สังฆราช เป็น ตำแหน่งทาง โลก ไม่มีในพระวินัย เสมือน เป็น เจ้าหน้าที่รัฐ มีอัตราเงินเดือน แต่งตั้งโดยรัฐ แล้ว จะมาบอกว่า รัฐ อย่ามายุ่ง
รัฐบาลเสนอชื่อทูลเกล้าฯ สถาปนา และมีกฎหมายรองรับด้วย รับรองการมีอยู่ของตำแหน่งนี้ และคุ้มครองการถูกหมิ่นประมาทเหมือน 112
จริงๆก็ไม่ได้สนใจข่าวสารเท่าไหร่ครับ แต่เรื่องนี้กระแสแรงจริงๆ หากอ่านคอมเม้นท์ในโซเชี่ยล จะเข้าใจได้ว่า คนมองพระอย่างไรในปัจจุบัน และด้วยการเป็นพระย่อมต้องทบทวนตัวเองถึงบทบาทและการกระทำที่่ผ่านมาจนถึงเดี๋ยวนี้ ต้องไม่ลืมว่า ปัจจุบันนี้ พระต้องพึ่งพา ฆราวาสมากกว่านะครับ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุ ได้รับรายงานสรุปผลการตรวจสอบรถเบนซ์ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นผู้ครอบครอง จากดีเอสไอแล้ว พบว่ารถหรูคันดังกล่าวผิดกฎหมาย โดยรายละเอียดขอให้รอดีเอสไอแถลงชี้แจง ในวันที่18 กุมภาพันธ์นี้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยผลการตรวจสอบรถเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ขม 99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครองว่า ได้รับรายงานสรุปผลการตรวจสอบจาก พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอแล้ว โดยผลสอบพบว่ารถยนต์ดังกล่าวผิดกฎหมาย ส่วนรายละเอียดการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร ผิดกฎหมายในขั้นตอนใดบ้างนั้น ขอให้รอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากอธิบดีดีเอสไอในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่รถผิดกฎหมายแล้วผู้ครอบครองจะมีความผิดด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องของขั้นตอนที่ต้องดำเนินการหลังจากนี้ว่าได้รู้หรือจงใจหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่ผ่านมาดีเอสไอได้รายงานผลการทำงานเป็นระยะ ๆ สำหรับรถคันดังกล่าวเป็นหนึ่งในรถที่มีอยู่ในบัญชีรายชื่อรถจดประกอบที่ ดีเอสไอตรวจสอบเกี่ยวกับกรณีการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งขณะนี้มีการส่งข้อมูลรถยนต์บางส่วนให้กรมศุลกากรประเมินภาษีในส่วนที่ ชำระไว้ไม่ครบ วันนี้ ดีเอสไอได้มีการประชุมพิจารณา กรณีวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยรับเช็คกว่า 2 พันล้านบาทจากการยักยอกเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยไม่มีมูลหนี้กับทางสหกรณ์ เข้าข่ายฟอกเงินและรับของโจร โดยเตรียมจะสรุปชี้มูลได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ดำเนินคดีฟอกเงินกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์ฯ กับผู้ที่มีชื่อรับเช็ค 878 ฉบับ เป็นเงิน 11,367 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายเป็นการยักยอกทรัพย์หรือสนับสนุนให้ลักทรัพย์ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวไม่มีมูลหนี้ต่อกันจริง โดยก่อนหน้านี้ดีเอสไอแยกการสอบสวนออกเป็น 7 กลุ่ม ตามความสัมพันธ์ของธุรกรรมการเงิน โดยกลุ่มที่จะถูกดำเนินคดีข้อหารับของโจรและฟอกเงิน คือ กลุ่มที่รับเช็คโดยไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ซึ่งในส่วนของวัดพระธรรมกาย ที่ทางดีเอสไอ พบว่า มีการรับบริจาคโดยไม่มีมูลหนี้รวมกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งการบริจาคให้วัดเข้าบัญชีพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย และเข้าบัญชีพระรูปอื่นในเครือข่ายวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินเสร็จแล้ว พบว่า ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2552 - 15 กุมภาพันธ์ 2554 