ukrit khoohapan ความเห็นผมว่า เพลงนี้ ไงๆก็เป็นซิกเนเจอร์ของคุณนันทิดา ..1978 golfspip คุณภาพเสียงและภาพแย่นิดแต่นั้นก็ปี 1989 2532
ทัวร์(ตาม)ไหว้วัด บทนำ หลังจากสุขสำราญบานตะไท เอ๊ย บานใจ กับทัวร์อุทยานราชภักดิ์ ก็มีคนปิ๊งความคิดอันเก๋ไก๋ว่า เราควรจะจัดทริป ครั้งที่ ๒ เนื่องด้วยยังไม่ครบกลุ่ม เลยคิดจะตามหาเพื่อนที่หายจัดไปเชียงใหม่เสียเลย เพราะเธอไปตั้งหลักหลังเกษียณกับคู่ชีวิต (อยากใช้คำนี้จริงๆ เพราะมันเป็นมากกว่าคำว่าสามี) ปลูกผักสลัด และเมล่อน หลังจากตกลงปลงใจได้ที่ที่ก็จองตั๋วที่ขอ บอกว่าราคาแพงจริมๆ ไปกลับ 4300 เดินทาง ๘ ธ.ค. กลับ ๑๒ ธ.ค. บอสหย่าย(ไม่ใช่แม่มะนาวนะ ถึงตัวจะใหญ่ก็เหอะ) จัดแผนการท่องเที่ยว ลงจากเครื่อง เจ้าบ้านจะมารับไปเที่ยวแวะตลาดซื้อของ อย่าถามนะว่าซื้อไร แวะบ้านพักเก็บของ แล้วจะไปไหว้วัดต่างๆในเมือง แม่มะนาวสบช่องละซิ เค้าจะไปไหว้วัดกัน แต่แม่มะนาวจะไปกราบหลวงพี่ที่เมืองงาย เค้าถามจะไปไง อ้าวก็นั่งรถตู้ไป อะดิ อายุจนป่านนี้ไม่เคยไปไหนคนเดียวหรือไงกัน บอสบอกว่าไปกันหมดแหละ ห่วงมากกกเค่อะ แล้ววัดอยู่ไหน ไม่รู้จ้ะ ก็รถตู้ต้องรู้ซิ ก็มีเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญมาทันใด ว่าไปได้ไงคนเดียว เลยตัดใจบอกไปว่า ถ้าทำให้อีก 7 ชิวิต ที่เหลือมันลำบากมากละก็ แม่มะนาวไม่ไปก็ได้ (แต่จริงแอบตกลงกับเพื่อนที่สนิทสุดๆกับคู่ชีวิตเขาเหมือนกันว่าจะไป ไหว้พระจริงๆกับแม่มะนาว) เศร้าไม่น้อย ยุ่งไรกะชีวิตเรานักหนา แล้วก็ให้บังเอิญ คุณหลวงเธอ รู้จักเพื่อนที่คุมไปถึงหน่วยนึง (ไม่ต้องบอกเนอะ อย่าเอาเขามาเกี่ยวเลย) และรู้จักกันดีกับ แม่มะนาวด้วย เลยโทรไปขอใช้บริการ ขอรถต้องพร้อมคนขับด้วยซิ ให้มารับวันที่ ๘ ที่สนามบินเลย เสร็จเรา ก็บอกไปในไลน์ คือมันก็น่าจบแล้วเนอะ ตอนเย็นก็ไปเจอกันที่บ้าน พลันก็มีข้อความเจื้อยแจ้วจากปากบอสหย่ายว่า เวลาไปอย่าลืมเอา คนขับไปนั่งด้วยนะ เอ๊า...งงซิ ทำไมล่ะ ก็ได้คำตอบจากบอสผู้ที่ทำวัตรเช้า-เย็น มาว่า "การไปพบพระในยามวิกาลหลังเที่ยงเนี่ย มันผิดโลกะวัชชะ ไปทำให้ศาสนามัวหมอง" ขอใช้คำว่าแม่มะนาวเซ่อแดกไปเลย ลงเครื่อง 9 โมงเช้า ถึงวัดคงไม่เกินห้าโมงเช้า แน่นอน แล้วมันวิกาลตอนไหนหว่า หลังเที่ยงนั่นเขาห้ามพระฉันไม่ใช่เหรอ แต่เถียงกับคนที่ทำวัตรเช้า-เย็น คงยาก เพราะแม่มะนาวมัวแต่คร่ำเคร่งอยู่หน้าคอมพ์ เลยบอกว่าก็ไม่รู้ซิ เพราะก็ไม่รู้อะไรมาก พระบอกว่าอย่าไปมัวสนใจความคิดคนอื่น สนใจความคิดของตัวเองดีกว่าว่าคิดอย่างไร อายุก็ไม่ใช่น้อย ก็พอรู้แหละว่าไร ควรไม่ควร แหม กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เพื่อนสนิทแม่มะนาวก็รีบบอกว่า เขาและสามีจะไปเป็นเพื่อนแม่มะนาว