคที่อาณาจักรโรมันยังเรืองอำนาจ ถือเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่แสดงถึงประภาคารโบราณสมัยกรีก-โรมัน ซึ่งยังคงความสมบูรณ์ของสถาปัตยกรรมไว้
Ajanta Caves ถ้ำอชันตา ได้ชื่อว่าเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่กลางเทือกเขาสลับซับซ้อน ในบริเวณฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงเดกกัน (Deccan Plateau) การสร้างนั้นใช้วิธีขุดเจาะเข้าไปในหินบาซอลต์ (แกรนิตแข็ง) ก้อนเดียวจนเป็นวิหารขนาดใหญ่ โดยใช้เพียงสิ่วและค้อนเท่านั้น ภายในเวลาทั้งสิ้น 800 ปี เริ่มเจาะตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 3 จนกลายเป็นถ้ำมากกว่า 30 ถ้ำ เรียงตัวกันยาวหลายร้อยเมตรบนเชิงเขาสูงวงโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยว ภายในมีวิหารขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยงานแกะสลักหิน ทั้งเจดีย์ พระพุทธรูป และเรื่องราวต่างๆ ในพุทธประวัติและชาดก โดยไม่ผุพังตามกาลเวลาแม้แต่น้อย ถ้ำอชันตา สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของสงฆ์ ให้แยกตัวอย่างสันโดษ แต่ภายหลังเมื่อพระพุทธศาสนาเสื่อมถอย สถานที่แห่งนี้ก็เริ่มหมดความสำคัญลง ขาดการดูแล และถูกทิ้งร้างไปในที่สุด จนกระทั่งเลือนหายไปจากความทรงจำของชาวอินเดีย จนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้งโดยกองทหารอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1819
Valley of Flowers หุบเขาดอกไม้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ใน รัฐ Uttaranchal ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย สวยงามเสมือนสวรรค์บนดินจนถูกนำมาบรรยายในวรรณคดีมาหลายศตวรรษ และปรากฏในศาสนาฮินดูมาช้านาน เพราะที่นั้นมีทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์เฮ็มกุน สถานที่ซึ่งพวกพราหมณ์ชอบนำน้ำจากทะเลสาบมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทั้งยังได้รับความสนใจจากนักพฤษศาสตร์ เพราะเต็มไปด้วยพรรณไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์ ด้วยความอุดมสมบูรณ์จึงถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก และอุทยานแห่งชาติในปี ค.ศ. 1982
Metéora เมทิโอร่า ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศกรีซ เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวนิยมจำนวนมาก ด้วยความเป็นแปลกตรงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสร้างอยู่บนก้อนหินขนาดสูงใหญ่ โดยอดีตสถานที่แห่งนึ้ถูกใช้เป็นที่พํานักของนักบวชคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ ผู้สร้างอารามไว้บนยอดเขา จากความเชื่อที่ว่าจะได้อยู่ใกล้ชิดกับสวรรค์และเป็นการง่ายต่อการป้องกันศาสนาอื่นมารุกรานอีกด้วย ด้วยความโดดเด่นของการสร้างสรรค์ของศิลปะแบบไบแซนไทน์ เมทิโอร่า จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากยูเนสโกใน ปี ค.ศ. 1988
Bagan พุกาม เมืองสำคัญแห่งพม่า เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพุกามซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์พม่า ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ ดินแดน พุกาม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และยองอู (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินยองอู เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมืองคือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน เนื่องจากพุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ที่สวยงามและมีคุณค่า หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2,217 องค์