กลุ่มพระธัมมชโยและเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ได้รับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นรวม 21 ครั้ง เป็นเงิน 1,205,160,000 บาท โดยที่ไม่มีมูลหนี้กับทางสหกรณ์ฯ ล่าสุด วันนี้ ดีเอสไอ ได้มีการประชุมพิจารณา วัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย รับเช็คกว่า 2 พันล้านบาท จากการยักยอกเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่าเข้าข่ายฟอกเงินรับของโจรหรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวของพระธัมมชโยกับพวก อาจมีส่วนเป็นผู้สนับสนุนนายศุภชัยในการยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์ หรือสนับสนุนให้ลักทรัพย์นายจ้าง หรือรับของโจร, ความผิดฐานฟอกเงินและความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ทั้งนี้ หากนายศุภชัย ถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์จากการโอนทรัพย์ของสหกรณ์ฯมาบริจาคให้กับเครือข่ายวัด พระธรรมกาย ทางวัดและพระธัมมชโย ก็ชัดเจนในความผิดฐานรับของโจร ซึ่งมีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้รับเช็ค รู้ฐานะของนายศุภชัย ว่าใช้เงินจากส่วนใดโอนมาให้ ซึ่งการโอนจ่ายเช็คมาให้เครือข่ายพระของวัดพระธรรมกายมีขึ้นหลายครั้งหลายหน โดยทางดีเอสไอจะสรุปชี้มูลได้ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ด้าน พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกลุ่มพระสงฆ์ออกมาเคลื่อนไหวกดดัน ให้ดีเอสไอยุติการแทรกแซงศาสนจักรว่า การสอบสวนของดีเอสไอเป็นผลสืบเนื่องมาจากคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยู เนี่ยนคลองจั่น จำกัด ไม่ใช่การตรวจสอบวัดพระธรรมกาย ไม่ใช่เรื่องของวัด แต่เป็นการตรวจสอบการทำผิดของบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ทำผิดกฎหมาย กรณีสหกรณ์คลองจั่นเป็นเรื่องของกฎหมายและคดี ไม่ใช่เรื่องศาสนจักรที่เอามาพูดกัน การทำงานของกระทรวงยุติธรรมไม่มีประเด็นใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แม้ตัวบุคคลที่ถูกดำเนินคดีจะอยู่ในวัดหรือเกี่ยวข้องกับวัดก็ตาม
"ประวิตร" ยืนยันข้อเสนอมติสงฆ์ไม่ผูกมัดรัฐบาล วันนี้ (16 ก.พ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ที่ประเทศสหรัฐ ก่อนเริ่มประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีกลุ่มเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.) ยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวานนี้ (15 ก.พ.) พล.อ.ประวิตร ลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง และ 1 ใน 5 เรียกร้อง ต้องการให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการตามมติมหาเถรสมาคมในการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ใหม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ข้อเสนอเมื่อวานนี้ ไม่ได้แสดงออกถึงการผูกมัดอะไร เพียงแต่เป็นข้อเสนอที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ รายชื่อสมเด็จพระสังฆราชให้เร็ว ซึ่งนายกฯ ๆแต่นายกฯต้องดูให้ครบทุกด้านเพราะถ้าผิดพลาดจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้รวมถึง เป็นเรื่องของพระราชอำนาจจึงต้องพิจารณาให้ดีและก็ไม่จำเป็นต้องมาเจรจา 3 ฝ่ายด้วย ส่วนเหตุปะทะระหว่างทหารและพระสงฆ์ที่พุทธมณฑล พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ทหารต้องการให้เหตุการณ์เรียบร้อยและป้องกันอันตราย พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี จะใช้วิจารณญาณรอบคอบในการทูลเกล้าฯ แต่ถ้ายังขัดแย้งก็คงไม่นำความขึ้นกราบบังคมทูล แต่เชื่อว่าทุกอย่างต้องจบ "กรมศาสนา" เชื่อเป็นความเห็นต่างไม่ใช่ขัดแย้ง ก่อนเริ่มประชุม ครม.