มโนได้เลย เธอหันขวับไปถามเพื่อนแม่มะนาวทันที ไม่ไปกับพวกเราเหรอ เพื่อนเลยบอกว่า จะได้ไม่มีปัญหา และแม่มะนาวเลยออกจากห้องไลน์ ถัดมาเข้าไปอ่านพบว่าเปลี่ยนกันอยู่นั่นแหละ ไปโน่น ไปนี่ ไปนี่ ไปนั่น นี่แม่มะนาวทำให้เขายุ่งมากขนาดนี้เลยเหรอ 55555 ช่วงนั้น ถึงได้ไม่ค่อยเข้าบ้านดินเหนียว อารมณ์ไม่บันเทิงพอ คิดตลอดว่า พูดแบบนั้นเหมือนดูถูกเรา และหลวงพี่ งั้นถ้าแม่มะนาวไปหาพระรูปไหนก็ตามในกุฏิแต่เช้า และออกมาก่อนเที่ยง ก็ไม่ผิดโลกะวัชชะซิหล่อน เพลียใจไปหลายวัน กระเป๋าไม่จัด โยนๆของที่คิดจะเอาไปวางไว้ พวกยา และเครื่องใช้ อ้อ ไม้เท้าด้วย ใช้ยันขาเวลาเดิน หรืออาจยันหน้าคน ไม่รู้ซิ จัดของลงกระเป๋าคืนก่อนเดินทาง ใจคิด จะทิ้งเงินดีไหม แต่ไม่เอา นั่นแปลว่าเรายอมแพ้ซิ 40ปี ที่ไม่เจอกัน แม่มะนาว ไม่ใช่คนเดิมที่ต้องคอยเดินตาม ยอมทำตามแล้วนะ สู้ สู้ แม่มะนาว บทเรียนครั้งนี้สอนให้รู้ว่า อย่าริแตกแถวจากบอสหย่าย
HereOfficialMV ขอแสดงคอมเม้นของ Siwabut punbeaw 2 เดือนที่ผ่านมา บรรจบ พลอินทร์ เกิดที่ตำบลหนองตรุด อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง มีชื่อเล่นว่า จบ ไปใช้ชีวิตเล่นดนตรีตามสวนสาธารณะ และงานเทศกาลต่างๆ ที่เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ นานถึง 17 ปี เพื่อนนักดนตรีต่างชาติเรียกว่า จ๊อบ จึงใช้ชื่อนี้ในการเล่นดนตรี เคยได้รับรางวัลศิลปินข้างถนนยอดเยี่ยม จัดประกวดที่รอยัลคอนเสิร์ต ฮอลล์ เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อ พ.ศ. 2538 มีผลงานบันทึกเสียงชุดแรกเมื่อ พ.ศ. 2543 ชื่อชุด Job 2 Do กับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม สีสันอวอร์ด ประจำปี พ.ศ. 2543 เมื่อกลางเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 บรรจบแต่งงานแล้วกับ Dorothy Lemanczyk พลอินทร์ ภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่แถบทะเลอันดามัน จังหวัดกระบี่ และเล่นดนตรีเพื่อสังคม ผลงานชุดล่าสุดของบรรจบเริ่มเป็นที่นิยม เนื่องจากเพลง "ลืมไม่ลง" ได้รับเลือกเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง สวยลากไส้ และเพลง "แด่คนช่างฝัน" ได้รับเลือกเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ พลอย ของ เป็นเอก รัตนเรือง [1] ในปี พ.ศ. 2551 เพลง "ดูเธอทำ" ยังได้เป็นเพลงประกอบโฆษณาทางโทรทัศน์ ของผลิตภัณฑ์รังนกตราสก๊อตต์ และถูกนำมาร้องโดยศรัณยู วงศ์กระจ่าง ในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 ทั้งสองคนได้ร้องเพลงนี้ร่วมกันบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อคืนวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2551 [2]
