จีน China 中華人民共和國 ทุกเรื่องราวตั้งแต่ข่าว ยัน บันเทิง จีน

กระทู้ใน 'ห้องนั่งเล่น' โดย por, 16 ต.ค. 2014

  1. por

    por อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    10 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,397
    ขอเชิญท่านสมาชิกทั้งหลายเข้ามาเยี่ยมชมกันครับ
    สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวที่สำนักข่าวทั่วโลกให้ความสนใจที่สุด เห็นจะเป็นการชุมนุมของม็อบที่ฮ่องกง ที่ถูกตั้งชื่อว่า Occupy Central เลียนแบบ Occupy Wallstreet ที่นิวยอร์ค แต่กลับมีประสิทธิภาพมากกว่ามากทีเดียว กระทู้นี้ ขอเล่าให้ทุกท่านเข้าใจภาพรวมของปัญหา และเรามาดูว่า ในวิกฤตครั้งนี้ มีอะไรน่ากลัวไหม เชิญรับชมกันครับ

    Q : การชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกงครั้งนี้ เริ่มจากอะไร?
    A : มันเริ่มมาจากการเรียกร้องให้รัฐบาลกลางของจีนหยุดแทรกแซงการเลือกตั้งผู้ว่าฯฮ่องกงที่จะมีขึ้นในปี 2560 ครับ ทั้งๆที่ รัฐสภาจีนประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่า คนฮ่องกงสามารถเลือกผู้นำของตนเองแบบ “1 คน 1 เสียง” ได้ในปี 2560 แต่กลายเป็นว่า มีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ ผู้สมัครจะต้องผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการที่สนับสนุนปักกิ่งเสียก่อน ส่งผลให้คนฮ่องกงจำนวนมากออกมาประณามว่า เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม และเริ่มมีคนออกมาชุมนุมกันกลางถนนตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

    หลายคนอาจจะมีคำถามต่อว่า เฮ้ย!! อีกตั้งหลายปี ทำไมมาชุมนุมกันตอนนี้

    ลองดูภาพด้านล่างนะครับ สาเหตุเป็นเพราะ มติจากสภาประชาชนจีนเมื่อสิ้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ขั้นตอนการคัดเลือก “ผู้ว่าการฮ่องกง” จะเห็นว่า เลือกให้ตายยังไง รัฐบาลที่ปักกิ่งก็จะคัดเลือกให้เหลือ 23 คน โดยประชาชนฮ่องกง ก็ต้องเลือกเอาจาก 2-3 คนนี้ละ
    Q : การชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกงครั้งนี้ เริ่มจากอะไร?
    A : มันเริ่มมาจากการเรียกร้องให้รัฐบาลกลางของจีนหยุดแทรกแซงการเลือกตั้งผู้ว่าฯฮ่องกงที่จะมีขึ้นในปี 2560 ครับ ทั้งๆที่ รัฐสภาจีนประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่า คนฮ่องกงสามารถเลือกผู้นำของตนเองแบบ “1 คน 1 เสียง” ได้ในปี 2560 แต่กลายเป็นว่า มีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ ผู้สมัครจะต้องผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการที่สนับสนุนปักกิ่งเสียก่อน ส่งผลให้คนฮ่องกงจำนวนมากออกมาประณามว่า เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม และเริ่มมีคนออกมาชุมนุมกันกลางถนนตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

    หลายคนอาจจะมีคำถามต่อว่า เฮ้ย!! อีกตั้งหลายปี ทำไมมาชุมนุมกันตอนนี้

    ลองดูภาพด้านล่างนะครับ สาเหตุเป็นเพราะ มติจากสภาประชาชนจีนเมื่อสิ้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ขั้นตอนการคัดเลือก “ผู้ว่าการฮ่องกง” จะเห็นว่า เลือกให้ตายยังไง รัฐบาลที่ปักกิ่งก็จะคัดเลือกให้เหลือ 23 คน โดยประชาชนฮ่องกง ก็ต้องเลือกเอาจาก 2-3 คนนี้ละ
    39184a0a9.jpg
    ระบบเลือกตั้ง "ผู้ว่าการฮ่องกง" ซับซ้อนยิ่งนัก เพราะเป็นระบบเลือกตั้งทางอ้อม ผ่านผู้แทนที่คัดเลือกมาจากกลุ่มคนต่างๆ ประมาณ 1,200 คน หรือที่เรียกกันว่า "คณะผู้เลือกตั้ง" ย้อนอดีตไป 17 ปี มีผู้ว่าการฮ่องกงแล้ว 3 คนคือ "ตั้ง ฉีหวา" (Tung Chee Hwa) ปี 2540-2548 "โดนัล จาง" (Donald Tsang) ปี 2548-2555 และคนปัจจุบันคือ "เหลียง เจิ้งอิง" ที่ได้ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2555 และจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า

    ชาวฮ่องกงไม่มีสิทธิไปเลือกตั้งผู้บริหารประเทศโดยตรง ทำได้แค่ลุ้นว่า "คณะผู้เลือกตั้ง" ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้มีชื่อเสียงหรือมีอิทธิพลกับเครือข่ายรัฐบาลจีนนั้น จะเลือกใคร ทั้งนี้ การเลือกตั้งในแต่ละครั้งจะมีการปรับจำนวนและสัดส่วนของคณะผู้เลือกตั้งแตกต่างกันไป