วันนี้ กรมการศาสนามาเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา โดยการจัดกิจกรรมมีตั้งแต่สัปดาห์นี้ ถึงวันที่ 22 ก.พ.นี้ มีกิจกรรม เช่น ตักบาตร เวียนเทียน หลังการเชิญชวน นายกฤศษญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พุทธมณฑลเมื่อวานนี้ ว่า ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการสร้างภาพลักษณ์ โดยแนะนำให้ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และเชื่อว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ความขัดแย้ง เป็นเพียงความเห็นต่างที่ควรนั่งหารือกัน ส่วนข้อเสนอที่จะให้บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญนั้นต้อง ฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน "ไพบูลย์" คาดดีเอสไอส่งฟ้องธัมมชโยสิ้น ก.พ.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล มีความเห็นเกี่ยวกับวงการศานาอีกเรื่อง โดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะส่งฟ้องคดีพระธัมมชโยในคดีสหกรณ์คลองจั่นนั้น คาดว่าดีเอสไอคงส่งฟ้องภายในเดือน ก.พ.นี้ เพราะอัยการส่งสำนวนกลับมาแล้ว จากนี้ก็ต้องกำหนดฐานความผิดและดำเนินการส่งฟ้องเป็นตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ต้องการให้มองว่าดำเนินการเพราะเป็นพระธัมชโย แต่เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนและไม่ได้เร่งรัดอะไร
พระต้องพึ่งพาฆราวาส เพราะพระต้องเดินบิณฑบาตไปรับอาหารจากชาวบ้าน กล่องบริจาคที่เขียนว่า ชำระหนี้สงฆ์ ค่าน้ำค่าไฟ ก็ให้เราไปหยอดตู้ไปช่วยจ่าย เพราะวัดไม่มีรายได้เหมือนบริษัท พระบางรูปยังเคยเตือนเคยบอกประมาณว่า ต้องทำตัวให้สมกับที่ได้ข้าวจากชาวบ้านมาฉัน ยังดีที่ชาวบ้านยังมีภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันจากปัญหาในวงการพุทธศาสนา ผมไล่ดูคอมเมนท์ที่วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมพระที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย ที่ทำให้คนเสื่อมศรัทธา ปฏิเสธการขายบุญ ปฏิเสธการสักเสกเลขยันต์ ของขลัง (ล่าสุดก็เรื่องตุ๊กตาลูกเทพ) และเป็นห่วงการสถาปนาหัวหน้าที่ดูแลคณะสงฆ์ไทย ที่ประชาชนต้องการพระสงฆ์อาวุโสที่กราบไหว้ได้สนิทใจ
ความห่วงใยของครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง "ศาสนาพุทธ จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้ ในบ้านในเมืองเรา ไม่มีคนรักษา ธรรมวินัย ปั่นป่วนไปหมด เราโยนภาระรักษาศาสนาให้พระไม่ได้นะ พระมีอยู่สองแสนกว่ารูปเอง ฆราวาสมีตั้งเจ็ดสิบกว่าล้าน ทุกคนเป็นชาวพุทธด้วยกัน ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ต้องเข้มแข็ง ถึงจะรักษาศาสนาได้ เวลานี้ ภิกษุน้อยลง ๆ เหลืออยู่สองแสนเท่านั้นมั้ง ในจำนวนสองแสน ก็มีส่วนนึง ท่านบวชไปตามประเพณี ไม่รู้จะทำอะไรไปบวชก็มี ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนอะไร คือเป็นคนที่ด้อยโอกาสในสังคมนะ ท่านไม่ได้มีกำลัง ที่จะรักษาศาสนาได้จริง เพราะฉะนั้น อุบาสก อุบาสิกา สำคัญมากนะตอนนี้ คล้าย ๆ คบไฟอันนี้ส่งทอดมา พระหมดแรงแล้ว พระจะหมดอยู่แล้ว ถ้าอุบาสก อุบาสิกา รับสืบต่อไม่ได้ ก็คือ "หมด" นั่นแหละ"
ผมไม่ได้ด่าคนที่นับถือทำมะกลาย แต่ด่าโล้นห่มเหลืองที่มายกรถทหาร ที่ยักยอกเงินคนอื่นเขา ที่โกงภาษีแผ่นดิน น่าผิดหวังกับคนกาง นึกว่าจะมีข้อมูลเด็ดๆ มาโต้แย้ง หุหุ
เสมา ขุนศึกรักสถาบัน เสี่ยท่าจะโดนต้มซะแล้ว 4 - 5 ข้อที่ว่า ไม่น่าจะถึงดวงดาว คิดว่า โดนแน่ แต่จะเมื่อไร รอหน่อยค่อยๆไป ไม่รีบ บอก 30,000 มาไม่ถึง 1,000 น่าจะรู้นะว่า ครั้งหน้าไม่เกิดแน่!!!