Leptis Magna เมืองเลปติส เมกนา ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงทริโปลี ประเทศลิเบีย ถูกขนามนามว่าเป็น อาณาจักรโรมันที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดในแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันยังคงสภาพสวยงามรุ่งโรจน์ เพราะอาณาจักรถูกสร้างด้วยหินปูน จึงทนต่อการเกิดแผ่นดินไหวนับครั้งไม่ถ้วน นอกจากความงดงามแล้ว จุดเด่นยังอยู่ที่ผังเมืองซึ่งถูกจัดวางอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นถนน อาคารต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความเจริญของ อาณาจักร เลปติส เมกนา ในช่วง ปี 111 ก่อนคริสต์กาล จนถึงช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด ปี ค.ศ. 211 โดยกษัตริย์ Septimus Severus ต่อมาอาณาจักรเริ่มเสื่อมสลายลงในช่วงศตวรรษที่ 4 จนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้งโดยนักโบราณคดีชาวยุโรป และยังคงสภาพสมบูรณ์ไว้อย่างชัดเจน ยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1982
The Library of Celsus ห้องสมุดเซลซุส ตั้งอยู่ที่เมืองเอเฟซุส ประเทศตุรกี เมืองเอเฟซุสเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยปลายยุคโลหะ ในราวศตวรรษที่ 7 ก่อน คริสตกาล ภายใต้การปกครองของอาณาจักรลิเดีย ถือเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและมั่งคั่งที่สุดในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และรุ่งเรืองถึงขีดสุดอีกครั้งภายใต้การปกครองของโรมัน เป็นเมืองใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของจักรวรรดิโรมัน และใหญ่ที่สุดในเขตเอเชีย ห้องสมุดเซสซุส ก็เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่หลงเหลืออยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ แต่ปัจจุบันเหลือเฉพาะด้านหน้าของอาคารเท่านั้น ห้องสมุดเซลซุส เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างในปี ค.ศ. 114-117 โดย ดิเบริอุส จูลิอุส อาควิลา เพื่ออุทิศให้กับ ดิเบริอุส จูลิอุส เซลซุส ผู้เป็นบิดา โดยฝังโลงศพหินเอาไว้ที่ใต้หอสมุดและใช้เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง ตรงประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเหล่านี้เป็นองค์จำลอง องค์จริงนั้นนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรีย และตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา
ดึกๆ ขุ่นพี่เล่นมายืนริมถนนแบบนี้ ชาวบ้านโตะใจหมดนะ แบบนี้อีกอย่าง ..ขับรถมาเห็น โตะใจแน่นวล อิอิ news.boxza
สาวขึ้นบันไดเลื่อน มองด้านบนก็ปกติ แต่พอมองดูด้านล่าง ถึงกับเงิบ ภาพนี้หากมองทางด้านบนก็เหมือนคนแต่งตัวออกไปเที่ยวตามปกติ ซึ่งเธอใส่เสื้อแขนกุด แต่พอมองลงมาทางด้านล่างแล้วเห็นกางเกงที่เธอใส่แบบสั้นข้าง ยาวข้าง แล้วล่ะก็บอกเลยว่า เฮ้ย!!! กล้าใส่ออกมาเดินได้ไง บอกเลยอินดี้สุด ๆ อ่ะ
ความแตกต่างระหว่าง ญ และ ช ที่คุณอ่านแล้วต้องอมยิ้ม หน้า Desktop คอมพ์ของสองเพศที่ต่างกัน ของหญิง รกมาก โหลดไรไว้เต็ม แอพเยอะกว่า ชาย ตู้เย็นของหญิง และชาย แช่ของต่างกัน ปริมาณต่างกัน ห้องนอน สภาพข้างในรถ สภาพในห้องน้ำ ห้องที่พวกท่านชอบเข้าไปขลุกตัวอย่างมีความสุข การเตรียมตัวออกเดินทาง ผู้หญิงจัดเตรียมคิดล่วงหน้า 5 วัน ส่วนผู้ชายแค่เตรียม 5 นาทีก่อนออกเดินทาง การดูหนัง ผู้หญิงชอบดูแจ๊คกับโรส ส่วนผู้ชายรอดูฉากเรือล่ม นิสัยการเล่าเรื่อง ผู้หญิงจะเล่าวนไปวนมา แค่การเกริ่นนำยังยาวและซับซ้อน ส่วนผู้ชาย เกริ่นนำ เนื้อความ และสรุป news.boxza