    การเลือกตั้งผู้ว่าการฮ่องกง ครั้งล่าสุด วันที่ 25 มีนาคม 2555 นั้น คณะผู้เลือกตั้งประกอบด้วยสมาชิก 1,200 คน มาจาก 3 ส่วนหลัก คือตัวแทนกลุ่มต่างๆ 1,044 คน ตัวแทนภาครัฐ 96 คน ตัวแทนศาสนาระดับชาติ 60 คน ส่วนผู้ประกาศตัวลงสมัครเป็นผู้ว่าการนั้น ต้องได้รับคะแนนเสียงยอมรับเบื้องต้น 1 ต่อ 8 หรือ 150 เสียงจาก 1,200 เสียง ก่อนจึงจะได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งตัวจริง

    จากนั้นในวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือเกิน 601 คะแนน ปรากฏว่าเมื่อปี 2555 มีคณะผู้เลือกตั้งไปลงคะแนนเสียงเพียง 1,132 คน เพื่อโหวตให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 3 คนด้วยกัน โดย "เหลียง เจิ้งอิง" อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้รับคะแนนเสียงอันดับ 1 จำนวน 689 คะแนน ส่วนคู่แข่งอีก 2 รายคือ "เฮนรี ถัง" อดีตหัวหน้าเลขาธิการรัฐบาลฮ่องกงได้ไป 285 คะแนน และคนสุดท้าย "อัลเบิร์ต เหอ" หัวหน้าพรรคการเมืองระดับท้องถิ่นได้ 76 คะแนน ด้วยคะแนนที่ได้เฉียดฉิวเพียง 689 คะแนน นายเหลียง เจิ้งอิง จึงถูกเสียดสีมาจนถึงทุกวันนี้

    "ฮ่องกง" แบ่งระบบการเมืองการปกครองเป็น 3 ฝ่าย คือ "บริหาร", "นิติบัญญัติ" และ "ตุลาการ" ผู้ว่าการฮ่องกงเป็นเพียงหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศเท่านั้น แต่ประมุขสูงสุดของรัฐคือประธานาธิบดีของจีน ส่วนคณะรัฐมนตรีหรือเรียกว่าคณะผู้บริหาร (Executive Council) จะมีสมาชิกประมาณ 30 คน

    ฝ่ายนิติบัญญัติ มีสมาชิกจำนวน 70 คน 30 คนมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มบุคคลที่คัดเลือกจากหลากหลายอาชีพ (Functional Constituencies) และอีก 40 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งคะแนนเสียงโดยตรงจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (Popular Vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี พ.ศ.2563 ซึ่งรัฐบาลจีนสัญญาว่าฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมดจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง

    ประชากรฮ่องกง 7.2 ล้านคน มีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประมาณ 3.5 ล้านคน หลายคนรู้สึกอึดอัดที่ไม่มีสิทธิไปลงคะแนนเสียงให้คนที่ตัวเองรักใคร่พอใจ อุณหภูมิแห่งความไม่พอใจพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักวิชาการหัวก้าวหน้า นักศึกษาและผู้รักประชาธิปไตย รัฐบาลปักกิ่งพยายามส่งเสียงห้ามปราม ขณะที่ "เหลียง เจิ้งอิง" สัญญาว่าจะพยายามทำทุกอย่างให้ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าการฮ่องกงคนใหม่ได้เองในปี 2560

    ชาวฮ่องกงเริ่มฝันหวานว่าจะมีสิทธิไปหย่อนบัตรเลือกผู้แทนในดวงใจ แต่แล้วเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา สภาประชาชนปักกิ่งก็มีคำประกาศดับฝัน โดยสรุปใจความสำคัญได้ 4 ประการ คือ 1.ชาวฮ่องกงสามารถเลือกตั้งผู้ว่าการได้โดยตรง 2.ให้มี "คณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง" จำนวน 1,200 คน นั่นก็คือ "คณะผู้เลือกตั้ง" เดิมนั่นเอง เพียงแต่เปลี่ยนจากไปลงคะแนนเลือกผู้ว่าการ เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบว่าใครมีสิทธิได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 3.โดยผู้สมัครต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งหรือ 600 คนขึ้นไปจาก 1,200 คน ข้อสุดท้ายคือ ให้คัดเลือกผู้สมัครเหลือเพียง 2-3 คนเท่านั้น