อย่างตาช่วงเนี่ย แดงในนี้บอกว่ามีตำหนินิดๆ หน่อยๆ ปล่อยไปเถอะ แต่ถ้าลองมีคนเสนอพระอย่างหลวงปู่พุทธอิสระเข้าไปสิ แม่มตามจิกกัดยังกะท่านไปฆ่าใครมาเลยทีเดียว
นิมนต์อีกครั้งนะหลวงพ่อ หลวงพี่ งานหน้าต้องหาศพหรือกลายเป็นศพให้ได้นะะครับท่าน คนจัดแนะนำใช้ไอ้เต้น มันรับผิดชอบเอง
มีใครอยากให้พุทธอิสระเป็นพระสังฆราชกันเล่า กล่าวหากันส่งเดช หรือว่าแค่ประชด ? สมเด็จพระสังฆราชในกรุงรัตนโกสินทร์ ล้วนแล้วประทับที่วัดในเมืองหลวงกันทั้งนั้น วัดราชบพิธฯ, วัดโพธิ์, ,วัดมกุฏฯ, วัดบวรนิเวศฯ, วัดมหาธาตุฯ ฯลฯ ชั้นยศก็ยังไปไม่ถึง ความอาวุโสก็ไม่ได้ จะเป็นได้ไง เรื่องนี้ผมว่าไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งระหว่างนิกาย เป็นเรื่องสีเสื้อการเมืองมากกว่า
เชิญนิมนต์ก่อนนะก้าาาา หรือจะบินไปอยู่กะ หลวงเหยิน เบอร์ลิน ก่อนก้อได้ นะก้าาา??? ดาริน กานต์ ตร.จ่อออกหมายเรียก นิมนต์ “พระเมธีธรรมาจารย์” ฐานละเมิดพ.ร.บ.ชุมนุมฯ นำม็อบพระ..!! วันนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวส ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้ประชุมคณะพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน มีความเห็นเบื้องต้นว่าจะออกหมายเรียก นิมนต์พระเมธีธรรมาจารย์ มาพบพนักงานสอบสวนสภ.พุทธมณฑล ในข้อหาละเมิดพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ในเร็วๆนี้ ส่วนประเด็นอื่นๆต้องพิจารณาต่อไป ดูความใครทำผิดกฎหมายอย่างไรอีกบ้าง หากผู้ใดละเมิดกฎหมายตำรวจก็ต้องดำเนินการ....//มติชน
ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษครับ ผมsearch ข่าวพระพม่าประท้วงแล้วถูกปราบปราม มันมีรูปและเรื่องขึ้นมา ก็เลยเอามาเปรียบเทียบ จริงๆคงทราบใช่มั๊ยครับว่าพระของพม่าเจออะไรไปบ้าง ทั้งๆที่ไม่ได้ทำเพื่อพวกพ้อง http://www.chaoprayanews.com/2009/09/22/“พม่า”-ขู่พระสงฆ์-เจอดีแ/
นี้ เหนี้ยยยยย!!! พระนี้ เคยคิดว่า ดี เคยเปิดให้ ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่บ้านฟัง พอรู้จักรายการว่าจัดกะคัย ก้อตะแม่งๆ หลังๆออกมาแสดงความเห็นบ่อยๆ ตอนนี้ปิดสถานนีนี้แล้ว หลงไปตั้งนาน เสียดายเวลา รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น ไอ้แว่น ไอ้ตัวนี้ก็ตัวพ่อ สมคบกับเสียอู๊ด สร้างพระสมเด็จเหนือหัว แอบอ้างเบื้องสูง
17 ก.พ.59 พล.อ.ประยุทธ์ขอทุกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวกรณีแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช "ผมไม่อยากใช้อำนาจกับพระ" 17 ก.พ.| ข่าว 15.00 น. พระพุทธะอิสระ ยื่นหนังสือต่อประธาน สปท.และประธาน สนช.เรียกร้องให้ปฏิรูปกฏหมายคณะสงฆ์ พร้อมสนับสนุนเวทีดีเบตแต่งตั้งสังฆราช