ทัวร์(ตาม)ไหว้วัด วันที่ ๑ ถึงสนามบิน หกโมงเช้าเล็กน้อย นัดไว้ หกครึ่ง ลากกระเป๋ากึงกัง พร้อมไม้เท้าเพราะไม่รู้จะเสียบไว้ไหน ยืนรอหน้าสายการบินที่จะไป สักพักก็เริ่มทยอยมาทีละคน หรือสองคน คือเพื่อนสนิทแม่มะนาวที่ต้อง หนีบสามีมาด้วย เพราะเป็นเบาหวานต้องฉีดยา ตัวเองไม่กล้า สามีเลยต้องฉีดให้ นี่แหละคู่ชีวิตเนอะ โหลดกระเป๋าเข้าที่เรียบร้อย ขึ้นเครื่องประจำที่ ไปได้ ว่าจะหลับซักหน่อย มีเสิร์ฟอาหาร พายหอมกรุ่น ของชอบ ใครจะหลับลง เลยรองท้องไว้ก่อน เพราะลงเครื่องแล้วไปเมืองงายเลย ถึงเชียงใหม่แล้วก็ไล่ตะครุบกระเป๋า โทรศัพท์ดัง คนรับมาแล้ว มองไปข้างนอกเลยโบกมือให้ แม่มะนาวเองจ้ะ ไม่รู้หรอก แต่เดาว่าน่าจะเป็นคนที่กำลังพูดโทรศัพท์อยู่ ออกไป น้องเขาก็มารับกระเป๋าแม่มะนาวท่ามกลางสายตางงของทัวร์ชราทั้งหลาย ยกเว้นเพื่อนสนิท แม่มะนาวก็ถาม ทางที่จะไปบ้านเพื่อนเพราะตอนเย็นนัดเจอกัน เพื่อนที่เชียงใหม่อีกคนก็อธิบายทางไปบ้าน แล้วก็แลกเบอร์กันเผื่อหลง หลายคนเดินตามแม่มะนาวที่เดินปลิวมากับไม้เท้า น้องคนขับเปิดประตูให้แม่มะนาวขึ้นรถก่อน แล้วถึงเอากระเป๋าเก็บ คริคริ มีบางคนเดินตามจะมาด้วย โอกาสทองมาถึงอย่างไม่คาดฝัน แม่มะนาวชี้ไปที่รถอีกคัน บอกว่าของเธอคันโน้น คันนี้ไปเมืองงายเจ้า มีการบอกว่าฝากกระเป๋าไปด้วย คันนั้นไม่พอ เอากะเขาซิ แม่มะนาวก็บอกว่าตามใจ แต่ถ้าตอนเย็น มาช้า ว่ากันไม่ได้นะ เพราะเขามีชุดจาวเหนือมาเปลี่ยนจะไปงานเจ้าดารารัศมี บอสหย่ายเลยลากกระเป๋าคืนไป มีลูกน้อง ตามลากคืนไปด้วย แล้วมีเสียงบอกมาว่าให้ถึงก่อนบ่ายสามนะ ชะเอิงเงย เราพวกทัวร์ไหว้พระก็ออกรถเลย ทิ้งพวกทัวร์ไหว้วัด ไว้ข้างหลัง แล้วเราก็ถึงวัดพระธาตุปู่ก่ำ หลวงพี่ลงมารับเพราะเสียงแม่มะนาวมั๊ง ก็ขึ้นไปกัน รวมคนขับไปด้วย คนขับเคยบวช แล้วสอบได้ถึงเปรียญสี่ เลยนั่งคุยกัน พร้อมกับแกล้งหมาของหลวงพี่ไปด้วย คือมันชอบแทะเท้า มาแทะแม่มะนาวเลยแอบตี ปากมันไป แทะ 3 ครั้ง โดน 3 ที เลิกเลย นอนพิงเท้าอย่างเดียว แล้วเลยเดินชมฐานพระที่กำลังก่อสร้าง ต้นไม้หงอยได้ที่ เพราะฝนไม่ตก น้ำต้องรอเทศบาลมาส่ง ซึ่งก็ไม่ทุกวัน พระในที่ไกลๆ แถมไม่ดัง ก็งี้แหละ แต่ชื่อหลวงพี่ดูจะเริ่มติดตลาด มีคนไปเยี่ยมกันอยู่บ้าง พอสมควรเวลาก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แล้วลากลับ แวะทานขาหมู แต่ขอบอกว่า กทม. อร่อยกว่าง่ะ แล้วก็กลับไปบ้านเพื่อน ยังมาไม่ถึงกันเลย แล้วสั่งเรามาสามโมง แต่แม่มะนาวถึงประมาณสี่โมง ก่อนกลับคนรถถามว่า แม่มะนาวจะใช้บริการอีกป่าว เพราะนายสั่งมา เลยบอกว่าไม่รู้เหมือนกันจ้ะ เพราะกำหนดการเขาเปลี่ยนตลอด ถ้าจะใช้ จะโทรไปบอกล่วงหน้า เลยไปจัดของรอทัวร์ไหว้วัดในบ้าน