    คำประกาศข้างต้น เป็นชนวนสำคัญทำให้กลุ่มผู้ประท้วงออกมาร่วมกัน "ชัตดาวน์ฮ่องกง" หรือการทำอารยะขัดขืนยึดเมืองด้วยรักและสันติ “ออกคิวพาย เซ็นทรัล" (Occupy Central with Love and Peace : OCLP) ทั้งนักเรียน นักศึกษา กลุ่มหัวก้าวหน้า ผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ฯลฯ แกนนำผู้ประท้วงใช้สัญลักษณ์ริบบิ้นสีเหลืองทองอร่าม เป็นตัวแทนความหมายของการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งแบบ "เสมอภาค เสรีภาพ สากล" (Universal Suffrage) OCLP หมายถึง ให้มีการสมัครรับเลือกตั้งอย่างเสรี และประชาชนไปลงคะแนนได้โดยตรงไม่ต้องผ่านอิทธิพลของจีนปักกิ่ง สรุปคือไม่เอาขั้นตอน "คณะผู้เลือกตั้ง" ที่ผันตัวมาเป็น "คณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง" นั่นเอง เอง
    Q : การกลับคืนสู่อ้อมออกของจีน ทำให้ฮ่องกงเสียอะไร?
    A : ก่อนจะดูว่าฮ่องกงเสียอะไร ขอให้ไปดูก่อนว่า อังกฤษ เสียอะไร จากการไม่ได้เช่าเกาะต่อ
    คุณรู้หรือไม่ ฮ่องกง (เขตปกครองพิเศษของจีน) เป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชีย และถือการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญระดับโลก และเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาค นั้นหมายความว่า ความมั่งคั่ง เงินที่สะพัดทั่วทั้งเกาะ นั้นล่ะครับ คือเค้กชิ้นใหญ่ที่จีนแย่งกับอังกฤษ
    รูปนี้ ตลาดหุ้น Hang Seng ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก มีขนาดใหญ่กว่า Market Cap ของ SET Index ถึง 4 เท่าทีเดียว
    Q : งั้นแสดงว่า อังกฤษ อาจอยู่เบื้องหลัง?
    A : ตอบไม่ได้ครับ แต่หลายฝ่ายก็เดาว่าอย่างนั้น เพราะฮ่องกงนั้น เศรษฐกิจดีไม่มีปัญหา และผู้นำในการชุมนุมก็เป็นแค่เยาวชนอายุแค่ 15 ปี ที่ชุมนุมเรียกร้องมาแล้วเมื่อ 2 ปี จนกระทั่งตอนนี้อายุก็แค่ 17 ปี แถมเป็นม๊อบไฮโซด้วยนะ ใช้สัญลักษณ์การชุมนุมคือ เปิด Flash ไฟบนหน้าจอมือถือ Smartphone ตัวเองอีกต่างหาก หุหุ ดังนั้น ปัญหามันไม่ใช่เรื่องปากท้องอะไรซักกะหน่อย ... แต่อย่างว่านะครับ มนุษย์เรา เมื่อความต้องการขั้นพื้นฐานมันครบหมด เราก็ขยับความต้องการขึ้นไป นั้นคือสิ่งที่ผู้ชุมนุมต้องการ ... คำว่า “อิสระภาพอย่างแท้จริง” นั้นเอง เพราะหากดูจากขั้นตอนการเลือกตั้งแล้ว เหมือนจีนจะไม่ให้อิสระภาพแบบประชาธิปไตยแก่ผู้ชุมนุมซักเท่าไหร่Q : แล้วทำไม จีนไม่ยอมให้อิสระกับฮ่องกงไปละครับ เขาจะได้กลับบ้านกันไป
    A : ง่ายอย่างนั้นก็ดีสินะ ย้อนไปดูประวัติศาสตร์จีนครับ
    ระหว่างที่จีนกำลังอยู่ในกระบวนการสร้างชาติด้วยพรรคคอมมิวนิสต์นั้น ดินแดนที่อยู่บริเวณชายขอบรอบนอกของจีนกลับมีพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงที่เป็นอิสระไปจากจีน ได้แก่ มองโกเลีย ซินเจียง ทิเบต และ ไต้หวัน และกลับคืนสู่การปกครองของจีนหลัง ค.ศ. 1945 แล้ว แต่ด้วยความที่ดินแดนเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างชาติของจีนในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ดังนั้นทัศคติของคนในดินแดนเหล่านี้ ที่ไม่ได้มีความคิดแบบจีนแผ่นดินใหญ่ จึงทิ้งปมปัญหาให้กับจีนในการสร้างความเป็นเอกภาพแห่งชาติเรื่อยมาตราบจนปัจจุบัน

    อย่างมองโกเลีย ก่อนหน้านี้ก็ไปเข้ากับโซเวียต ก่อนได้รับการสถาปนาเป็นเขตปกครองตนเองเมื่อ ค.ศ. 1947 แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงสถานะดังกล่าวภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีนจนถึงตอนนี้ ดังนั้น มันก็มีทั้งคนที่อยาดอยู่กับรัสเซียตอนนี้ ละคนที่รับได้กับการอยู่กับจีน

    ส่วนซินเจียงเนี่ย ยิ่งชอบรัสเซียมากกว่าอีก มีทั้งสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างซินเจียงกับไซบีเรีย การทำสัญญาการค้า และการลดภาษีอากรทำให้สินค้าจากซินเจียงไปยังโซเวียตในสมัยนั้น จนจีนไม่ไหว ส่งทหารเข้ามาควบคุมซินเจียงในปี. 1946 และเมื่อถึงเดือนธันวาคม 1949 ซินเจียงก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังจากนั้นอีก 6 ปี ก็ได้มีสถานะเป็นเขตปกครองตนเองของสาธารณรัฐประชาชนจีนจนถึงปัจจุบัน
    มองในมุมนี้ ก็เห็นกันนะครับ ถ้าจีนยอมอ่อนให้ขอต่อรองของผู้ชุมนุมฮ่องกงหนึ่งก้าว มันอาจจะแปลว่า เขตปกครองตนเองในดินแดนอื่น อาจเลียนแบบ และเริ่มเรียกร้องในสิ่งที่โหยหามานานก็เป็นได้ เป็นแบบนี้ จีนไม่มีทางยอมแน่นอน 100% ผมมั่นใจ1412528431-ChinaMapPo-o.jpg cradit pantip.com/topic/32673169
     
