ว่าด้วยเรื่องกฎหมายใหม่ ควบคุมการส่งเสริมการตลาดนมผงเด็ก

กระทู้ใน 'สภากาแฟ' โดย อู๋ คาลบี้, 21 พ.ย. 2016

  1. อู๋ คาลบี้

    อู๋ คาลบี้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    15 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,078
    เรื่องของเรื่องคือ ทางการจะออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการส่งเสริมการตลาดหรือโฆษณาอาหารสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก ก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

    ฝ่ายที่เห็นด้วย
    หนุน”พรบ.โค้ดมิลค์”คุมโฆษณาอาหารเด็กถึงช่วงอายุ 3 ปี
    หนุน”พรบ.โค้ดมิลค์”คุมโฆษณาอาหารเด็กถึงช่วงอายุ 3 ปี ต่ำกว่านั้นเด็กยังไม่เรียนรู้การกินอาหารหลัก 3 มื้อ-เปลี่ยนนมเป็นแค่อาหารเสริม ย้ำกฎหมายไม่ห้ามขาย-ซื้อ-กิน

    จากกรณีที่มีการเสนอพรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ...หรือพรบ.โค้ด มิลค์(Code milk) เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งเสริมการตลาดของอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก โดยห้ามโฆษณาและห้ามส่งเสริมการตลาด ขณะที่สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก ยื่นจดหมายขอให้สนช.ข้อเสนอเกี่ยวกับร่างพรบ.นี้ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอบเขตของร่างพรบ.นี้ควรจำกัดเฉพาะทารกแรกเกิด-12 เดือน แทนการกำหนดถึง 3 ปี 2.อาหารทางการแพทย์ไม่ควรถูกควบคุม และ 3.ระยะเวลาปรับตัวของผู้ผลิต ขอเปลี่ยนจาก 6 เดือน เป็น 1 ปีครึ่ง

    พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โดยหลักการเด็กทุกคนควรได้กินนมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน และกินนมแม่พร้อมอาหารตามวัยจนถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้น ซึ่งช่วงเวลานี้เด็กจะค่อยๆปรับตัวไปสู่การกินอาหารหลัก 3 มื้อ และนมจะเปลี่ยนจากเป็นอาหารหลักไปเป็นเพียงอาหารเสริม ดังนั้น การที่ในร่างพรบ.มีการกำหนดขอบเขตการควบคุมการส่งเสริมการตลาดครอบคลุมอาหารสำหรับเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปีนั้นมีความเหมาะสม หากจะลดการกำหนดอายุเด็กเหลือเพียง 1 ปี หรือต่ำกว่า 2 ปีจะเป็นช่วงอายุที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเด็กยังไม่เกิดการปรับตัวที่จะกินอาหารหลัก 3 มื้อแล้วเปลี่ยนนมเป็นเพียงแค่อาหารเสริม

    พญ.ศิริพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีข้อเสนอไม่ให้รวมอาหารทางการแพทย์สำหรับทารกและเด็กเล็กเข้าไว้ในการควบคุมของพรบ.นี้ด้วยนั้น ในร่างพรบ.ไม่ได้กำหนดไว้อยู่แล้ว หากมีความจำเป็นตามการรักษาก็ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของกฎหมายนี้ ทั้งนี้ กฎหมายนี้ไม่ได้กำหนดว่าไม่ให้ขาย ไม่ให้ซื้อ หรือไม่ให้กินแต่อย่างใด จะมุ่งเน้นเรื่องของการควบคุมไม่ให้มีการโฆษณาที่เกินความเป็นจริง หรือส่งเสริมการขายลด แลก แจก แถมในผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็กเล็กเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าผลิตเหล่านี้มีการโฆษณาที่เกินจริงอย่างมาก เช่น มีการโฆษณาว่านมผงหรือนมผสมยี่ห้อนี้แล้วสมองเด็กจะดี ซึ่งอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าให้เด็กกินนมยี่ห้อแล้วเด็กจะสมองดีโดยไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว ถือเป็นการเข้าใจที่ผิดและจะส่งผลกระทบต่อเด็ก