เล่าเรื่องทัวร์ แค่เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ทั้งดี และไม่ดี เปิดเพลงบ้าง วันประกวดถ้า คุณไก่ร้อง Summertime แม่มะนาวว่ามีสิทธิ์ลุ้นนะ
สวัสดียามดึกครับ หากรู้ก่อนว่าการเป็น"คนรัก"จะทำให้สองเราต้องจากกัน ฉันขอเป็น"เพื่อน"คอยอยู่ข้างๆเธอดีกว่า "เพื่อน" แจ้ ดนุพล Cr : Knottralic "ลืมเธอไม่ลง แต่รักเธอไม่ได้"
บางคนเกิดมาโชคดีไม่ต้องผิดหวังในความรัก บางคนโชคร้ายเจ็บชำ้ผิดหวังจนไม่กล้าจะรัก บางคนชั่วชีวิตแค่เศษเสี้ยวของความรักยังหาไม่เจอ "ถามหาความรัก" ภูสมิง หน่อสวรรค์ Cr : plai ploy ราตรีสวัสดิ์ครับ
ภาพสุดประทับใจ! "พระณเดชน์" รุดเยี่ยมโยมพ่อพร้อมก้มจูบ โดย MGR Online 15 ธันวาคม 2558 18:16 น. ซึ้งกินใจ! ผู้จัดการ "เอ ศุภชัย" โพสต์ภาพ "พระเดชน์" เดินทางเยี่ยม "โยมพ่อ" หลังไม่สบาย ก่อนมอบพวงมาลัยและก้มจูบทำเอาหลายคนประทับใจไปตามๆ กัน หลังจากที่พระเอกชื่อดังอย่าง "ณเดชน์ คูกิมิยะ" ได้เข้าพิธีอุปสมบทไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ วัดนาหลวง จ.อุดรธานี เป็นระยะเวลา 15 วัน โดยมีกำหนดลาสิกขาบท ในเช้าวันที่ 17 ธันวาคม ณ วัดป่ามัชฌิมาวาส จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดผู้จัดการส่วนตัว "เอ ศุภชัย" ได้ออกมาโพสต์ภาพที่แม่แก้วทำการนิมนต์ "พระเดชน์" จตฺสลฺโล มาที่บ้านเพื่อเยี่ยมอาการป่วยของโยมพ่อ พร้อมกันนี้ยังนำพวงมาลัยและหอมโยมพ่อ ลงผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว @a_supachai1 โดยระบุข้อความว่า "ท่านมาโปรดโยมพ่อ โยมพ่อไม่สบาย ท่านได้มาให้โยมพ่อได้จับชายผ้าเหลือง ท่านค่อยๆก้มลงกอดโยมพ่อที่ไม่สบาย ให้โยมพ่อสัมผัสชายผ้าเหลือง บุญใดในโลกนี้ไม่เท่าบุญที่ทำให้พ่อแม่จริงๆ" ขณะที่ทางฝากฝั่ง "แม่แก้ว" ก็ได้อัพภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัว @keaw_jung ระบุว่า "ทุกคนFC หนูเย็นดีใจมากเห็นหลวงพี่ครั้งแรก วิ่งวนไม่รู้กี่รอบแล้วค่อยเข้ามาหมอบหาไม่ยอมห่างเลย และหนูเย็นได้รับความเมตตาจากหลวงพี่นำบุญส่งให้หนูเย็นด้วย แม่ก็พลอยดีใจด้วยกับหนูเย็นค้า" http://manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9580000137661
จากเม้นนี้ ผมตัดสินใจเอามาด้วยแล้วนะครับ กำลังปรับตัวกับสถานที่ใหม่ ไม่รู้จะสร้างปัญหาใดๆไหม เพราะเธอ(ตัวเมีย-แม่ลูก)สามตัวนี้ นักล่าหนู-แมวร้อยศพ
ถ้าบ้านมีรั้ว คงไม่มีปัญหาสำหรับแมวมังคะ นอกจากจะถึงชะตาเขาเอง ส่วนหนูจัดการได้เลย แบบหมาบ้านแม่มะนาว ดีแล้วค่ะ เอามาด้วยคิดถูกอย่างที่สุด