  2. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,917
    Location:
    เชียงใหม่
    เข้ามาอ่าน :):)
     
  3. por

    por อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    10 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,397
    อัพเดทข่าวคราวล่าสุด การประท้วง ครับ
    ในเช้าวันนี้ เกิดศึกตะลุมบอนระหว่างตำรวจและกลุ่มประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเขตมงก็อกของฮ่องกง แม้เมื่อวานนี้ฝ่ายรัฐบาลได้ประกาศเปิดการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงและยุติการประท้วงบนถนนที่ดำเนินมา 3 สัปดาห์แล้ว โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

    เป็นที่เข้าใจกันว่า เหตุวุ่นวายครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้(19 ต.ค.) ในย่านการค้ามงก๊อก มีชนวนมาจากข้อความโพสต์บนอินเทอร์เน็ตของกลุ่มชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ข้อความว่า “กลับมายึดถนนอาร์จิล และนาธานหลังเที่ยงคืน” ทำให้ตำรวจปราบจลาจลหลายนายรุดมายังถนนสายที่นัดชุมนุมฯ
    ตำรวจได้ใช้สเปรย์พริกไทยสลายกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างน้อย 1 ครั้ง ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุคนหนึ่งเล่าว่าตำรวจยังได้ใช้ตระบองฟาดไปที่ร่มของกลุ่มผู้ประท้วง

    “ฉันเห็นตำรวจตีผู้ประท้วงหลายคน จนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ มีเลือดไหล” ผู้ประท้วง แซ่ หลัว เล่า

    ผู้นำสหพันธ์นักศึกษา เลสเตอร์ เฉิน (Lester Shum) อยู่ในกลุ่มชุมนุมที่มงก๊อกด้วย เขากล่าวว่าการชุมนุมประท้วงได้ยึดหลักการ “อารยะขัดขืน” อย่างเคร่งครัด และทำไมเจ้าหน้าที่ต้องทำร้ายพวกเขาด้วย

    “พวกเราไม่ใช่แก๊งเตอร์ แม้ตีพวกเราจนเลือดไหลอาบ พวกเราก็จะกลับมาเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งที่แท้จริง และการเสนอชื่อผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้งที่อารยะ” เฉิน กล่าว
    [​IMG]
    กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยยืนเผชิญหน้ากับตำรวจตรงแนวกั้นในเขตมงก๊อก ฮ่องกงในเช้าวันอาทิตย์(19 ต.ค.) (ภาพ เอเอฟพี)
    [​IMG]
    ฝ่ายตำรวจได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของฝ่ายกลุ่มประท้วง ว่าทำลายความสงบเรียบร้อยอย่างร้ายแรง

    “ในวันนี้ ผู้ประท้วงจำนวนมากได้ยึดถนนในมงก๊อกอย่างผิดกฎหมาย รุกล้ำแนวกั้นของตำรวจโดยรื้อแนวกั้นและผลักตำรวจ ทางตำรวจได้เตือนหลายครั้งแล้ว ทั้งชูป้ายเตือนให้หยุดรุมตำรวจแต่พวกเขาก็ไม่สนใจ

    “ดังนั้นจึงต้องใช้มาตรการขั้นต่ำสลายกลุ่มประท้วง เพื่อป้องกันสถานการณ์บานปลาย” แถลงการณ์ตำรวจว่า
    [​IMG]
    กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยยืนตรงแนวกั้นข้างป้ายประท้วงภาพผู้นำสูงสุดแห่งฮ่องกง เหลียง เจิ้นอิงในมงก๊อกเช้าวันอาทิตย์(19 ต.ค.) (ภาพ เอเอฟพี)
    [​IMG]
    ในแถลงการณ์ของฝ่ายตำรวจระบุอีกว่ามีการจับกุมชายคนหนึ่ง โดยตำรวจกล่าวหาว่าชายที่จับตัวไปนี้พกมีดในกระเป๋า

    มีรายงานว่ากลุ่มผู้ประท้วงก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

    ความวุ่นวายในการชุมนุมประท้วงบนท้องถนนในเขตการค้าใหญ่ของฮ่องกง ยังปะทุขึ้นมาอีกแม้เมื่อวานนี้(18 ต.ค.) หัวหน้าคณะรัฐมนตรี แครี่ ลัม ประกาศการเจรจาในวันอังคารนี้(21 ต.ค.) ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ด้วย โดยการเจรจาฯนี้มีเป้าหมายยุติการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายตำรวจและกลุ่มผู้ประท้วงสืบเนื่องจากความขัดแย้งกรณีการเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารดินแดนครั้งต่อไป

    กลุ่มประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบโดยขอสิทธิการเลือกตั้งที่ประชาชนเป็นผู้เสนอชื่อผู้สมัครรับการเลือกตั้งด้วย ขณะที่ทางรัฐบาลยึดถือกรอบงานของคณะกรรมการประจำแห่งรัฐสภาจีน ที่รับรองเมื่อเดือนส.ค. โดยกรอบงานระบุอนุญาตให้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียง 2-3 คน ที่ผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการเลือกตั้งฯที่สมาชิกส่วนใหญ่ภักดี http://www.manager.co.th/china/ViewNews.aspx?NewsID=9570000120364
     
  4. por

    por อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    10 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,397
    แถมครับ :cool:

