อีก 37 ปีข้างหน้าหรืออาจจะเร็วกว่านั้นถ้าเขาออกมาเดินสวนกับคุณ คุณจะยังจำเค้าได้ไหม

กระทู้ใน 'สภากาแฟ' โดย คนกลาง, 27 Apr 2016

  1. คนกลาง

    คนกลาง อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    1 Aug 2015
    คะแนนถูกใจ:
    383
    ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพิพากษาลงโทษ ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ จำคุกตลอดชีวิต เชื่อ เป็นคนเดียวกับชายชุดดำที่ยิงใส่กลุ่ม กปปส. หน้าไอทีสแควร์จนมีผู้เสียชีวิต เป็นเจตนาฆ่า แต่คำให้การชั้นสอบสวนมีประโยชน์อยู่บ้าง ลดเหลือจำคุก 37 ปี 4 เดือน...

    EyWwB5WU57MYnKOuYN2KssaKnYf2goB7ZuprDZVdPygnKujDo7Vbz5.jpg

    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 มี.ค. 59 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ ท็อป มือปืนป๊อปคอร์น เป็นจำเลยฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
    http://www.thairath.co.th/content/585592
    **********************************************************************

    ไม่ได้ทับถมผู้กระทำผิดนะครับ ผมก็รู้ว่า กปปส หลายคนเองก็ไปเยี่ยมและเอาของไปช่วยเหลือ
    แต่ถ้าวันหนึ่งเขาออกมาเดินบนท้องถนน คุณจะยังจำเค้าได้ หรือ อาจจะลืมไปแล้วว่าคนนี้เป็นใคร หรือว่าถ้าเค้าเดินผ่านหน้าบ้านคุณ คุณจะรีบเดินไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นมาให้เค้าไหม
    หรือมองหน้าแล้วก็หยีตาขมวดคิ้ว แล้วยืนนึกเป็นพักว่า เอ๊ะไอ้นี่มันใครว่ะ
     
  2. HiddenMan

    HiddenMan อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,779
    :giggle: คิดว่าจำได้ครับ... อีกอย่างพวกเสื้อแดงก็คงช่วยขุดมาให้นึกถึงกันบ่อยๆอยู่แล้วครับ
     
    Novice, bookmarks, อาวุโสโอเค และอีก 4 คน ถูกใจ
  3. Alamos

    Alamos อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    13 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    7,052
    ทำไมไม่ถามตัวเองละครับว่าต่อไปหลานเฟรมจะจำหน้าน้าป๊อปได้เหรอเปล่า แถมเอาเข้าจริงน้าป๊อปมากกว่าที่ขี้ลืม
     
  4. นิจนิรันดร์

    นิจนิรันดร์ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    3,472
    ไม่ต้องนานขนาดนั้น เอาง่ายๆ พวกเสื้อแดงที่ติดคุกเพราะเผาศาลากลาง คนกางจำพวกนั้นได้หรือเปล่า
     
    bookmarks, ปังตอ และ Anduril ถูกใจ
  5. ฟักแม้ว

    ฟักแม้ว อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    29 Dec 2015
    คะแนนถูกใจ:
    3,517
    คนนี้ น่าจะจำได้แม่น

    12514365671251446392l.jpg

    2.jpg
     
    Novice, bookmarks และ Anduril ถูกใจ
  6. hey guys

    hey guys อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    4,056
    คนเสิ้อแดงคงจำคุณคนกลางไม่ำด้สินะ
    เห็นแต่คุณคนกลางไลค์ให้แต่คนเสื้อแดง
    ไม่เห็นคนเสื้อแดงไลค์กลับ

    หรือว่า คนระดับสูงกว่าขั้นเป็นหัวหน้า เค้าไม่ต้องไลค์ให้ลูกน้อง
     
    bookmarks likes this.
  7. นอกคอก

    นอกคอก อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    5,396
    gaiser, bookmarks, อาวุโสโอเค และอีก 2 คน ถูกใจ
  8. ชายน้ำ

    ชายน้ำ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    9 Feb 2015
    คะแนนถูกใจ:
    7,080
    อ้าว....... ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องพยายามจำหน้ากระมัง แป๊บๆเดี๋ยวก็ออกมาขายข้าวโพดคั่วได้แล้ว

    ที่น่าเป็นห่วงคือคนที่อาจต้องหนีหนี้ห้าแสนล้านต่างหาก จะต้องหนีสักกี่ปี หากหนีไปแล้วอะไรๆคงไม่เหมือนเดิม