    “พรบ.ฉบับนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น เพราะขณะนี้พบว่าการโฆษณาอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก อย่างนมผสมมีการโฆษณาที่เกินจริงไปอย่างมาก จะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและหลงเชื่อได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการเลี้ยงดูบุตร จึงต้องออกมาช่วยกันดูในเรื่องนี้ ด้วยการเป็นตัวแทนเด็กที่ยังส่งเสียงบอกเองไม่ได้ว่าอยากกินนมแม่และอยากให้แม่อุ้มฉันอย่างน้อย 2 ปี ที่ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญหากเวลาผ่านแล้วจะผ่านเลยเรียกกลับมาไม่ได้”พญ.ศิริพรกล่าว

    พญ.ศิริพร กล่าวด้วยว่า นมผสมสามารถทำให้เหมือนนมแม่ได้เพียง 20 % แต่กลับมีการโฆษณาในลักษณะที่สามารถนำมาใช้ทดแทนนมแม่ได้ หรือบางโฆษณาสร้างความเข้าใจประหนึ่งดีกว่านมแม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด หากเด็กไม่ได้กินนมแม่จะทำให้เด็กขากโอกาสโดยเฉพาะการได้รับภูมิต้านทานที่มีอยู่ในนมแม่ที่จะเข้าไปในกระเพาะเด็กแล้วอุดช่องว่างระหว่างเซลล์ของเด็ก หรือฮอร์โมนต่างๆ ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นมผสมไม่สามารถที่จะทำให้เหมือนนมแม่ได้ อีกทั้ง มีงานวิจัยระบุชัดเจนว่าเด็กที่ได้กินนมแม่จะมีระดับสติปัญญามากกว่าเด็กที่ไม่ได้กิน รวมถึง ความรักความอบอุ่นความผูกพันที่เด็กจะได้สัมผัสจากแม่ระหว่างการให้นมด้วย

    http://www.komchadluek.com/news/edu-health/249698

    แม้แต่จ่าดราม่าก็ยังเห็นด้วย
     
    Anduril, kokkai และ หนูอ้อย ถูกใจ
  2. อู๋ คาลบี้

    อู๋ คาลบี้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    15 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,078
    ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย
    ตลาดนมเด็กหมื่นล้านกระอัก!! กฎหมายใหม่ห้ามโฆษณาทุกรูปแบบ
    updated: 20 พ.ย. 2559 เวลา 15:51:49 น.
    ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

    ตลาดนมทารก-เด็กเล็กฝุ่นตลบ เผยกฎหมายใหม่เข้มสุด ๆ ห้ามโฆษณา-ส่งเสริมการตลาดแบบเบ็ดเสร็จทุกรูปแบบ ผู้ประกอบการวิ่งวุ่นยื่น สนช.ขอผ่อนปรน 3 ประเด็น ด้านสมาคมโฆษณาฯ หวั่นเม็ดเงินหายปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน

    หลังจากที่คณะรัฐมนตรี โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ...ต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของ สนช. โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีสาระสำคัญหลัก ๆ อาทิ การกำหนดบทนิยามของคำว่า "ทารก" คือ เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 เดือน "เด็กเล็ก" คือ เด็กอายุเกิน 12 เดือนจนถึง 3 ขวบ รวมทั้งการกำหนดคำนิยามของอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก และในส่วนของการควบคุมการส่งเสริมการตลาด จะระบุถึงเรื่องของการห้ามการโฆษณา ห้ามส่งเสริมการตลาด การห้ามจัดหรือให้การสนับสนุนการจัดประชุม จัดอบรม การสัมมนาทางวิชาการ รวมทั้งระบุห้ามในกรณีของการบริจาคอาหารทารกและเด็กเล็ก และมีการกำหนดโทษ เช่น จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 1 แสนบาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง เป็นต้น

    แพทย์หญิงกิติมา ยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากการศึกษาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เบื้องต้นพบว่าจะมีผลกระทบกับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เนื่องจากจะไม่สามารถทำกิจกรรมใด ๆ เพื่อสื่อสารหรือให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภคได้ทั้งทางตรงทางอ้อม

    นอกจากยอดขายที่อาจจะได้รับผลกระทบแล้ว อาจมีผลต่อเนื่องในแง่ของการลงทุน การจ้างงานด้วย ที่ผ่านมาบริษัทสมาชิกที่ประกอบด้วยบริษัทผู้ผลิตนม 6 บริษัท คือ แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส, ดูเม็กซ์, มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน, เนสท์เล่ (ไทย), เนสท์เล่ (ไทย) แผนกธุรกิจไวเอท นิวทริชั่น และแปซิฟิค เฮลธ์แคร์ จะมีการลงทุนรวมกันราว 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี

    เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะมีผลกระทบกับตลาดรวมอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กอย่างไร แพทย์หญิงกิติมากล่าวว่า

    "มีผลกระทบ เพราะช่องทางขายไม่สามารถทำกิจกรรมได้เหมือนอาหารอื่น ๆ หรือยกตัวอย่าง กรณีของร้านขายยาที่ขายนมหรืออาหารสำหรับเด็ก เภสัชกรประจำร้านซึ่งอาจจะเป็นเจ้าของร้านด้วย จะไม่สามารถให้ข้อมูลกับคนที่เข้ามาซื้อนม และการให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับนมก็อาจจะผิดกฎหมาย"

    แพทย์หญิงกิติมาย้ำว่า ที่สำคัญที่สุดคือ ข้อห้ามต่าง ๆ ตามร่าง พ.ร.บ.นี้ อาจจะส่งผลกระทบด้านโภชนาการกับเด็ก เพราะนมและอาหารที่มีสารอาหารเหมาะสมเพียงพอสำหรับทารกและเด็กเล็กซึ่งขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร และเป็นอาหารเด็กที่สามารถตอบโจทย์เรื่องสารอาหารสำหรับเด็กและความสะดวกของผู้ปกครอง ถูกควบคุมด้วยกฎหมายดังกล่าว

    ขณะที่อาหารอื่นที่ไม่เหมาะกับเด็ก ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หาซื้อได้ง่าย กลับไม่ถูกควบคุม อาจทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าเหล่านั้นแทน เพราะขาดข้อมูลที่เพียงพอ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าผู้บริโภคจำเป็น และควรที่จะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องในการนำไปพิจารณาในการประกอบการตัดสินใจในการซื้อสินค้า

    อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมาคมได้ยื่นจดหมายถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้พิจารณาในข้อเสนอ 3 ประเด็น คือ 1.สมาคมมีความเห็นว่า ขอให้จำกัดขอบเขตของร่าง พ.ร.บ.นี้ เฉพาะทารกแรกเกิดถึง 12 เดือนเท่านั้น อายุตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปไม่ควรคุม เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อโภชนาการเด็ก ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ 2.อาหารทางการแพทย์ไม่ควรถูกควบคุมตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เช่น นมสำหรับเด็กแพ้ นมสำหรับเด็กย่อยอาหารบางอย่างไม่ได้ นมสำหรับเด็กที่คลอดก่อนกำหนด และ 3.สมาคมขอเวลาปรับตัว จากที่ร่าง พ.ร.บ.นี้ให้เวลา 6 เดือน ขอเป็น 1 ปีครึ่ง เนื่องจากผู้ประกอบการจะต้องเตรียมทั้งคน ทั้งเงิน การผลิต การจัดจำหน่าย การเปลี่ยนฉลากที่จะต้องไปขอขึ้นทะเบียนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

    ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ในเรื่องเดียวกันนี้ว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโฆษณาและเจ้าของสินค้า เนื่องจากเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ห้ามโฆษณาอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ตั้งแต่อายุ 0-3 ขวบ ครอบคลุมทั้งสื่อบีโลว์เดอะไลน์และอะโบฟเดอะไลน์ จากเดิมที่ข้อกำหนดของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ห้ามเจ้าของสินค้ากลุ่มนี้โฆษณานม อาหารสำหรับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบเท่านั้น แต่สามารถโฆษณาสินค้ากลุ่มเด็กที่มีอายุ 1-3 ขวบขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตาม คงจะต้องพิจารณารายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้อีกครั้งว่าจะกระทบกับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมโฆษณามากน้อยเพียงใด

    "ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการนมเด็กจะใช้งบฯโฆษณาในแต่ละปีโดยเฉลี่ยประมาณ 10,000-12,000 ล้านบาท ผ่านสื่อทีวี เคเบิลทีวี ทีวีดิจิทัล แมกาซีน อินเทอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ อินสโตร์มีเดีย สื่อวิทยุ และสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ และหากตามกฎหมายใหม่ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาและการทำกิจกรรมทางการตลาด อาจจะทำให้เม็ดเงินจำนวนนี้หายไป"

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นมสำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไปมีมูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านบาท (ข้อมูลปี 2557) แบ่งเป็นตลาดนมผง 7,162 ล้านบาท และนมยูเอชที 4,233 ล้านบาท ซึ่งในตลาดนี้มีผู้เล่นหลัก ๆ ได้แก่ ดูเม็กซ์, มี้ด จอห์นสัน และเนสท์เล่