    ร้านค้าจีนหัวใส ตั้งจุดแก้กระเป๋ากางเกงไว้หน้าร้านขาย iPhone 6
    [​IMG]

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก CCTV News

    ร้านค้าจีนหัวใส ตั้งจุดแก้กระเป๋ากางเกงไว้หน้าร้านขาย iPhone 6 ปรับกระเป๋ากางเกงให้กว้างและลึกพอจะใส่ iPhone 6 ในกระเป๋าได้
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 เว็บไซต์ The Register มีรายงานว่า กลุ่มผู้ค้าปลีกในจีนผุดไอเดียใหม่เพื่อรองรับความความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่เพิ่งเปิดตัวในจีนไปเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยการตั้งจุดรับแก้กระเป๋ากางเกงไว้หน้าร้าน เพื่อบริการฟรีแก่ลูกค้าที่ซื้อ iPhone 6 Plus ให้สามารถนำโทรศัพท์เครื่องใหม่พกใส่กระเป๋ากางเกงได้

    โดยจุดรับแก้กระเป๋ากางเกงนี้ จะช่วยแก้กระเป๋ากางเกงของลูกค้าให้มีขนาดกว้างและลึกพอที่จะใส่ iPhone 6 Plus ที่มีหน้าจอใหญ่ 5.5 นิ้วไว้ในกระเป๋ากางเกงได้ โดยไม่ล้นเกินออกมา และแน่นอนเลยว่าบริการดังกล่าวนั้นก็ได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมากเช่นกัน
    ปล. ตอนนี้จีนมียอดจอง iphone ทั้งหมดกว่า 10 ล้านเครื่องครับ สมเป็นอาเสี่ย จิง จิง :cool:
     
    กีรเต้ likes this.
  5. por

    por อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    10 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,397
    [​IMG]
    นวัตกรรมต้นแบบของ "ร่มแรงดันอากาศ" กำเนิดพลังงานลมเป็นโดมกันฝนแทนผ้าร่มแบบเดิมสำเร็จ ล่าสุดได้รับทุนสนับสนุนวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตวางจำหน่ายแล้ว (ภาพซั่งไห่อิสต์)
    [​IMG]
    ซั่งไห่อิสต์ รายงาน (19 ต.ค.) ว่า กลุ่มนักศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยอากาศยานและอวกาศหนานจิง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน ซึ่งคิดค้นนวัตกรรมต้นแบบของ "ร่มแรงดันอากาศ" กำเนิดพลังงานลมเป็นโดมกันฝนแทนผ้าร่มแบบเดิมสำเร็จ ล่าสุดได้รับทุนสนับสนุนวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตวางจำหน่ายแล้ว

    ฉวน หวัง จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง หนึ่งในทีมประดิษฐ์ซึ่งร่วมคิดค้นกับทีมของมหาวิทยาลัยหนานจิง มาตั้งแต่ปี 2555 กล่าวว่า ร่มแรงดันอากาศตัวต้นแบบนี้ ทำงานโดยใบพัดและมอเตอร์ซึ่งใช้แบตเตอรี่ พลังงานพอใช้ได้ต่อเนื่องนานราว 30 นาที มีหลายขนาดโดยความยาวเฉลี่ยอยู่ที่ 50 เซนติเมตร มีน้ำหนักไม่เกิน 800 กรัม เบื้องต้นกลุ่มนักศึกษาคาดว่าจะสามารถนำสินค้าออกวางจำหน่ายจริงในท้องตลาดได้ภายในปลายปีหน้า (2558)

    อย่างไรก็ตาม ข้อเสียซึ่งอาจจะมีสำหรับ 'ร่มต้นแบบ' นี้ มีผู้ถกฯ กันว่า เทคโนโลยีนี้อาจจะทำให้ผู้ซึ่งอยู่รอบข้างโดนละอองน้ำฝนกระเด็นใส่เหมือนฉีดน้ำกระจายจากรอบข้าง ชนิดที่ว่าเดินไปไหนคนรอบข้างถอยห่างหมด แต่ก็เป็นปัญหาที่ปรับปรุง พัฒนาฯ ได้ไม่ยาก

    ทั้งนี้ เมื่อสองปีก่อน (2555) cnet.com ก็เคยรายงานการออกแบบนวัตกรรมร่มอากาศ ของนักออกแบบชาวเกาหลี จี ซุงปาร์ก (Je Sung Park) ซึ่งมีการทำงานลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน http://www.manager.co.th/china/
     
  6. por

    por อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    10 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,397
    อยากทราบว่ายังมีเพื่อน ๆ ติดตามดูกระทู้นี่อยู่หรือเปล่า ถ้ามีผมจะได้อัพเรื่องราวใหม่ เรื่อยๆ
    ผู้เชี่ยวชาญจากจีนระบุ แผ่นดินใหญ่ขยายแนวหินโสโครกซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญให้กลายเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสแปรตลีย์ หวังสร้างพื้นที่ด่านหน้าสำหรับกิจการทหารและการพาณิชย์พลเรือนในทะเลจีนใต้
    [​IMG]
    นักวิชาการจีนชี้ จีนขยายพื้นที่แนวหินโสโครกจุดสำคัญให้กลายเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้ (ภาพ: เอเยนซี)
    [​IMG]
    ความเคลื่อนไหวล่าสุดของปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ เกิดขึ้นเมื่อจีนเดินหน้าขยายพื้นที่แนวหินโสโครกไฟเออร์รี ครอส รีฟ (Fiery Cross Reaf) หรือที่เรียกกันในภาษาจีนว่า “หย่งสู่เจียว” เพื่อปรับพื้นที่ให้กลายเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุด ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า การเดินหน้าขยายพื้นที่แนวหินฯ อาจเป็นไปเพื่อสร้างด่านหน้าให้แก่กองทัพจีนและเพื่อประโยชน์ในกิจการการค้าของพลเรือนจากแดนมังกรในทะเลจีนใต้