    ที่เคยแอบไป 4SS ด้วยกัน จะยังมีเยื่อไยกันไหม ของหลวงที่เคยอมจะกลายเป็นของขมหรือไม่
     
  9. ปู่ยง

    ปู่ยง อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,819
    จะรอดูว่า อัยกิน คนไหน จะฎีกาอีก
     
    bookmarks, อาวุโสโอเค, redfrog53 และอีก 1 คน ถูกใจ.
  10. redfrog53

    redfrog53 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    12 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,466
    ขังไว้ก่อนรอระหว่างฏีกา
     
    bookmarks, Alamos และ อาวุโสโอเค ถูกใจ
  11. ปู่ยง

    ปู่ยง อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    9,819
    ไม่เข้าใจอ่ะ รอใครฎีกา แล้วถ้าไม่มีใครฎีกาล่ะ
     
    redfrog53, bookmarks และ Alamos ถูกใจ
  12. Alamos

    Alamos อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    13 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    7,052
    รู้แต่ว่าบางคนในบอร์ดนี้ ตอนนี้คงจำปูผู้มีพระคุณให้เงินเดือน 15000 ผู้เป็นแม่พระและเป็นเหมือนแม่แท้ๆ ผู้ที่ตัวเองสาบานว่าจะปกป้องไม่ได้ ขนาดที่ว่าเดินชนคงไม่สังเกตุหรือสะทกสะท้าน
     
    gaiser, bookmarks และ ปู่ยง ถูกใจ
  13. Ricebeanoil

    Ricebeanoil อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    7 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    4,482


    ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ ท็อป มือปืนป๊อปคอร์น เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

    พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

    จากกรณีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้ก่อเหตุสวมชุดดำ และหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ถือปืนที่คลุมด้วยถุงป๊อปคอร์น ยิงเข้าไปบริเวณห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ ย่านหลักสี่ ที่มีผู้ชุมนุมอีกฝ่ายหนึ่ง เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 2 คน

    คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่า จากพยานหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เชื่อได้ว่าคนที่สวมหมวกไหมพรมและถืออาวุธปืนในถุงป๊อปคอร์น คือ นายวิวัฒน์ จริง จึงพิพากษาจำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์

    ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์พยานหลักฐานที่ตำรวจสืบสวนหาผู้ต้องสงสัยมาเปรียบเทียบกับภาพคลิปวิดีโอ ซึ่งนำมาจากโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีรูปร่างลักษณะตรงกับนายวิวัฒน์นั้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ประกอบกับภาพคลิปวิดีโอดังกล่าวนำมาจากโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้จำนวนมาก สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยไม่ได้นำพยานบุคคลที่ถ่ายคลิปวิดีโอมายืนยัน ไม่มีต้นตอของภาพ แม้จะมีประจักษ์พยานอยู่ในที่เกิดเหตุหลายคน แต่สำนวนการสอบสวนกลับมีเพียงคำให้การที่มีพิรุธของจำเลย ดังนั้น ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้องนายวิวัฒน์ แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกา



    ศาลอุทธรณ์ ชี้ หลักฐานโจทก์อ่อน มีพิรุธน่าสงสัย ตั้งแต่ภาพถ่ายเปรียบเทียบจำเลย-มือปืนป๊อบคอร์น ไร้สื่อมวลชนยันการถ่ายภาพ ลายนิ้วมือแฝงที่เกิดเหตุ-อาวุธปืน

    เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง นายวิวัฒน์หรือ ท็อป ยอดประสิทธิ์ จำเลยคดีฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ กรณีถูกกล่าวหาเป็นมือปืนป็อบคอร์น ยิงใส่ระหว่างการชุมนุม กปปส.ปะทะเสื้อแดงแยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.57

    โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ มีการปะทะกันระหว่างผู้สนับสนุนการเลือกตั้งส.ส.กับผู้ชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้งที่แยกหลักสี่ใกล้ห้างไอที สแควร์โดยมีผู้ใช้อาวุธปืนชนิดต่างๆ ยิงตอบโต้กระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุน 4 ราย โดย 1 ในนั้นได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเมื่อวันที่ 19 มี.ค.58 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยแล้วจำเลยนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ

    คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ได้กระทำผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกหรือใหม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากบุคคลต้องสงสัย 22 คนรวมถึงชายชุดดำสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ซึ่งถือถุงใส่ข้าวโพดสีเขียวเหลือง โดยมีการตรวจสอบภาพบุคคลดังกล่าวจากกล้องวงจรปิดของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ติดตั้งอยู่ใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ และจากภาพเหตุการณ์ในสื่ออินเทอร์เน็ตรวมทั้งการนำภาพเคลื่อนไหวมาบันทึกเป็นภาพนิ่งและเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ทุ่งสองห้อง ได้นำภาพเหตุการณ์ที่บันทึกในแผ่นซีดีซึ่งเป็นวัตถุพยานมีภาพชายถือถุงใส่ข้าวโพดสีเขียวเหลืองขณะเดินกลุ่มตามถนนแจ้งวัฒนะแล้วต่อมาพบชายดังกล่าวแต่งกายคล้ายกันแต่สวมหมวกไหมพรมเปิดหน้า นำมาเปรียบเทียบกันชายที่ปิดบังใบหน้าปรากฏว่ามีรูปร่างลักษณะเหมือนกันจึงเชื่อว่าชายชุดดำที่สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าและถือถุงข้าวโพดคือจำเลยจนเป็นเหตุให้มีการจับกุมจำเลย

    ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กรณีดังกล่าวพ.ต.ท.นพดล ดรศรีจันทร์ เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่า มีร่องรอยการตัดต่อข้อมูลที่บันทึกอยู่ในแผ่นซีดีของกลางดังนั้นเมื่อข้อมูลที่ฝ่ายสืบสวนได้มาจากสื่ออินเทอร์เน็ตแล้วทำการคัดลอกข้อมูลภาพเคลื่อนไหวมาเก็บไว้ในแผ่นซีดีก็เป็นข้อมูลที่ได้จากอินเทอร์เน็ตซึ่งผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปสามารถนำเข้าข้อมูลและคัดลอกข้อมูลดังกล่าวมาโดยง่าย และโจทก์ไม่มีพยานบุคคลผู้ทำการบันทึกภาพในที่เกิดเหตุมายืนยันได้ว่ามีการบันทึกภาพมาจากสถานที่เกิดเหตุและในวันเวลาเกิดเหตุ

    แม้โจทก์อ้างว่ามีการบันทึกภาพเหตุการณ์จากสื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย และภาพถ่ายประกอบที่มีชายชุดดำของสำนักข่าวมติชนซึ่งโจทก์อ้างว่าภาพชายชุดดำคือจำเลยยกถุงใส่ข้าวโพดที่ภายในมีอาวุธปืนเล็งยิงไปทางฝั่งผู้สนับสนุนการเลือกตั้งนั้น เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพถ่ายชายชุดดำที่สวมหมวกไหมพรมช่วงที่ปิดใบหน้าและเปิดหน้าก็ยังไม่อาจยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกันเนื่องจากไม่เห็นลักษณะรูปร่างและสิ่งสำคัญอื่นๆ คงเห็นเพียงแต่หมวกไหมพรมสีดำซึ่งภาพที่คลุมหน้าก็เห็นแต่ดวงตา ปาก และไหล่ ซึ่งเป็นการยากที่จะยืนยันได้ว่าบุคคลดังกล่าวคือจำเลย เพราะเหตุว่าบุคคลที่แต่งกายชุดดำและสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าในวันเกิดเหตุมีจำนวน 5-6 คน และภาพที่อ้างว่าคือจำเลยเปิดใบหน้าก็ไม่ได้ถือถุงใส่ข้าวโพดและไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเหตุการณ์ก่อนหรือหลัง และเป็นวันเดียวกันกับวันเกิดเหตุหรือไม่

    ดังนั้นเมื่อโจทก์ไม่อาจยืนยันว่าภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาจากการสืบสวนไม่ได้มีการตัดต่อ การคัดลอกข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตไม่ใช่พยานหลักฐานที่ได้มาจากบันทึกของเจ้าหน้าที่ซึ่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อาจจะมีการตัดต่อแก้ไขดัดแปลงข้อมูลได้เหมือนที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป ลำพังการสืบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำผิดจากสื่อมวลชนและข้อมูลอินเตอร์เน็ตที่โจทก์ได้มานี้จึงมีน้ำหนักน้อย