    ประเทศผู้ส่งออกนมผงคัดค้าน

    มีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เข้ามาว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยได้ลงนามรับรอง หลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดอาหารทดแทนนมแม่ (WHO International code of Marketing of Breast-Milk Substitutes) จากที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 63 (WHA) ในปี 2553 ผ่านมาอีก 6 ปีจึงได้เข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลังจากที่ถูกประเทศผู้ผลิตนมผง อาทิ สหภาพยุโรป-สหรัฐ-ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ แสดงความกังวลในองค์การการค้าโลก (WTO) ในข้อที่ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีการกีดกันทางการค้าเกินความจำเป็น อาทิ การห้ามไม่ให้โฆษณาผลิตภัณฑ์นมดัดแปลงสำหรับทารกและเด็กเล็ก การมีบทลงโทษให้จำคุกผู้ฝ่าฝืน ซึ่งขัดต่อหลักความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) แต่ฝ่ายไทยได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า กฎหมายฉบับนี้จะมีการบังคับใช้กับสินค้าอาหารทดแทนนมแม่จากทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นไปตามหลักการประติบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favoured-Nation Treatment-MFN)

    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1479631989
     
    conservative, Anduril, kokkai และอีก 1 คน ถูกใจ.
  3. Ricebeanoil

    Ricebeanoil อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    7 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    4,226
    เอาจริงๆ ตามหลักวิชาการแล้ว เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน ควรกินนมแม่อย่างเดียว เพราะมีภูมิคุ้มกันจากแม่อยู่ในน้ำนม
    ทำให้เด็กสุขภาพแข็งแรงกว่าเด็กที่กินนมผง
    หลังจากอายุ 6 เดือน ควรมีอาหารเสริม แต่นมแม่ก็ยังเป็นอาหารหลักของเด็กเช่นเดิม หลังจากระยะ 6 เดือนแล้ว น้ำนมแม่จะไม่มีภูมิคุ้มกันแล้ว แต่น้ำนมแม่จะดีกว่านมผงเพราะนมผงที่กินสามารถทำให้เด็กท้องผูกและก่อให้เกิดภูมิแพ้ตามมาได้
     
    kokkai, อู๋ คาลบี้, Anduril และอีก 1 คน ถูกใจ.
  4. กีรเต้

    กีรเต้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    11,911
    Location:
    เชียงใหม่
  5. ridkun_user

    ridkun_user อำมาตย์น้อย Staff Member

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    4,639
    เรื่องผลกระทบมันก็ต้องมีอยู่แล้ว ถ้าออกมาแล้วไม่มีผลกระทบอะไรเลย จะออกมาทำหลาวอะไร เหมือนออกกฎหมายควบคุมสุราแล้วบอกว่ากระทบการโฆษณาสุรา เอากำปั้นทุบดินเลยดีกว่ามั้ย

    โฆษณานมผงทุกวันนี้ อวดอ้างใส่สารนั่นนี่ โฆษณาสื่อว่ากินแล้วลูกจะฉลาดแข็งแรง ทั้งที่สู้นมแม่ไม่ได้แม้เสี้ยวเดียว ถ้าไม่ทำตอนนี้วันนี้ ให้เสร็จในรัฐบาลเผด็จการชุดนี้ ไม่รู้ต่อไปใครจะมีพลังผลักดันสู้กับพวกนายทุนได้ เด็กคืออนาคตของชาติ ถ้าตลาดหายหมื่นล้านแต่เด็กไทยแข็งแรงแบบยั่งยืน ผมถือว่าถูกมาก
     
  6. Anduril

    Anduril อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    4 Jun 2015
    คะแนนถูกใจ:
    5,082
    ประเด็นน่าจะคือ ผู้ผลิตนมอาหารทารก มีการโฆษณาที่เกินจริง(หวังยอดขาย)มาตลอด การออกกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูกอยู่แล้ว ภาคเอกชนที่เป็นผู้ผลิตต้องยอมรับและปรับตัว
    อันนี้ไม่น่าใช่แล้วครับ แสดงว่า ยังแยกแยะ การให้ความรู้ กับการส่งเสริมการขายไม่ได้เลย
    ก็เหมือนจัดระเบียบร้านค้า การจัดการกับผู้บุกรุกป่า ทัวร์ศูนย์เหรียญครับ ผลกระทบมันมี แต่ระยะยาวมันดีกับส่วนรวม
    สิ่งที่เอกชนมักนำมาอ้างกับภาครัฐเมื่อได้รับผลกระทบคือ การลงทุน รายได้
    ถ้า... รัฐ สามารถทำอย่างอีกควบคู่ไปด้วยจะดีมากเลยครับ คือ การที่ให้แม่สามารถมีเวลาอยู่กับลูกได้จนครบ 3 ปีแรก
     