ทัวร์(ตาม)ไหว้วัด วันที่ ๑ (ต่อภาคค่ำ) นอนรอทัวร์ไหว้วัด ฟังเสียงพี่เจ้าของบ้านอธิบายการปลูกเมล่อน ถึงแค่ตัวแมลงที่ชอบมาลง ได้แค่นี้ แล้วก็ไม่รู้ตัว รู้สึกอีกทีตอนมีเสียงเจี๊ยวจ๊าว เลยลุกไปเปลี่ยนเป็นกระโปรงแบบพันเอวแทน ซื้อมาเพิ่งใส่หนเดียว ขอให้คุ้มหน่อย ชักช้าตามเคยเพราะต้องเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ราตรีนี้ยังอีก ยาวไกลถึงแค่ไหนก็ไม่รู้ ไม่ทันรถตู้ เลยไปกับเพื่อนที่เป็นเจ้าบ้าน เดินชมสวนดอกไม้ที่เขาจัด ดอกกุหลาบดอกใหญ่มาก แล้วเลยไปสมทบกับพวกที่มาถึงก่อน แต่อยู่หน้างานแล้ว เห็นชักรูปกันสนุกสนาน เพื่อนสนิทสุดเดินมาบอกว่า ตอนถ่ายรูป ถูกไล่ไปยืนข้างหลัง เพราะไม่ได้แต่งแบบจาวเหนือ 5555 หน้าหงิกไปเลย นี่ขนาดเป็นคนที่ใจเย็นฉ่ำดังสายฝนแล้วนะ งานเขามีจัดโต๊ะ ขายบัตร แต่เราไม่มีเลยไปเดิน เกะกะเล่น แล้วไปทานข้าวดีกว่า เจ้าของบ้านจองไว้ ถึงร้าน บอสก็เปิดเมนูสั่งอาหาร ผักทั้งน้านมันก็มีประโยชน์หรอก แต่ใช่ว่าแม่มะนาวจะทานได้ทุกอย่างเมื่อไร มีผัดฟักแม้ว (แค่ชื่อก็หมดอยาก) ยำขมิ้นขาว ที่แม่มะนาวลองไปสองคำ หลังจากสั่งไป 6-7 อย่าง 2 ชุด บอสถามว่า มีใครจะสั่งไรป่าว ยังหุบปากอยู่ค่ะ มีฮังเลของอร่อยประจำร้าน เลยหันไปกระซิบเพื่อนข้างๆ ว่าอยากทานกะไข่เจียวอ้ะ และได้เสียงสนับสนุน เลยเรียกเด็กมาขอไข่เจียวสักจาน พลันก็มีเสียงขึ้นมาว่า เอาแครอทหั่นเป็นฝอยๆลงไปด้วย มีประโยชน์พร้อมอธิบายสรรพคุณ อะไรแว้ แค่ไข่เจียวก็ต้องมาวุ่นกะชีวิตช้าน แถมตอนไข่มา เธอบอกให้เอาทิชชู่ซับน้ำมันออกด้วย เพลียใจ จบรายการแยกย้ายกลับ เพราะมีเพื่อนที่อยู่เชียงใหม่มาด้วย และมีข่าวอันน่ายินดี พรุ่งนี้มาไม่ได้น๊า มีเพื่อนโรงเรียนเก่า กลุ่มเค้ามา ต้องไปต้อนรับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง บุญของการไปไหว้พระ เธอไม่มาพรุ่งนี้ แบบไชโยในใจเล็กๆ เวลาอยากทาน ไข่เจียวจะได้ไม่มายุ่งกะเรา กลับบ้านทานของหวาน พุดดิ้งมะพร้าว อร่อยมาก แล้วทำตัวเป็นแขกที่ดี ช่วยเก็บของที่วางทิ้งไว้ ไปล้าง เจ้าของบ้าน จะได้ไม่เหนื่อย ล้างเสร็จ บอสกำลังบอกแผนวันรุ่งขึ้น ไปแช่น้ำร้อน แต่ไม่มีน้ำชา ที่อุทยานแจ้ซ้อน ตามเสียงเรียกร้อง ของลูกทีมวัยชราแทบทุกคน หลังจากนั้นจะไปไหว้วัดเฉลิมพระเกียรติ เลยเข้าห้องนอน จบไปหนึ่งวันแล้ว รออีกสี่วันเอง ก่อนนอนโทรศัพท์คุยกะลูก เล่าเรื่องไข่เจียว กะป้าหน่อยที่โดนไล่ไปยืนข้างหลัง รูปเพื่อนรักซ้ายมือ และเจ้าของบ้าน อยากตั้งชื่อว่ารูปคู่ชีวิต 2 คู่ มีบางคนโดนให้ยืนข้างหลังเพราะไม่เข้าคอนเซ็ปท์ชาวเหนือ
Henry Crofts คนที่อัพเพลงนี้ (Henry Crofts) เขาลงทุนทำมิวสิกวีดีโอ นี้เองจากกรรไกรและกระดาษ นักร้อง Rebekka Karijord, born 19 November 1976 in Sandnessjøen, is a Norwegian born, Stockholm, Sweden-based musician and composer https://en.wikipedia.org/wiki/Rebekka_Karijord