    หมู่เกาะสแปรตลีย์ อยู่กลางทะเลจีนใต้ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 150,000 ตารางไมล์ ประกอบด้วย เกาะเล็กเกาะน้อย หินโสโครก โขดหินมากกว่า 400 เกาะ มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ คือ อยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมหลักที่จะเป็นทางผ่านระหว่างมหาสมุทรอินเดีย ผ่านทางช่องแคบมะละกาไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะจากการสำรวจ คาดว่ามีก๊าซธรรมชาติจำนวนมากถึง 24 ล้านคิวบิค และน้ำมันดิบประมาณ 105 ล้านบาเรล ซึ่งหากประเทศใดได้กรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะนี้ทั้งหมด ย่อมจะมีอาณาเขตทางทะเล (Maritime Zones) ที่กว้างออกไปอีก 200 ไมล์ทะเลรอบหมู่เกาะ ครอบคลุมพื้นที่ทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด ดังนั้น การอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์จึงเป็นปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในทะเลจีนใต้

    ทั้งนี้ ประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ ประกอบด้วย จีน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และ บรูไน

    เกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสแปรตลีย์ คือ เกาะไท่ผิง หรือที่รู้จักกันในชื่อ เกาะอิตา อาบา ซึ่งเป็นของไต้หวัน มีขนาด 0.5 ตารางกิโลเมตร และเป็นเกาะเดียวในหมู่เกาะนี้ที่มีแหล่งน้ำจืดบนเกาะ

    ส่วนแนวหินโสโครกไฟเออร์รีฯ นั้น อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ไปทางทิศใต้ 740 ไมล์ทะเล แต่อยู่ใกล้กับชายฝั่งของเวียดนามมากกว่า และหากความขัดแย้งปะทุขึ้น จุดดังกล่าวก็เป็นจุดเสี่ยงที่อาจถูกขีปนาวุธจากเวียดนามโจมตีได้ นายคาร์ล เทเยอร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยนิว เซาท์ เวลส์ และสมาชิกสถาบัน Defence Force ออสเตรเลีย ระบุไว้

    ปัจจุบัน แนวหินโสโครกไฟเออร์รีฯ ได้รับการขยายพื้นที่ไปถึง 1 ตารางกิโลเมตร และมีสัญญาณบ่งชี้ว่า จีนจะเดินหน้าอ้างสิทธิ์เหนือแนวหินโสโครกฯ นี้ต่อไป นายหวัง ฮั่นหลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลจีนใต้จากสำนักวิจัยสังคมศาสตร์จีน ระบุ

    ทว่า นายเทเยอร์ กลับเห็นว่า ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดที่จะระบุได้ว่า จีนกำลังวางแผนขยายแนวหินฯ ให้กลายเป็นเกาะ แต่เห็นว่า เกาะเล็กเกาะน้อยสามารถใช้เป็นด่านหน้าและที่พักสำหรับกิจกรรมการค้าในทะเลจีนใต้ได้ ดังที่เห็นกันว่ามีพลเรือนจีนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

    “มันช่วยให้คนดำเนินชีวิตอยู่บนแท่นขุดเจาะน้ำมันของจีนได้ง่ายขึ้น เรือประมงก็สามารถจอดพักได้ โดยไม่ต้องตียาวกลับไหหนัน (ไหหลำ)” นายเทเยอร์ กล่าว

    อย่างไรก็ดี ทางการปักกิ่ง ก็ยังไม่ออกมายอมรับอย่างเปิดเผยว่า จีนเดินหน้าขยายพื้นที่แนวหินโสโครกฯ ให้เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสแปรตลีย์ แต่นักวิเคราะห์เชื่อกันว่า การที่จีนขยายพื้นที่เกาะเล็กเกาะน้อย เพราะต้องการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพื้นที่ทะเลจีนใต้ ที่จีนอ้างสิทธิ์เหนือเกือบทั้งหมด

    ในขณะที่ นายหลี่ เสียงโจ้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่งหน่วยข่าวกรองไต้หวัน เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ปักกิ่งดำเนินโครงการก่อสร้าง 7 โครงการในทะเลจีนใต้ โดย 5 โครงการจากทั้งหมด อนุมัติในยุคของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

    ด้านนายจิ้น ฉั่นหรง ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเหรินหมินในปักกิิ่ง กล่าวว่า การขยายแนวหินโสโครกดำเนินไปรวดเร็วกว่าแผนที่วางไว้ และเป็นไปได้ว่าขนาดที่ขยายออกไปจะมีขนาดใหญ่กว่าเกาะไท่ผิง

    ล่าสุด เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็ปไชต์จีน กวนฉา ด็อท ซีเอ็น (Guancha.cn) เปิดเผยรายงานอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยและภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกไว้ระหว่างปลายเดือนก.ย.ถึง วันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า แนวหินโสโครกไฟเออร์รี ครอส รีฟ กลายเป็นเกาะและมีขนาดใหญ่กว่าเกาะไท่ผิงไปแล้ว