    conservative, ridkun_user, kokkai และอีก 2 คน ถูกใจ
  7. Solid Snake

    Solid Snake อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    26 Dec 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,223
    6 เดือนแรกนมแม่อย่างเดียว หลังจากนั้นอาหารเสริมผสมนมแม่ ถ้าเกิน 1 ปีแล้วแม่ไม่อยากให้นมต่อก็กินนมเหมือนที่ผู้ใหญ่ทานได้ จะกินจากแก้วหรือจากดูดจากกล่องก็ได้ ซึ่งไม่ต้องสนนมผงสูตรต่าง ๆ เลย พวกนมผงทำการตลาดให้คนเข้าใจผิดกันเยอะ
     
    ridkun_user, kokkai, อู๋ คาลบี้ และอีก 1 คน ถูกใจ.
  8. Ricebeanoil

    Ricebeanoil อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    7 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    4,226




    กรมอนามัยยืนยันร่างกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาด สำหรับทารกและเด็กเล็ก ช่วยปกป้องแม่และครอบครัวให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ได้ห้ามซื้อ แต่ต้องการควบคุมโฆษณาและการส่งเสริมการตลาดในเด็กทุกรูปแบบ



    เภสัชกรดีเด่นเพื่อสังคม ปี 2559 รวบรวมรายชื่อเภสัชกร 160 คน เสนอสภาเภสัชกรรม เพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็ก เนื่องจากปัจจุบันมีโฆษณาของบริษัทนมผงที่ผิดจริยธรรมจำนวนมาก
     
    Last edited: 19 Dec 2016
  9. อู๋ คาลบี้

    อู๋ คาลบี้ อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    15 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    12,078
    เรื่องจากเพจจ่า

     
    หนูอ้อย likes this.
  10. Kop16

    Kop16 อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    5 พ.ย. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    2,456
    อดีต คนโง่ ทานนมผงยี่ห่อไร
     
  11. เผด็จการที่รัก

    เผด็จการที่รัก อำมาตย์น้อย

    สมัคร:
    1 ต.ค. 2014
    คะแนนถูกใจ:
    8,817
    ตอนลูกเกิด นมผงยี่ห้อดังเอานมผงมากแจกกระป๋องใหญ่ๆ:lipssealed:
     
  12. โก๋แก่

    โก๋แก่ อำมาตย์ฝึกงาน

    สมัคร:
    13 พ.ย. 2016
    คะแนนถูกใจ:
    287
    Location:
    ฺกรุงเทพฯ
    คุณแม่ผมท่านเป็นขาไพ่ตัวยง มักจะชอบไปนั่งจั่วไพ่ตามบ้านเพื่อนบ้าน วนๆกันไปทุกวัน ผมพอจะจำได้รางๆว่า ประมาณอายุไม่น้อยกว่า 3 ขวบปี ผมมักจะตามแม่ไปนั่งด้วย และจะขอหมอนเขามา จากนั้นวางหมอนบนตักแม่ ผมนอนหนุนหมอนเลิกชายเสื้อของแม่ขึ้น และนอนดูดนม จนหลับคาวงไพ่บ่อยๆ .. เมื่อโตขึ้นคุณแม่เล่าให้ฟังว่า พยายามทำให้ผมเลิกกินนมแม่ ทั้งทาด้วยบรเพ็ด มหาหิงห์ ฯลฯ ผมก็ไม่ยอมเลิก จนถูกเพื่อนร่วมวงไพ่ล้อกันสนุกสนาน กว่าผมจะอดนมแม่ปาเข้าไปร่วม 4 ขวบ ทั้งๆที่จำได้ว่าบางครั้งก็มีน้ำนมบางครั้งก็ไม่มี ก็ดูดมันไป

    หนึ่งหยดน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย
    http://www.isranews.org/isra-news/item/52634-mom-52634.html
    ... ... ...
    คำถามถึงแพทยสภา กรณีคัดค้าน พ.ร.บ. code milk
    http://www.isranews.org/isra-news/item/52617-thaimedcouncil.html

    ---------------------------
     

Share This Page