    นอกจากนี้ที่โจทก์กล่าวหาจำเลยใช้อาวุธปืนเล็กยาวไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงถูกผู้เสียหาย 3 คน และเสียชีวิต 1 คน ก็ได้ความจากพ.ต.ท.ชุมไชศักดิ์ อัครธรอนันต์ พยานโจทก์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่บนสะพานข้ามแยกหลักสี่ว่า เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นได้ก้มหน้าลงไปดูเห็นผู้ตายถูกยิงและเห็นชายชุดดำถือปืนลูกซองชนิดบรรจุลูกกระสุน 5 นัดเดินออกมาจากบริเวณใต้สะพาน สอดคล้องกับพยานโจทก์และโจทก์ร่วมอื่นที่ได้ความว่าผู้ตายถูกยิงด้วยปืนลูกซอง ขณะอยู่บริเวณใกล้ศาลพระพรหม ซึ่งส่วนของตายแพทย์ได้ผ่าตัดหัวกระสุนปืนที่มีลักษณะกลมทำจากตะกั่ว ออกจากคอผู้ตาย 1 ลูก และมีภาพถ่ายชายชุดดำสวมหมวกคล้ายหมวกไหมพรมแล้วสวมหมวกแก๊ปทับถือปืนคล้ายปืนลูกซองมาประกอบยืนยันจึงเป็นหลักฐานแสดงได้ว่าเป็นบุคคลคนละคนกับชายชุดดำที่สวมหมวกไหมพรมถือถุงใส่ข้าวโพดที่โจทก์อ้างว่าคือจำเลย

    และแม้ภาพถ่ายจำเลยตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ตรงกับชายชุดดำที่สวมหมวกไหมพรมเปิดหน้าแต่พี่ชายจำเลยก็ไม่ได้ยืนยันว่า จำเลยคือชายชุดดำที่ถือถุงใส่ข้าวโพด ส่วนที่จำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกที่เขียนด้วยลายมือของจำเลยเองและคำให้การจำเลยในชั้นสอบสวนก็ไม่ปรากฏว่ามีทนายความหรือบุคคลที่จำเลยไว้วางใจเข้าร่วมฟังการสอบสวนด้วยดังนั้นคำให้การของจำเลย จึงต้องห้ามไม่ให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 วรรคท้าย, 134/1 และ 134/3 โดยภายหลังจากการทำบันทึกคำให้การรับสารภาพแล้ววันรุ่งขึ้นได้จัดให้จำเลยนำชี้จุดที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพทันทีโดยไม่ปรากฏว่ายึดอาวุธปืนที่อ้างว่าจำเลยใช้กระทำผิดมาเป็นของกลาง อีกทั้งไม่ปรากฏเหตุขัดข้องว่าเพราะอะไรจึงนำอาวุธปืนมาไม่ได้ทั้งๆที่อ้างว่าจำเลยให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ นอกจากนี้ไม่ปรากฏว่ามีการตรวจพบลายนิ้วมือแฝงของจำเลยในที่เกิดเหตุอีกด้วย จึงเป็นพิรุธ

    แม้โจทก์ร่วมอ้างถึงกรณีที่จำเลยให้สัมภาษณ์นักข่าวเล่าถึงประวัติและยอมรับว่าเป็นชายชุดดำที่ถือถุงใส่ข้าวโพดแต่ขณะนั้นจำเลยอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมมีความเกรงกลัวว่าจะถูกทำร้ายในภายหลังหากให้สัมภาษณ์ไม่ตรงตามความประสงค์ของเจ้าหน้าที่ กรณีจึงไม่อาจนำมารับฟังให้เป็นผลร้ายกับจำเลยได้เช่นกัน
    เมื่อพยานโจทก์และโจทก์ร่วมมีเพียงภาพเหตุการณ์จากสื่ออินเตอร์เน็ตและสื่อมวลชน โดยโจทก์และโจทก์ร่วมไม่มีพยานบุคคลผู้ทำการบันทึกภาพขณะเกิดเหตุยืนยันทั้งๆที่มีประจักษ์พยานมากมายในวันเกิดเหตุ โดยมีเพียงคำให้การรับสารภาพของจำเลยซึ่งเป็นพิรุธและเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ดังนั้นจึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยระหว่างฎีกา
     
    Last edited: 25 Aug 2017
    redfrog53, อู๋ คาลบี้, ridkun_user และอีก 4 คน ถูกใจ
  14. Novice

    Novice อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    6 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,237
    ตกลงเน่าตายไปยัง
     
    ฟักแม้ว, ridkun_user, Alamos และอีก 1 คน ถูกใจ.

Share This Page