    อย่างไรก็ตาม นายจิ้น แสดงความเห็นไว้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแนวหินโสโครกให้กลายเป็นเกาะ เพราะมีเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนซับซ้อนมาก
     
    Last edited: 24 ต.ค. 2014
    กีรเต้ likes this.
  7. เสือยิ้มยาก

    เสือยิ้มยาก อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    460
    จีนเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก น่าจับตามองหลายอย่าง หากไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะเป็นเสือตัวที่ 1 ได้
    เพราะองค์ประกอบหลายอย่างที่คอยสนับสนุน คิดว่าเอเชียและจีน จะผงาดในไม่ช้านี้ :wasntme:
     
    กีรเต้ likes this.
  8. redfrog53

    redfrog53 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,466
    Zhengquanzhi Top
    เพลง ‪#‎ภาษาจีน‬ จากสาวหมวยผู้ร้องเพลง ‪#‎ขอใจเธอแลกเบอร์โทร‬ จากเวทีประกวดร้องเพลงคล้ายๆ ‪#‎TheVoice‬ ชื่อเพลง "ฝันครั้งหนึ่ง" แขกรับเชิญตอนนี้ ไม่รู้ว่ายังจำกันได้ไหม "หลินจื้ออิง" จอมยุทธ์น้อย หนุ่มสลาตัน





    Zhengquanzhi Top
    สาวหมวยผู้ร้องเพลง ‪#‎ขอใจเธอแลกเบอร์โทร‬ คือใคร?
    เธอชื่อ "วังเสี่ยวหมิน" Tracy Wang, เป็นนักร้อง นักแสดง นางแบบ ชาวมณฑลกว่างซี เกิดวันเดียวกับวันชาติ ‪#‎จีน‬ 1 ตุลาคม ปัจจุบันอายุ 22 ปี เธอโด่งดังมาจากเวทีประกวดร้องเพลงคล้ายๆ ‪#‎TheVoice‬ เธอบอกว่าเคยมาเที่ยวเมืองไทย ชอบเมืองไทย แต่เธอไม่เข้าใจภาษาไทยนะครับ ที่เธอร้องเพลงไทย ใช้การทับศัพท์คำร้องแบบคาราโอเกะ เนื่องจากเธอเป็นขวัญใจชาวมณฑลกว่างซี จึงรับเชิญมาร้องในงาน "เพลินเพลงมิตรภาพไทยจีน" ตามคลิป ‪#‎ขอใจแลกเบอร์โทร‬ ที่โด่งดังนั่นเอง งานนี้ก็มีนักร้องชาวไทยไปร่วมงานหลายคน เช่น เก่ง ‪#‎ธชย‬ ‪#‎ซานิ‬ ‪#‎ลูกหว้า‬ พิจิกา ...อยากฟังผลงานเพลงจีนของเธอ LIKE กันมาจ๊ะ เดี๋ยวค้นหาให้

    10420098_752569788146950_1856159925383300191_n.jpg
    10670044_752569791480283_7506710092254396939_n.jpg
    1454760_752569808146948_8227351753581609618_n.jpg


    Zhengquanzhi Top
    ในโลกออนไลน์ขณะนี้ คนไทยจำนวนหนึ่งตื่นเต้นกับคลิปวีดีโอ ‪#‎สาวจีน‬ ร้องเพลงภาษา ‪#‎ไทย‬ ทางโทรทัศน์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะรัฐบาล ‪#‎จีน‬ ได้สนับสนุนการเรียนภาษาต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และยังสร้างผู้รู้เกือบทุกภาษาทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ภาษาเล็กๆที่แทบจะไม่ค่อยมีผู้ใช้
    เพลง “‪#‎ขอใจเธอแลกเบอร์โทร‬ ” ที่ร้องโดยสาวชาวจีนในรายการทางสถานีโทรทัศน์มณฑลกว่างซี ทำให้ชาวไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชมในความสามารถของเธอ ที่ถึงแม้จะร้องแปร่งสำเนียงไปบ้าง แต่ก็นับว่าเธอเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมไทยพอสมควร
    ‪#‎ภาษาไทย‬ ไม่ใช่ภาษาที่มีผู้ใช้งานอย่างกว้างขวางในประชาคมนานาชาติ หากแต่มีคนจีนเรียนภาษาไทยในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจีนปีละนับร้อยคน และยังมีนักศึกษาชาวจีนเดินทางมาศึกษาที่เมืองไทยอีกหลายร้อยคน ทั้งๆที่ ‪#‎ภาษาจีน‬ เองเป็นภาษาที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในหกภาษาทางการที่ใช้ในองค์การสหประชาชาติ
    รัฐบาลจีนส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศอย่างจริงจังมากว่า 40 ปี โดยมีการจัดตั้ง “มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศ” ตามมณฑลและเมืองสำคัญทั่วประเทศกว่า 30 มหาวิทยาลัย และที่สำคัญ คือ มีการสอนเกือบทุกภาษา แม้กระทั่งภาษาที่มีผู้ใช้งานไม่มาก โดยภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมทั้งภาษาไทย จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้มีนักศึกษาเลือกเรียน แม้จะไม่กี่คนก็ตาม