ช่วง ช่วง' ให้โอวาทวันมาฆะบูชา ละทำบาป-ทำแต่ความดี-ชำระจิต 17 ก.พ. 59 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มอบโอวาทเนื่องในวันมาฆบูชา 59 ใจความว่า เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชามาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่ง ปีนี้ตรงกับ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ อาตมภาพขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย ได้น้อมนําหลักธรรมที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานในท่ามกลางพระอรหันต์ 1,250 องค์ ที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดแนะ มาพิจารณาศึกษา แล้วน้อมนํามาประพฤติ ปฏิบัติ เพื่อประโยชน์สุขแก่ตนเองและสังคม หลักธรรมดังกล่าว เรียกว่า โอวาทปาฏิโมกข์ ประกอบด้วยหลักการ 3, อุดมการณ์ 4, และวิธีการ 6 ในปีนี้ จะกล่าวถึงหลักการ 3 ประการ ได้แก่ 1. การไม่กระทําบาปทุกชนิด 2. การทําความดีให้ถึงพร้อม 3. การชําระจิตใจให้บริสุทธิ์การไม่ทําบาปเป็นเบื้องต้นแห่งการทําความดี ความดีที่สมบูรณ์เต็มที่ย่อมเป็น ปัจจัยส่งผลให้การชําระจิตใจบริสุทธิ์เกิดขึ้นตามมา อาตมภาพ ขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย ได้น้อมนําหลักศีล 5 อันเป็นเบื้องต้นแห่ง การไม่กระทําบาปทั้งปวง มาปฏิบัติ ด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดใน กาม ไม่กล่าวเท็จ และไม่ดื่มสุราสิ่งเสพติดให้โทษ น้อมถวายเป็นพุทธบูชา และน้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอัน ประเสริฐ ขอประโยชน์สุขแห่งประชาชน และสันติสุขแห่งประเทศชาติ จงบังเกิดมีแก่ แผ่นดินและปวงชนชาวไทย สิ้นกาลนานเทอญฯ ขอเจริญพร แล้วที่พูดมาทั้งหมดนี่ ตัวเองทำได้ทั้งหมดหรือเปล่า
นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิดเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช โดยให้ฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านมหาเถรสมาคมมาดีเบตกัน เพื่อให้ประชาชนตัดสิน ล่าสุดทั้ง 2 ฝ่ายตอบรับเข้าร่วมดีเบตแล้ว ข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายหาข้อยุติร่วมกันก่อนดำเนินการใด ๆ เพราะถ้ายังมีความขัดแย้งกันอยู่ ก็จะไม่นำชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ซึ่ง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สนับสนุนแนวคิดนี้ แต่ส่วนใดที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายก็ต้องว่ากันตามขั้นตอน พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม กับ พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเรื่องมหาเถรสมาคม ซึ่งทั้ง 2 รูปยืนยันตรงกันว่า พร้อมที่จะเข้าร่วมดีเบตครั้งนี้ทันทีที่มีการประสานงานเข้ามา เพื่ออธิบายเหตุผลให้สาธารณชนได้รับรู้ และยินดีรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่าย แต่ขณะเดียวกันพระพุทธะอิสระ ก็ได้ไปยื่นหนังสือให้สภานิติบัญญัติฯ และสภาขับเคลื่อนฯ แก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เพื่อกระจายอำนาจให้คณะสงฆ์ และลดขั้นตอนความยุ่งยากซับซ้อนในการลงโทษพระสงฆ์ที่ทำผิดพระธรรมวินัย ส่วนทางตำรวจก็เตรียมออกหมายเรียกกลุ่มพระสงฆ์ และฆราวาส ที่ไปเคลื่อนไหวชุมนุมที่พุทธมณฑล มาให้ถ้อยคำ เพื่อดูว่าการชุมนุมมีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ในสัปดาห์นี้ ฝ่ายความมั่นคง กำชับให้ตำรวจ จับตาความเคลื่อนไหวเครือข่ายพระสงฆ์ ที่จะออกมาชุมนุม หลังมีการดำเนินครอบครองรถหรู ของสมเด็จช่วง กับ ดคีพระธมมยโย หลังจากออกมาส่งสัญญาณแสดงพลังเมื่อ 15 กพ.