50 เมืองน่าเที่ยวทั่วโลก ที่ควรไปเยือนสักครั้ง ในช่วงชีวิตของคนที่รักการเดินทาง อะไรจะมีความสุขไปกว่าการได้ไปเยือนสถานที่แปลกใหม่ที่มีความสวยงามและมีเสน่ห์ดึงดูด ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย รวมถึงรสชาติอาหารของแต่ละท้องถิ่น แค่คิดก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ และวันนี้เราขอเอาใจคนที่รักการเดินทางด้วย 50 เมืองน่าเที่ยวทั่วโลก ที่ควรไปเยือนสักครั้ง จากเว็บไซต์ huffingtonpost รับรองว่าแต่ละที่นั้นงดงามจับใจ ว่าแต่จะมีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลย
1. เวนิส, ประเทศอิตาลี (Venice, Italy) เวนิส คือ เมืองอันดับต้น ๆ ของคู่รักนักเดินทางที่ใฝ่ฝันอยากจะมาล่องเรือในคลองสีฟ้าใส พร้อมชมสถาปัตยกรรมและบ้านเรือนของผู้คนริมน้ำในเวนิส ถือเป็นสวรรค์บนดินของทุกคนจริง ๆ
2. เซบียา, ประเทศสเปน (Seville, Spain) ดื่มด่ำไปกับปราสาทที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแขกมัวร์ พร้อมชิมอาหารยอดฮิต อย่าง ทาปาส เดินเลาะเลียบเพลิน ๆ ไปกับถนนที่ทอดยาวแค่นี้ก็ฟินสุด ๆ แล้ว
3. นิวยอร์ก ซิตี้, สหรัฐอเมริกา (New York City, USA) ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมใคร ๆ ก็อยากมาเยือนมหานครของโลกอย่างนิวยอร์ก ที่ซึ่งคุณจะรู้สึกราวกับเวลาเดินผ่านไปเร็วเหลือเกิน เพราะนิวยอร์กมีสถานที่มากมายให้คุณได้ท่องเที่ยวอย่างไม่รู้จบ
4. ลาซา, ประเทศจีน (Lhasa, China) เมืองลาซา ถือเป็นศูนย์กลางด้านพระพุทธศาสนาของทิเบต ที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับมนตร์ขลังของสถาปัตยกรรมอันสวยงามบนยอดเขา ปลดปล่อยความคิด ให้จิตใจได้พักสงบอย่างแท้จริง
5. ริโอ เดอ จาเนโร, ประเทศบราซิล (Rio de Janeiro) ริโอ เดอ จาเนโร โด่งดังเรื่องเทศกาลและคาร์นิวัล ซึ่งถือเป็นสีสันที่ทำให้บราซิลเป็นประเทศที่คึกคักอยู่เสมอ รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากไปสัมผัสกับวัฒนธรรมสไตล์แซมบ้าสักครั้
6. กรุงลอนดอน, ประเทศอังกฤษ (London, England) ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมืองหลวงของอังกฤษอย่างกรุงลอนดอน เป็นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวอยากจะมาเยือนสักครั้ง ได้ถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญอย่างหอนาฬิกาบิ๊กเบน, Buckingham Palace หรือชมวิวจากลอนดอน อายส์ เรียกว่าเก๋ไม่หยอกเลยนะ
7. มาร์ราคิช, ประเทศโมร็อกโก (Marrakech, Morocco) เป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืมแน่นอน หากได้มาเยือนมาร์ราคิช ท่องไปยังเมืองที่มีเส้นทางวกวนเฉกเช่นเขาวงกต พร้อมหลงใหลไปกับสถาปัตยกรรมข้างทาง และอย่าลืมที่จะลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์
8. นครเปตรา, ประเทศจอร์แดน (Petra, Jordan) นครเปตรา ถือเป็นเมืองแห่งโบราณสถานของโลกเลยก็ว่าได้ โดยคุณจะได้พบกับอาคารที่แกะสลักด้วยหิน ที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีกับทะเลอัคบา ใครที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ห้ามพลาดเลย
9. กรุงโรม, ประเทศอิตาลี (Rome, Italy)6 เรียกว่าไม่มีเบื่อเลยหากได้ไปเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี ปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับความงดงามของโบราณสถานที่แม้จะหลงเหลือให้เห็นเพียงแค่ซากปรักหักพัง แต่นี่แหละ คือ เสน่ห์ที่แท้จริงของกรุงโรมที่หาดูไม่ได้ในที่อื่น