    ในส่วนของภาษาไทย มีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในประเทศจีนเปิดสอนเป็นวิชาเอกทั้งหมด 38 แห่ง ที่มากที่สุด คือมณฑลกว่างซี ที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ที่สาวหมวยผู้ร้องเพลง “ขอใจแลกเบอร์โทร” โดยที่มณฑลกว่างซีมีสถานศึกษาที่สอนภาษาไทยมากถึง 21 แห่ง รองลงมาคือมณฑลยูนนาน มีสถานศึกษาที่สอนภาษาไทย 8 แห่ง ซึ่งนักศึกษาที่จบการศึกษาออกมาสามารถสื่อสารกับคนไทยได้อย่างไม่มีปัญหา นักศึกษาจีนพูดภาษาไทยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ประกอบอาชีพเป็นล่าม นักแปล มัคคุเทศก์ หรือทำการค้ากับประเทศไทยเท่านั้น แต่พวกเขายังวิจัยเรื่องต่างๆของประเทศไทยทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีบทบาทไม่น้อยในกระทรวงการต่างประเทศจีน เห็นได้จาก เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ส่วนใหญ่จะพูดภาษาไทยได้ แต่ทูตไทยประจำประเทศจีนไม่เข้าใจภาษาจีน
    อีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนสนับสนุนให้มี “ผู้รู้ ” ในทุกภาษา คือ สถานีวิทยุนานาชาติจีน หรือ ซีอาร์ไอ ที่ออกอากาศเป็นภาษาต่างประเทศมากถึง 61 ภาษา และเป็นสื่อมวลชนที่ใช้ภาษาต่างประเทศมากที่สุดในโลก โดยสื่อมวลชนต่างชาติที่ยังคงให้บริการภาคภาษาไทยนั้น นอกจากสถานีวิทยุซีอาร์ไอของจีนแล้ว ก็มีเหลือเพียงสถานีวิทยุวีโอเอของสหรัฐฯ, เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น, สถานีวิทยุนานาชาติของไต้หวัน และสถานีวิทยุต่างประเทศของเวียดนามเท่านั้น
    รัฐบาลจีนตระหนักดีว่า ภาษาไม่เพียงเป็นสื่อสารในการสื่อสาร แต่ยังช่วยเผยแพร่วัฒนธรรม อุดมการณ์ และเป็น “อำนาจละมุน” ที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อสื่อสารด้วยภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศก็จะยิ่งเข้าใจ เข้าถึง และมีพลังมากยิ่งกว่าการใช้ภาษาสากลอย่าง ‪#‎ภาษาอังกฤษ‬ รัฐบาลแดนมังกรจึงไม่เพียงสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ แต่ยังขยายช่องทางผ่านสื่อสารมวลชน อย่างสถานีวิทยุซีอาร์ไอ 61 ภาษา, สถานีโทรทัศน์ CCTV 6 ภาษากลางของสหประชาชาติ รวมทั้งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วย
    คนจีนจำนวนไม่น้อยไม่เพียงรู้จักเพลง “‪#‎ขอใจแลกเบอร์โทร‬” แต่พวกเขาเคยฟังเพลงไทยตั้งแต่ยุค “สบายสบาย” ของเบิร์ด ธงไชยแล้ว ยิ่งช่วงไม่กี่ปีมานี้ ‪#‎ละคร‬ และภาพยนตร์ของไทย ได้รับความนิยมจากชาวจีนอย่างมาก ละครอย่าง “สงครามนางฟ้า” “อย่าลืมฉัน” และ “เสน่หาสัญญาแค้น” มีแฟนผู้ชมชาวจีนมากมาย ในขณะที่สถานีโทรทัศน์ในไทย ถูกละครไทยและละคร ‪#‎เกาหลี‬ ยึดจอเกือบทั้งหมด
    รัฐบาลจีนตระหนักดีว่า “รู้เขารู้เรา” เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่รัฐบาลไทยคิดหวังเพียงแต่ขายสินค้าเกษตรให้จีน หรือชวนรัฐบาลจีนมาลงทุนสร้าง ‪#‎รถไฟความเร็วสูง‬ แต่ไม่ส่งเสริมการศึกษาในระดับประชาชนอย่างทั่วถึง ทำให้เด็กไทย “ไม่รู้ทั้งเขา และไม่รู้ทั้งเรา” คือไม่รู้จักเพื่อนบ้าน ซ้ำยังไม่เข้าใจประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองอย่างแท้จริงอีกด้วย.

    10424346_752221481515114_477397703251157875_n.jpg
     
    Last edited: 17 พ.ย. 2014
    por และ อาวุโสโอเค ถูกใจ.
  9. อาวุโสโอเค

    อาวุโสโอเค อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,525
    แม้อยู่ในสภาวะที่ไทยต้องพึ่งพิง แต่จีนก็ใส่ใจในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

    ถ้าเทียบกับมหาอำนาจแบบ อเมริกา กลับสนใจแค่ว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย

    ผมรู้สึกเสียดายแทนอเมริกา ที่แยกไม่ออกระหว่างสิ่งมีค่ากับสิ่งด้อยค่า
     
    por และ redfrog53 ถูกใจ.
  10. redfrog53

    redfrog53 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,466
    นานาคลิป Nana clip
    เพลงไทยดังไกลต่างประเทศ ..‪#‎ขอใจเธอแลกเบอร์โทร‬

     
    por และ Takob ถูกใจ.

Share This Page