ที่ผ่านมา เผยส่วนหนึ่งที่ร่วมชุมนุมมาจากวัดพระธรรมกาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากกลุ่มเครือข่ายคณะสงฆ์ และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ รวมตัวกันที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา จนเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่าง ทหารและคณะสงฆ์ และได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.ชาญเวช เสสะเวช ผบช.ภ.7 ว่า ส่วนหนึ่งที่มาร่วมชุมนุมมาจากวัดพระธรรมกาย สำหรับเรื่องข้อเรียกร้อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้รับหนังสือไปแล้ว ขอเวลาให้รัฐบาลพิจารณาก่อน หากผลการพิจารณาข้อเรียกร้องไม่ถูกใจกลุ่มพระสงฆ์ ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล ตำรวจเป็นเพียงผู้บังคับใช้กฎหมาย เป็นผู้ปฏิบัติเท่านั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ย้ำว่า การชุมนุมไม่ว่ากรณีใด ต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ชุมนุมในที่สาธารณะ ดังนั้น หากบุคคล หรือ กลุ่มใด จะออกมาชุมนุมจะต้องปฎิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยว่า ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายพระสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท ที่จะออกมาเคลื่อนไหวในคดีสำคัญ 2 คดี คือ การครอบครองรถหรูผิดกฎหมายของ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตกเป็นผู้ต้องหาฐานความผิดฟอกเงิน หรือรับของ โจร ฐานรับเช็คเงินสดจากศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ และในข้อเสนอ 5 ข้อ ที่เครือข่ายสงฆ์ยื่นให้กับรัฐบาลนั้นมี 3 ข้อที่เกี่ยวโยงกับ 2 คดี คือ ห้ามหน่วยงานภาครัฐเข้ามาก้าวก่ายเรื่องทางสงฆ์ และขอให้รัฐบาลยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงามที่กระทำสืบกันมา คือการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ ทางรัฐบาลจะต้องปรึกษาและได้รับความเห็นชอบจาก มส.ก่อน ซึ่งการเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาล พระเมธีธรรมาจารย์-พระพุทธอิสระพร้อมดีเบตเรื่องแต่งตั้งพระสังฆราช กรุงเทพฯ 17 ก.พ.-พระเมธีธรรมาจารย์ และพระพุทธะอิสระ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทย พร้อมดีเบตเวทีที่รัฐบาลจะเปิดให้พูดคุยเรื่องความขัดแย้งการแต่งตั้งสมเด็จ พระสังฆราช ซึ่งจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายแสดงเหตุผลและข้อมูลประกอบ .-สำนักข่าวไทย http://www.tnamcot.com/content/405852
Warut Worajin เออ พึ่งเสร็จภาระกิจเหรอครับ? แล้วเจอกันใหม่นะ รายได้ดี กินๆนอนๆ พร๊อพฯพร้อมทุกเวลา คัยยังไม่มีงาน ตัดสกินเฮด ซื้อหาพร๊อพฯติดตัวไว้ไม่อดตาย
new)talk 17-2-59 // อาจารย์ ศ. สิวรักษ์ กับอัญชะลี ไพรีรัก ตอน คันฉ่อนส่อง "ม็อบ"พระ ห่วยตูน จัดเต็มทุกดอก
ล้านชื่อต้านล้างผิด นักสืบเน็ตตั้งข้อสังเกต แก๊งค์โล้น หรือพระกันแน่ ????? คนเดียวกันใช่ไหม????/ พศ. แอนด์ มส. ยังจะหลับอยู่อีกมั้ยยยยยยยย????
ไม่อาบัตินะครับ เพราะไม่ใช่พระ แต่เป็นโล้นห่มเหลือง พศ. และ มส. จะดูแต่เรื่องพระจริง พระปลอมไม่สนใจครับ