10. พาราณสี, ประเทศอินเดีย (Varanasi, India) เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธอยากมาเยือนสักครั้ง ปล่อยใจให้สงบนิ่งไปกับคำสอนของพระพุทธเจ้า และชื่นชมความงามเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมแม่น้ำคงคา แค่นี้ก็อิ่มใจแล้ว
11. ฟลอเรนซ์, ประเทศอิตาลี (Florence, Italy) ฟลอเรนซ์ คือ อีกหนึ่งเมืองที่ควรไปเยือนสักครั้งหากมาเที่ยวอิตาลี แวะเวียนมาชมกับสถานที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งศิลปะของโลก พร้อมทั้งชมสิ่งปลูกสร้างที่มีสถาปัตยกรรมในยุคศิลปะฟื้นฟูของอิตาลี
12. ฮาวานา, ประเทศคิวบา (Havana, Cuba) สำรวจถนนด้วยสองเท้าที่ค่อย ๆ ก้าวไปบนเส้นทางอันแก่ของเมืองฮาวานา เพ่งดูสถาปัตยกรรมในยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคิวบา พร้อมสูดกลิ่นอายของเครื่องปรุงชั้นดีที่จะติดตราตรึงใจคุณไปตราบนานเท่านาน
13. เกียวโต, ประเทศญี่ปุ่น (Kyoto, Japan) เมืองที่ยังคงมีความงดงามทุกกาลเวลา ทั้งแหล่งธรรมชาติและปราสาทอันเก่าแก่ รวมทั้งวิถีการดื่มชาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ห้ามพลาด เรียกว่าหากมาญี่ปุ่นแต่ไม่ได้มาเยือนเกียวโตก็เหมือนมาไม่ถึง
14. กรุงเยรูซาเล็ม, ประเทศอิสราเอล (Jerusalem, Israel) กรุงเยรูซาเล็ม เป็นเมืองที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าสนใจ โดยเฉพาะชาวคริสต์ที่อยากมาสัมผัสกับประสบการณ์ในเมืองแห่งความเชื่อสักครั้ง พร้อมชมโบราณสถานอันเก่าแก่ที่น่าสนใจมากมาย
15. ปารีส, ประเทศฝรั่งเศส (Paris, France) เมืองแห่งความสว่างที่คอยส่องประกายความหวังใจให้แก่ผู้มาเยือนเสมอ อีกทั้งบรรยากาศสุดโรแมนติกที่บรรดาคู่รักต่างนิยมมากระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น รวมทั้งชมความงามของหอไอเฟลที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์คของฝรั่งเศสเลย
16. ปักกิ่ง, ประเทศจีน (Beijing, China) ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ของจีนที่บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น จัตุรัสเทียนอันเหมิน หรือจะเป็นพระราชวังต้องห้าม ที่ล้วนมีเรื่องราวและความเป็นมาอันน่าทึ่ง
17. ลาลิเบลา, ประเทศเอธิโอเปีย (Lalibela, Ethiopia) ลาลิเบลา เป็นหนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์ของเอธิโอเปียที่มีชื่อเสียงในเรื่องโบราณวัตถุอันสำคัญและเก่าแก่ นอกจากนี้ ยังมีโบสถ์ซึ่งมีรูปร่างคล้ายเสาหินที่เต็มไปด้วยมนตร์ขลังและหาดูไม่ได้ในที่อื่นแน่นอน
18. กรานาดา, ประเทศสเปน (Granada, Spain) บนถนนสายเล็ก ๆ ในเมืองกรานาดา ทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินไปความงดงามของพระราชวังอาลัมบรา (Alhambra) และเรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายของผู้คนต่างศาสนา ที่แม้จะดำเนินวิถีชีวิตคนละอย่าง แต่ก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบ
19. เอเธนส์, ประเทศกรีซ (Athens, Greece) ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) ยังคงเป็นสถานที่ซึ่งน่าสนใจอยู่เสมอ ด้วยความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมบวกกับเรื่องราวความเป็นมาอันน่าสนใจ ทำให้เอเธนส์ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่ควรไปเยือนสักครั้ง