ชอบฟังเพลงแบบนี้ เลยต้องไปหาเนื้อมาประกอบ แบบฟังแล้วแปลไม่ออก You went from being him to being you that night when you told me the truth You hid your face inside your hands and cried and told me that you once wanted to die I went from being me to being her the very moment you let out those words the unknown the unspoken the unseen I'm not your lover not your friend but something in between "What you are afraid of has already taken place it will never hurt that much again The sense of being marked of having fallen out of grace these feelings are just echoes from back then" Paperboy I'll never let you fall I know that she abandoned you back then the girl who was your lover and your friend Your secret does not scare me a bit you see I once defeated that same sorrow inside me "What you are afraid of..." Paperboy I'll never let you fall Read more: Rebekka Karijord - Paperboy Lyrics | MetroLyrics
Hannah Trigwell started her musical career when she took to the streets of Leeds as a busker to play her music for anyone that cared to stop and listen. Whilst in University studying Biology, Hannah toured the UK numerous times and released two EPs of original music. Now at 24, she has garnered over 35 million views and more than 350,000 subscribers on YouTube.
ศิลปะบนพื้นทราย ชายคนนี้ “ลาออก” จากงาน มา “วาดทราย” บนชายหาด งานศิลปะที่เขาสร้างขึ้นถูกทำลายได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเขาสร้างสรรค์มันได้สำเร็จ เพราะเขาวาดมันลงบนผืนทรายน่ะสิ เมื่อ 10 ปีก่อน Andres Amador วัย 44 ปี ลาออกจากงาน และมาวาดรูปขนาด 1 แสนตารางฟุตบนผืนทราย โดยใช้คราด เขาจบปริญญาตรีด้ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นจึงเข้าทำงานกับ Peace Corps แต่หลังจากไปเที่ยว Burning Man ซึ่งเป็นทะเลทรายใน Nevada เขาก็ตัดสินใจลาออกจากงานทันที และหันมาทำงานศิลปะบนผืนทราย "Burning Man ได้เปลี่ยนแปลงทัศนคติบางอย่างของผมเกี่ยวกับชีวิต คำถามก็คือคนเราจะสามารถ ออกแบบประสบการณ์ชีวิตของตัวเองได้อย่างไร” มีคนสงสัยว่าเขาเอาเงินที่ไหนเลี้ยงชีพ เขาบอกเราว่า เขายังคงรับงานจากอเมริกาและยุโรป โดยได้ค่าคอมิชชั่น และค่าแรงเป็นครั้งคราวแม้ว่างานของเขาจะต้องถูกทำลายลงในอีกไม่นาน แต่เขาก็ยังยืนยันจะทำมันต่อไป