20. พุกาม, ประเทศพม่า (Bagan, Myanmar) ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์อย่างพุกาม ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่หลงใหลในโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไม่ขาดสาย เดินเพลิน ๆ จากเช้าถึงเย็น ชมทะเลเจดีย์มากมายได้แบบไม่มีเบื่อเลย
21. กาฐมาณฑุ, ประเทศเนปาล (Kathmandu, Nepal) กาฐมาณฑุ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของเทือกเขาหิมาลัย เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความเรียบง่ายน่าหลงใหล และมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง สถูปสวะยัมภูนาถ (Swayambhunath) ที่ผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและฮินดูเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
22. นครรัฐวาติกัน (Vatican City) นครรัฐวาติกัน ประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยแยกตัวจากอิตาลีมาปกครองตนเองเมื่อปี ค.ศ. 1929 และแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ทุกตารางนิ้วนั้นเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญ อย่างพิพิธภัณฑ์และมหาวิหาร ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมของนครรัฐวาติกันนั่นเอง
23. ลิสบอน, ประเทศโปรตุเกส (Lisbon, Portugal) ดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างลิสบอน ทำให้ผู้มาเยือนหลงใหลได้ไม่ยาก ด้วยทัศนียภาพรอบตัว ทั้งฟ้าสวย น้ำทะเลใส และอย่าพลาดที่จะแวะเวียนไปสัมผัสกับถนนที่มีสีสันสวยงามในย่าน Chiado และย่าน Alfama
24. โตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo, Japan) ว่ากันว่า โตเกียว คือ เมืองที่ส่งตรงจากอนาคต เพราะทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ นั้นล้ำสมัยและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งย่านช้อปปิ้ง ย่านของกิน รวมทั้งสถานที่สำคัญ อย่างพระราชวังโตเกียวด้วย
25. อิสตันบูล, ประเทศตุรกี (Istanbul, Turkey) ความพิเศษของอิสตันบูล คือ เมืองที่เป็นเสมือนพรมแดนขั้นระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย ทำให้อิสตันบูลได้รับอิทธิพลหลาย ๆ ด้านของทั้งสองทวีป จึงนับเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะแก่การเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
26. ฮอยอัน, ประเทศเวียดนาม (Hoi An, Vietnam) ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีจุดน่าสนใจอยู่ที่เมืองฮอยอัน ดินแดนที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของญี่ปุ่น เวียดนาม และยุโรป และความหลากหลายเช่นนี้เอง จึงเป็นเหตุผลที่คุณควรไปเห็นกับตาสักครั้ง รวมทั้งอย่าพลาดที่ลิ้มรสอาหารเวียดนามด้วย
27. อัมเตอร์ดัม, ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Amsterdam, Netherlands) อัมเตอร์ดัม คือ เมืองที่ขึ้นชื่อว่าประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก อีกทั้งความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อมและผู้คนที่เป็นมิตรก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้อัมเตอร์ดัมน่าอยู่ นอกจากนี้ ยังมีย่านท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ย่าน Red Light และพิพิธภัณฑ์ Van Gogh Museum
28. ลักซอร์, ประเทศอียิปต์ (Luxor, Egypt) หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เมืองลักซอร์ ในประเทศอียิปต์ จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน เพราะคุณจะได้พบกับโบราณสถานที่สำคัญมากมาย พร้อมชมวิวสวย ๆ จากแม่น้ำไนล์ที่ไหลผ่านอย่างช้า ๆ