ศิลปะบนพื้นทราย (ต่อ) ศิลปะของเขาบอกเล่าประสบการณ์ และช่วยบอกถึงความสามารถของจิตวิญญาณมนุษย์ ความมหัศจรรย์ของการมีชีวิตอยู่ การอยู่กับปัจจุบัน การที่ผลงานของเขาจะถูกน้ำทะเลเซาะไป นั่นบอกเป็นนัยว่าไม่มีอะไรจะยั่งยืนในโลกนี้ ประเด็นคือเราจะจัดการกับชีวิตที่กำลังอยู่ตอนนี้ยังไง เรามักจะกลัวในสิ่งที่ไม่รู้และยังมาไม่ถึง ความจริงคือเราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อยู่กับปัจจุบัน ทำมันให้ดี เลือกชีวิตในแบบของคุณเอง มีความสุขกับมัน Cr : Borepanda
สวัสดียามดึกครับ สองวันมานี้หนาวมากเลย สงสัยเป็นของฝากจากเหนือของ"พี่มะนาว"หรือเปล่า "หนาวลมที่เรณู" ศรคีรี ศรีประจวบ Cr : แคท พงษ์ปลื้ม วันนี้ผมไปเดินห้างมา เข้าไปร้านขายแผ่นหนังจีนชุด ผมมีความรู้สึกว่าหนังจีนกำลังภายในสมัยใหม่นี่ภาพสวยก็จริงแต่การดำเนินเรื่องไม่สนุกเหมือนแต่ก่อน เดินดูเล่นๆอยู่พักหนึ่งไปเจอกับหนังจีนเรื่องสุดโปรด"กระบี่ไร้เทียมทาน"ฉบับดั้งเดิมที่"ฉีเส้าเฉียน"เล่น(ในยูทูปก็มีแต่ภาพความละเอียดน้อย) แต่พอเห็นราคาแล้วจำต้องวางลงที่เดิม เงินในกระเป๋าผมที่พกอยู่ซื้อกล่องใส่มันยังไม่ได้เลย จึงเดินจากมา ใกล้กันมีร้านหนังสืออยู่เลยเข้าไปเดินเล่นดู ที่มุมนิยายกำลังภายในอยากได้ทุกเรื่องเลย แต่เล่มที่ถูกที่สุดก็หลักร้อย ในตัวผมมีอยู่เก้าสิบ(เงินผมส่วนใหญ่ภรรยาให้ฝากไว้กับเธอถ้าอยากจะเบิกต้องบอกล่วงหน้าและถ้าเธอไม่เห็นสมควรก็เบิกไม่ได้อีก) จบกัน สุดท้ายได้หนังสือคอมพิวเตอร์มาเล่มหนึ่งกะว่าจะมาอ่านเพิ่มความรู้สักหน่อย อ่านจนจบคิดขึ้นมาในใจ"จะซื้อมาทำไมวะ" โฆษณาขายสินค้าไอทีปาไปเกือบครึ่งเล่ม อีกเกือบครึ่งเกี่ยวกับมือถือ มีที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แค่เรื่องเดียว"การอัพวินโดว์8.1ให้เป็นวินโดว์10" อืมมีประโยชน์ต่อผมจริงๆ คำ่คืนนี้ผมคงต้องขอลาไปนอนก่อน ชุดนอนผมเต็มที่เลยคืนนี้เสื้อสองชั้นถุงเท้าถุงมือและผ้าพันคอ (นอนไม่ค่อยสบายแต่ไม่อยากคออักเสบมันหายอยากจึงต้องทน) "ลมหนาวที่ลานทอง" ชรัมภ์ เทพชัย Cr : rukchon ราตรีสวัสดิ์ครับ
เมือปี1984 ช่วงนี้ที่เกาะอังกฤษ ภาพข่าวของ ความอดอยากของชาวเอธิโอเปีย ได้ก่อกระแสความเห็นใจ และการระดมทุนช่วยเหลือจากเหล่านักร้องของประเทศอังกฤษ จึงเกิดเพลง Do they know it s Christmas ขึ้น เพลงนี้ในตลาดเมืองไทยดังสู้เพลง We are the world ไม่ได้ อันนี้ปี2014 ก็ยังร้องกันอยู่เหมือนเดิม และปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิมอีก แต่อาจจะไม่รุนแรงเท่า แต่ความรู้สึกของคนฟังเพลงนี้ในยุคนี้สิแปลก ถ้าอ่านเม้นต่างๆแล้วกลับน่าเศร้า เพราะไม่มีกลิ่นอายของการคุยถึงปัญหาของต้นต่อของการทำเพลงนี้เลย กับทะเลาะกันเรื่องนักร้อง ทั้งๆที่เขาเหล่านั้น ต่างมาร้องเพื่อการกุศล